Page 139 - วารสารกฎหมายสิทธิมนุษยชน. ปีที่ 1 ฉบับที่ 3 (กันยายน - ธันวาคม 2563)
P. 139
138 วารสารกฎหมายสิทธิมนุษยชน
ที่ผ่�นม� คณะกรรมก�รสิทธิมนุษยชนแห่งช�ติได้รับเรื่องร้องเรียนจ�กผู้ที่ได้รับคว�มเดือดร้อน
เสียห�ยจ�กปัญห�ประวัติอ�ชญ�กรในหล�ยกรณี กรณีตัวอย่�งที่น่�สนใจจ�กร�ยง�นผลก�รพิจ�รณ�
ที่ 489-491/2562 ลงวันที่ 25 ธันว�คม 2562 เรื่อง สิทธิในคว�มเป็นอยู่ส่วนตัวเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคล
เสรีภ�พในก�รประกอบอ�ชีพและก�รเลือกปฏิบัติ กรณีกล่�วอ้�งว่�กองทะเบียนประวัติอ�ชญ�กร
เปิดเผยประวัติก�รกระทำ�คว�มผิดอ�ญ�ส่งผลกระทบต่อก�รประกอบอ�ชีพ โดยคณะกรรมก�ร
สิทธิมนุษยชนแห่งช�ติได้รวมก�รพิจ�รณ�หล�ยคำ�ร้องเข้�ด้วยกัน เนื่องจ�กแต่ละคำ�ร้องเป็นประเด็น
ได้รับผลกระทบจ�กก�รถูกปฏิเสธเข้�ทำ�ง�น ผู้ร้องทั้งสี่กระทำ�คว�มผิดฐ�นขับรถขณะเม�สุร�
ส�มในสี่ของผู้ร้องถูกศ�ลพิพ�กษ�ลงโทษปรับและจำ�คุกแต่โทษจำ�คุกรอก�รลงโทษไว้ ทำ�ให้ผู้ร้องมีประวัติ
อ�ชญ�กรติดตัวไม่ส�ม�รถสมัครเข้�ทำ�ง�นบริษัทเอกชนได้ เรื่องนี้มีประเด็นว่�ก�รถูกศ�ลตัดสินให้รอ
ก�รลงโทษผู้ร้องจะไม่ได้รับประโยชน์ในก�รขอคัดแยกข้อมูลประวัติอ�ชญ�กรออกจ�กฐ�นข้อมูลทะเบียน
ประวัติอ�ชญ�กรเนื่องจ�กไม่เข้�เงื่อนไข 1.1 - 1.19 ต�มที่ระเบียบสำ�นักง�นตำ�รวจแห่งช�ติฯ กำ�หนด
ซึ่งต่�งกับกรณี “ศ�ลรอก�รกำ�หนดโทษ” ต�มข้อ 1.17 ที่ส�ม�รถขอคัดแยกข้อมูลประวัติได้ ทั้ง ๆ
6
ที่ก�รรอก�รลงโทษกับรอก�รกำ�หนดโทษต�มประมวลกฎหม�ยอ�ญ� มีเจตน�รมณ์เดียวกัน คือ
ศ�ลได้พิจ�รณ�เหตุต่�งๆ อันควรปร�ณีแล้วมุ่งหม�ยให้โอก�สผู้กระทำ�คว�มผิดกลับตัวกลับใจประพฤติตน
ในท�งที่ดีทั้งสองกรณี ซึ่งคณะกรรมก�รสิทธิมนุษยชนแห่งช�ติได้มีข้อเสนอแนะต่อสำ�นักง�น
ตำ�รวจแห่งช�ติ ควรพิจ�รณ�ทบทวนแก้ไขเพิ่มเติมประมวลระเบียบก�รตำ�รวจไม่เกี่ยวกับคดี ลักษณะที่ 32
บทที่ 4 ข้อ 1.17 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยระเบียบสำ�นักง�นตำ�รวจแห่งช�ติ ว่�ด้วยประมวลระเบียบก�รตำ�รวจ
ไม่เกี่ยวกับคดี ลักษณะที่ 32 ก�รพิมพ์ล�ยนิ้วมือ (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2561 โดยเพิ่มเติมหลักเกณฑ์กรณีที่
ต้องคัดเลือกแผ่นพิมพ์ล�ยนิ้วมือและเอกส�รที่เกี่ยวข้องแยกออกจ�กส�รบบหรือฐ�นข้อมูลประวัติ
อ�ชญ�กรให้ครอบคลุมถึง “คดีคว�มผิดทุกประเภทที่ศ�ลมีคำ�พิพ�กษ�ถึงที่สุดให้จำ�คุกสถ�นเดียวหรือ
ทั้งจำ�คุกและปรับ โดยโทษจำ�คุกให้รอก�รลงโทษไว้” จึงควรได้รับก�รปฏิบัติอย่�งเท่�เทียมกันต�มหลัก
คว�มเสมอภ�คและก�รไม่เลือกปฏิบัติ ดังนั้น เพื่อเป็นก�รส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิในคว�มเป็นส่วนตัว
เกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคลคว�มเสมอภ�คและก�รไม่เลือกปฏิบัติ จึงเห็นควรมีข้อเสนอแนะในก�รแก้ไข
ปรับปรุงประมวลระเบียบก�รตำ�รวจไม่เกี่ยวกับคดี ลักษณะที่ 32 บทที่ 4 ข้อ 1.17 ให้ครอบคลุมถึงคดี
คว�มผิดทุกประเภทที่ศ�ลมีคำ�พิพ�กษ�ถึงที่สุดให้รอก�รลงโทษด้วย
นอกจ�กนี้ ยังมีประเด็นที่น่�สนใจเรื่องคว�มยินยอมในก�รเปิดเผยข้อมูลประวัติ ก�รที่เจ้�ของข้อมูล
ให้คว�มยินยอมในก�รเปิดเผยข้อมูลประวัติอ�ชญ�กรเพื่อใช้ประกอบก�รพิจ�รณ�เข้�รับร�ชก�รหรือรับเข้�
ทำ�ง�นในหล�ยกรณีพบว่�มีก�รกำ�หนดในใบสมัครว่�ผู้สมัครต้องให้คว�มยินยอมในก�รเปิดเผยข้อมูลประวัติ
อ�ชญ�กรเพื่อตรวจสอบคุณสมบัติ ซึ่งผู้ร้องทั้งสี่และผู้สมัครง�นไม่มีท�งเลือกในก�รให้คว�มยินยอมโดยอิสระ
เพร�ะห�กผู้สมัครง�นไม่ยินยอมให้ตรวจประวัติจะเป็นก�รแสดงว่�ผู้สมัครมีเจตน�ปกปิดประวัติอ�ชญ�กรของ
ตนเอง ดังนั้น ก�รที่ผู้สมัครง�นต้องให้คว�มยินยอมในก�รเปิดเผยข้อมูลประวัติอ�ชญ�กรเพื่อให้ผู้รับสมัครใช้
ตรวจสอบคุณสมบัติหรือพิจ�รณ�รับเข้�ทำ�ง�น ย่อมเห็นได้ว่�เป็นก�รให้คว�มยินยอมโดยปร�ศจ�กท�งเลือก
ในก�รตัดสินใจและอยู่ภ�ยใต้อำ�น�จกดดันหรืออยู่ในสถ�นะคว�มไม่สมดุลเชิงอำ�น�จต่อรอง (imbalance)
จึงไม่ใช่ก�รให้คว�มยินยอมโดยอิสระ แต่หลักก�รให้คว�มยินยอมโดยอิสระไม่ปร�กฏอยู่ในพระร�ชบัญญัติ
ข้อมูลข่�วส�รของร�ชก�ร พ.ศ. 2540 รวมทั้งพระร�ชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 แต่อย่�งใด
6 ประมวลกฎหม�ยอ�ญ�
ม�ตร� 56 วรรคแรก ผู้ใดกระทำ�คว�มผิดซึ่งมีโทษจำ�คุกและในคดีนั้นศ�ลจะลงโทษจำ�คุกไม่เกินส�มปี ถ้�ไม่ปร�กฏว่�ผู้นั้นได้รับโทษจำ�คุกม�ก่อน
หรือปร�กฏว่�ได้รับโทษจำ�คุกม�ก่อน แต่เป็นโทษสำ�หรับคว�มผิดที่ได้กระทำ�โดยประม�ท หรือคว�มผิดลหุโทษ เมื่อศ�ลได้คำ�นึงถึงอ�ยุ ประวัติ คว�มประพฤติ
สติปัญญ� ก�รศึกษ�อบรม สุขภ�พ ภ�วะแห่งจิต นิสัย อ�ชีพ และสิ่งแวดล้อมของผู้นั้น หรือ สภ�พคว�มผิด หรือเหตุอื่นอันควรปร�นีแล้ว เห็นเป็นก�รสมควร
ศ�ลจะพิพ�กษ�ว่�ผู้นั้น มีคว�มผิดแต่รอก�รกำ�หนดโทษไว้หรือกำ�หนดโทษแต่รอก�รลงโทษไว้แล้วปล่อยตัวไป เพื่อให้โอก�สผู้นั้นกลับตัวภ�ยในระยะเวล�ที่
ศ�ลจะได้กำ�หนด แต่ต้องไม่เกินห้�ปีนับแต่วันที่ศ�ลพิพ�กษ� โดยจะกำ�หนดเงื่อนไขเพื่อคุมคว�มประพฤติของผู้นั้นด้วยหรือไม่ก็ได้

