Page 137 - วารสารกฎหมายสิทธิมนุษยชน. ปีที่ 1 ฉบับที่ 3 (กันยายน - ธันวาคม 2563)
P. 137
136 วารสารกฎหมายสิทธิมนุษยชน
สถิติคดีเด็กและเย�วชนที่กระทำ�คว�มผิดในปีที่ผ่�นม� จำ�นวนประม�ณ 29,000 คน แบ่งเป็น
้
กระทำ�คว�มผิดครั้งแรกประม�ณ 20,000 คน กระทำ�คว�มผิดซำ� 9,000 คน คว�มผิดที่กระทำ� เช่น คว�มผิด
เกี่ยวกับย�เสพติด เพศ ชีวิตร่�งก�ย และทรัพย์สิน ซึ่งข้อมูลเหล่�นี้จะไม่ถูกเปิดเผยเลยเนื่องจ�กเป็นเด็ก
และเย�วชน
2.6 การดำาเนินงานของกระทรวงยุติธรรม โดย นางอุษา จั่นพลอย บุญเปี่ยม ผู้อำานวยการ
กองนโยบายและประสานแผนกระบวนการยุติธรรม สำานักงานกิจการยุติธรรม ผู้แทนกระทรวงยุติธรรม
สถิติผู้ต้องขังในเรือนจำ�มีจำ�นวนสูงถึง 300,000 คน แต่กรมร�ชทัณฑ์มีคว�มส�ม�รถรับผู้ต้องขัง
ได้ 120,000 – 140,000 คน จึงเป็นปัญห�ผู้ต้องขังล้นเรือนจำ�แม้จะมีก�รพระร�ชท�นอภัยโทษอยู่เสมอ
ก็ต�ม ในทุกปีสถิติผู้ต้องขังรับเข้�จะมีม�กกว่�ผู้ต้องขังที่ปล่อยออก ส่งผลให้มีจำ�นวนผู้ต้องขังค้�งสะสม
้
จำ�นวน 160,000 คน ต่อปี ส่วนสถิติก�รกระทำ�ผิดซำ� ในปีแรกผู้ต้องขังที่ถูกปล่อยตัวมีโอก�สกระทำ�ผิดซำ�้
ม�กที่สุดถึงร้อยละ 14 และลดหลั่นลงม�ในปีที่ 2 และปีที่ 3 ต�มลำ�ดับ รัฐจึงควรห�วิธีก�รสนับสนุนให้ผู้
้
ต้องขังหลุดพ้นจ�กคว�มเสี่ยงในก�รกระทำ�ผิดซำ�ในปีแรกไปให้ได้ ส�เหตุที่สำ�คัญคือผู้ต้องขังที่ถูกปล่อยออก
ม�ไม่ส�ม�รถปรับตัวได้เพร�ะโลกที่เปลี่ยนแปลงไป ไม่มีเงินและครอบครัวแตกแยก ส่วนคว�มผิดที่กระทำ�ผิด
้
ซำ�ม�กที่สุดคือค้�ย�เสพติด เนื่องจ�กผู้ข�ยไม่ได้สำ�นึกในก�รกระทำ�คว�มผิดและเข้�ใจว่�เป็นเพียง
ก�รทำ�ธุรกิจอย่�งหนึ่ง ก�รแก้ปัญห�ผู้ต้องขังล้นเรือนจำ�ควรต้องแก้ไขทั้งระบบโครงสร้�งกฎหม�ย เศรษฐกิจ
สังคม เนื่องจ�กกรมร�ชทัณฑ์ไม่อ�จแก้ไขพฤตินิสัยและบำ�บัดฟื้นฟูผู้กระทำ�ผิดได้อย่�งมีประสิทธิภ�พ
สำ�หรับประวัติอ�ชญ�กรนั้น กระทรวงยุติธรรมโดยคณะกรรมก�รพัฒน�ก�รบริห�รง�นยุติธรรมแห่งช�ติ
(กพยช.) ได้ดำ�เนินก�รศึกษ�ร่�งพระร�ชบัญญัติประวัติอ�ชญ�กรรม พ.ศ. .... เพื่อให้เป็นกฎหม�ยกล�งในก�ร
จัดก�รข้อมูลประวัติอ�ชญ�กรรม และให้หน่วยง�นบังคับใช้กฎหม�ยดำ�เนินก�รเกี่ยวกับก�รจัดเก็บ ก�รเปิด
เผยและไม่เปิดเผยเป็นไปในทิศท�งและม�ตรฐ�นเดียวกัน โดยมีหลักก�รว่�รัฐไม่ควรผลักภ�ระให้ประช�ชน
ต้องไปร้องเรียนหรือดำ�เนินก�รใด ๆ เพื่อให้ลบประวัติของตนออกจ�กฐ�นข้อมูล แต่ควรเป็นหน้�ที่ของรัฐที่
จัดเก็บข้อมูลและไม่เปิดเผยจนกว่�ศ�ลจะพิพ�กษ�ว่�บุคคลนั้นกระทำ�คว�มผิด ห�กแต่จะเปิดเผยในกรณี
จำ�เป็น เช่น ก�รเป็นกรรมก�รที่มีคุณสมบัติเฉพ�ะ ก�รขอใบอนุญ�ตต่�ง ๆ เช่น ใบอนุญ�ตซื้อปืน เป็นต้น
้
และไม่ควรเปิดเผยประวัติห�กเป็นกรณีที่มีกฎหม�ยล้�งมลทินแล้ว อีกทั้ง ห�กไม่มีก�รกระทำ�ผิดซำ�ภ�ยหลัง
พ้นระยะเวล� 5 ปี จ�กก�รกระทำ�คว�มผิดครั้งก่อนแล้วจะไม่เปิดเผยประวัติอ�ชญ�กรอีกเลย เป็นต้น
้
ก�รชั่งนำ�หนักระหว่�งหลักก�รสันนิษฐ�นไว้ก่อนว่�บริสุทธิ์และก�รรักษ�คว�มสงบเรียบร้อย
้
ของบ้�นเมืองจึงต้องมีนำ�หนักเท่� ๆ กัน ก�รที่หน่วยง�นของรัฐได้เก็บข้อมูลเหล่�นี้ไว้ อ�จจะยังไม่ได้มีก�รละเมิด
สิทธิเกิดขึ้น แต่ปัญห�สำ�คัญเกิดเมื่อเก็บข้อมูลไว้แล้วมีก�รเปิดเผย ดังนั้น ก�รที่แยกบัญชีเป็นบัญชีที่ 1 ถึง
บัญชีที่ 3 อ�จไม่สำ�คัญเท่�กับมีก�รเปิดเผยข้อมูลหรือไม่ ซึ่งในท�งส�กลในกรณีที่ไม่ใช่ผู้เกี่ยวข้องกับ
ก�รดำ�เนินคดี หรือเกี่ยวกับคว�มมั่นคง จะเปิดเผยข้อมูลได้เฉพ�ะกรณีที่ศ�ลมีคำ�พิพ�กษ�แล้วเท่�นั้น
ดังนั้น โดยหลักก�รก็คือไม่เปิดเผยข้อมูล ข้อยกเว้นคือเปิดเผยข้อมูลเฉพ�ะผู้ที่เกี่ยวข้องเท่�นั้น เช่น
ผู้เป็นเจ้�ของข้อมูล เพร�ะต�มกฎหม�ยว่�ด้วยข้อมูลข่�วส�รของร�ชก�รหรือกฎหม�ยว่�ด้วยก�รคุ้มครอง
ข้อมูลส่วนบุคคล บุคคลใดเป็นเจ้�ของข้อมูลย่อมส�ม�รถเข้�ถึงข้อมูลของตนเองได้ สำ�หรับหน่วยง�นรัฐ
ส�ม�รถเข้�ถึงได้แต่ไม่ได้หม�ยคว�มว่�หน่วยง�นของรัฐทั้งหมด โดยจะต้องพิจ�รณ�วัตถุประสงค์
ของแต่ละหน่วยง�นด้วย ในร่�งพระร�ชบัญญัติประวัติอ�ชญ�กรรม พ.ศ. .... ของกระทรวงยุติธรรม

