Page 134 - วารสารกฎหมายสิทธิมนุษยชน. ปีที่ 1 ฉบับที่ 3 (กันยายน - ธันวาคม 2563)
P. 134
ปีที่ 1 ฉบับที่ 3 (กันยายน - ธันวาคม 2563) 133
แต่ควรเป็นหน้�ที่ของสถ�นพินิจและคุ้มครองเด็กและเย�วชน เนื่องจ�กเป็นข้อมูลของผู้ที่ผ่�นก�รฝึกอบรม
ไม่ใช่อยู่ในฐ�นะทะเบียนประวัติอ�ชญ�กร ซึ่งห�กสำ�นักง�นตำ�รวจแห่งช�ติปฏิเสธไม่ลบข้อมูล
ผู้ได้รับคว�มเสียห�ยต้องฟ้องต่อศ�ลเพร�ะทำ�ให้เสียห�ยและถือว่�ไม่ปฏิบัติต�มคำ�วินิจฉัย ของคณะ
กรรมก�ร กวฉ.
ก�รแสดงเหตุผลในก�รปฏิเสธลบข้อมูลประวัติอ�ชญ�กร โดยกล่�วอ้�งว่�ต้องถือปฏิบัติ
ต�มระเบียบสำ�นักง�นตำ�รวจแห่งช�ติฯ นี้ จะเห็นได้ว่�หน่วยง�นร�ชก�รกล่�วอ้�งว่�ติดขัดด้วยระเบียบ
ข้อบังคับภ�ยในของตนเอง เพร�ะระเบียบยังไม่ได้ปรับปรุงให้สอดคล้องกับกฎหม�ย คณะกรรมก�ร กวฉ.
พบปัญห�ลักษณะนี้ในหน่วยง�นร�ชก�รเป็นจำ�นวนม�ก ซึ่งต�มพระร�ชบัญญัติข้อมูลข่�วส�รของ
ท�งร�ชก�ร พ.ศ. 2540 ได้นิย�มไว้ว่� ประวัติ ประวัติก�รกระทำ�คว�มผิดของบุคคลเป็นสิ่งเฉพ�ะตัว
เป็นข้อมูลส่วนบุคคล และเป็นข้อมูลข่�วส�รของท�งร�ชก�ร ก�รเก็บต้องเป็นไปต�มม�ตร� 23
ของพระร�ชบัญญัติดังกล่�ว โดยหลักก�รหน่วยง�นของรัฐต้องเก็บข้อมูลเฉพ�ะส่วนที่เกี่ยวข้อง
และจำ�เป็นเพื่อดำ�เนินก�รต�มวัตถุประสงค์ของหน่วยง�น ดังนั้น ขอบวัตถุประสงค์จะเป็นตัวกำ�หนด
ที่สำ�คัญว่�มีอำ�น�จหน้�ที่ในก�รเก็บข้อมูลข่�วส�รหรือไม่ โดยต่อม�จึงได้มีก�รปรับปรุงระเบียบต�ม
ข้อแนะนำ�ของคณะกรรมก�ร กวฉ. ปร�กฏต�มประมวลระเบียบก�รตำ�รวจไม่เกี่ยวกับคดี ลักษณะที่ 32
ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยระเบียบสำ�นักง�นตำ�รวจแห่งช�ติ ว่�ด้วยประมวลระเบียบก�รตำ�รวจไม่เกี่ยวกับคดี
ลักษณะที่ 32 ก�รพิมพ์ล�ยนิ้วมือ (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2561 บทที่ 4 ก�รคัดแยกและทำ�ล�ยแผ่นพิมพ์
ล�ยนิ้วมือและร�ยก�รประวัติหรือบัญชีประวัติ แต่อย่�งไรก็ต�ม ในเวล�ต่อม�คณะกรรมก�ร กวฉ.
ก็ยังคงได้รับเรื่องอุทธรณ์ในประเด็นเดิม โดยสำ�นักง�นตำ�รวจแห่งช�ติยังปฏิเสธก�รลบประวัติ
ให้ผู้กระทำ�คว�มผิดขณะเป็นเย�วชน ซึ่งคณะกรรมก�ร กวฉ. ได้ยืนต�มคำ�วินิจฉัยเดิมและได้มีข้อแนะนำ�
ไปยังสำ�นักง�นตำ�รวจแห่งช�ติ เนื่องจ�กคณะกรรมก�ร กวฉ. ไม่มีอำ�น�จในก�รยกเลิกระเบียบใด ๆ ทั้งนี้
ผู้ได้รับผลกระทบจ�กกฎจะต้องฟ้องต่อศ�ลปกครองว่�ระเบียบไม่ชอบด้วยกฎหม�ย ส่วนคณะกรรมก�ร กวฉ.
จะเป็นเพียงผู้วินิจฉัยเป็นร�ยกรณีที่อุทธรณ์ต่อคณะกรรมก�ร กวฉ. เท่�นั้น ซึ่งก�รอุทธรณ์ดังกล่�วปร�กฏ
5
เป็นคำ�วินิจฉัยของคณะกรรมก�ร กวฉ. ในปี พ.ศ. 2563
5 คำ�วินิจฉัยคณะกรรมก�รวินิจฉัยก�รเปิดเผยข้อมูลข่�วส�ร ส�ข�สังคม ก�รบริห�รร�ชก�รแผ่นดินและก�รบังคับใช้กฎหม�ย ที่ สค 173/2563
เรื่อง อุทธรณ์คำ�สั่งของกองทะเบียนประวัติอ�ชญ�กร สำ�นักง�นตำ�รวจแห่งช�ติ กรณีไม่ลบข้อมูลประวัติอ�ชญ�กรในทะเบียนประวัติอ�ชญ�กร กรณีผู้อุทธรณ์
ขอให้คัดแยกและลบข้อมูลประวัติอ�ชญ�กร เนื่องจ�กผู้อุทธรณ์กระทำ�คว�มผิดในขณะเป็นผู้เย�ว์และศ�ลเย�วชนและครอบครัวมีนบุรีได้มีคำ�พิพ�กษ�ลงโทษ
จำ�คุก 1 ปี ส่วนโทษจำ�คุกให้รอก�รลงโทษและคุมประพฤติ 1 ปี คดีถึงที่สุดแล้ว ผู้อุทธรณ์จึงไม่ได้มีฐ�นะเป็นอ�ชญ�กรที่สำ�นักง�นตำ�รวจแห่งช�ติจำ�เป็นจะต้อง
ใช้ทะเบียนประวัติอ�ชญ�กรแต่อย่�งใด เมื่อหมดคว�มจำ�เป็นต้องสมควรที่สำ�นักง�นตำ�รวจแห่งช�ติจะต้องดำ�เนินก�รคัดแยกและทำ�ล�ยเสีย
คณะกรรมก�รวินิจฉัยก�รเปิดเผยข้อมูลข่�วส�ร (กวฉ.) ส�ข�สังคม ก�รบริห�รร�ชก�รแผ่นดินและก�รบังคับใช้กฎหม�ย พิจ�รณ�แล้วเห็นว่�
ข้อมูลข่�วส�รที่เป็นประวัติก�รกระทำ�คว�มผิดของบุคคลที่ถูกจัดเก็บอยู่ในทะเบียนประวัติอ�ชญ�กรของกองทะเบียนประวัติอ�ชญ�กร สำ�นักง�นตำ�รวจแห่งช�ติ
ซึ่งประกอบด้วยประวัติก�รกระทำ�คว�มผิดและล�ยพิมพ์นิ้วมือของบุคคล ข้อมูลข่�วส�รดังกล่�วมีลักษณะเป็นสิ่งเฉพ�ะตัวของบุคคล จึงเป็นข้อมูลข่�วส�ร
ส่วนบุคคล ต�มม�ตร� 4 แห่งพระร�ชบัญญัติข้อมูลข่�วส�รของร�ชก�ร พ.ศ. 2540 เมื่อข้อมูลที่เก็บอยู่ในทะเบียนประวัติอ�ชญ�กรเป็นข้อมูลข่�วส�ร
ส่วนบุคคล กองทะเบียนประวัติอ�ชญ�กร สำ�นักง�นตำ�รวจแห่งช�ติ จึงต้องปฏิบัติให้เป็นไป ต�มม�ตร� 23 แห่งพระร�ชบัญญัติดังกล่�ว ที่กำ�หนดให้หน่วยง�น
ของรัฐต้องจัดให้มีระบบข้อมูลข่�วส�รส่วนบุคคลเพียงเท่�ที่เกี่ยวข้องและจำ�เป็นเพื่อก�รดำ�เนินง�นของหน่วยง�นของรัฐให้สำ�เร็จต�มวัตถุประสงค์เท่�นั้นและ
ยกเลิกก�รจัดให้มีระบบดังกล่�วเมื่อหมดคว�มจำ�เป็นและตรวจสอบแก้ไขข้อมูลข่�วส�รส่วนบุคคลในคว�มรับผิดชอบให้ถูกต้องอยู่เสมอ ข้อเท็จจริงในกรณีนี้
รับฟังได้ว่� ผู้อุทธรณ์กระทำ�คว�มผิดฐ�นร่วมกันลักทรัพย์ ในเวล�กล�งคืน ในขณะเป็นผู้เย�ว์ อ�ยุ 17 ปี และศ�ลเย�วชนและครอบครัวมีนบุรีได้มี
คำ�พิพ�กษ�ลงโทษจำ�คุก 1 ปี ส่วนโทษจำ�คุกให้รอลงก�รลงโทษ 1 ปี คุมประพฤติ 1 ปี และเมื่อพ้นระยะเวล�ก�รควบคุมคว�มประพฤติ สำ�นักง�นคุมประพฤติ
กรุงเทพมห�นครได้มีหนังสือรับรองผลก�รคุมประพฤติว่�ผู้อุทธรณ์ปฏิบัติต�มเงื่อนไขที่ศ�ลกำ�หนดครบถ้วนแล้ว เห็นว่�เป็นก�รกระทำ�คว�มผิดของเย�วชน
ต�มพระร�ชบัญญัติศ�ลเย�วชนและครอบครัวและวิธีพิจ�รณ�คดีเย�วชนและครอบครัว พ.ศ. 2553 ก�รเก็บข้อมูลที่เป็นประวัติก�รกระทำ�คว�มผิดอ�ญ�
ของเด็กหรือเย�วชน เป็นหน้�ที่ของหน่วยง�นต�มพระร�ชบัญญัติดังกล่�ว มิใช่หน้�ที่ของสำ�นักง�นตำ�รวจแห่งช�ติ สำ�หรับข้ออ้�งของกองทะเบียนประวัติ
อ�ชญ�กร สำ�นักง�นตำ�รวจแห่งช�ติ ที่ว่�ได้คัดแยกประวัติก�รกระทำ�คว�มผิดอ�ญ�ของผู้อุทธรณ์ออกจ�กทะเบียนประวัติอ�ชญ�กรแล้ว แต่ยังคงเก็บไว้เพื่อ
ประโยชน์ในก�รตรวจสอบคว�มประพฤติของบุคคลให้แก่หน่วยง�นอื่นต�มระเบียบสำ�นักง�นตำ�รวจแห่งช�ติ ว่�ด้วยประมวลระเบียบก�รตำ�รวจไม่เกี่ยว
กับคดี ลักษณะที่ 32 ก�รพิมพ์ล�ยนิ้วมือ (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2561 บทที่ 4 ก�รคัดแยกและทำ�ล�ยแผ่นพิมพ์ล�ยนิ้วมือ และร�ยก�รประวัติหรือ บัญชีประวัติ
ข้อ 4.2 นั้น เห็นว่� ก�รเก็บข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อวัตถุประสงค์ดังกล่�วไม่ปร�กฏว่�มีกฎหม�ยให้อำ�น�จสำ�นักง�นตำ�รวจแห่งช�ติไว้โดยตรง เป็นเพียงระเบียบ
ของผู้บัญช�ก�รตำ�รวจแห่งช�ติที่ว�งไว้เพื่ออำ�นวยคว�มสะดวกให้แก่หน่วยง�นอื่นนำ�ไปใช้ และเมื่อพิจ�รณ�พระร�ชบัญญัติศ�ลเย�วชนและครอบครัวและวิธี
พิจ�รณ�คดีเย�วชนและครอบครัว พ.ศ. 2553 ม�ตร� 84 ซึ่งเป็นกฎหม�ยคุ้มครองสิทธิเด็กและเย�วชนโดยตรงก็กำ�หนดห้�มมิให้เปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับก�ร
กระทำ�คว�มผิดของเด็กและเย�วชนหรือนำ�ข้อมูลดังกล่�วไปพิจ�รณ�ให้เป็นผลร้�ยแก่เด็กหรือเย�วชนไม่ว่�ในท�งใด ๆ เว้นแต่ เป็นก�รใช้ประกอบดุลพินิจ
ของศ�ล ดังนั้น ก�รเก็บข้อมูลเกี่ยวกับก�รกระทำ�คว�มผิดของผู้อุทธรณ์ โดยกองทะเบียนประวัติอ�ชญ�กร สำ�นักง�นตำ�รวจแห่งช�ติ จึงไม่ถูกต้อง ต�มม�ตร� 23
แห่งพระร�ชบัญญัติข้อมูลข่�วส�รของร�ชก�ร พ.ศ. 2540 และไม่ชอบด้วยพระร�ชบัญญัติศ�ลเย�วชนและครอบครัวและวิธีพิจ�รณ�คดีเย�วชนและครอบครัว
พ.ศ. 2553 ฉะนั้น อ�ศัยอำ�น�จต�มม�ตร� 35 แห่งพระร�ชบัญญัติข้อมูลข่�วส�รของร�ชก�ร พ.ศ. 2540 คณะกรรมก�รวินิจฉัยก�รเปิดเผยข้อมูลข่�วส�รส�ข�
สังคม ก�รบริห�รร�ชก�รแผ่นดินและก�รบังคับใช้กฎหม�ย จึงวินิจฉัยให้กองทะเบียนประวัติอ�ชญ�กร สำ�นักง�นตำ�รวจแห่งช�ติ ลบข้อมูลเกี่ยวกับก�ร
กระทำ�คว�มผิดอ�ญ�ของผู้อุทธรณ์ออกจ�กทะเบียนประวัติก�รกระทำ�คว�มผิดที่กองทะเบียนประวัติอ�ชญ�กรจัดเก็บไว้

