Page 88 - วารสารกฎหมายสิทธิมนุษยชน. ปีที่ 1 ฉบับที่ 2 (พฤษภาคม - สิงหาคม 2563)
P. 88
ปีที่ 1 ฉบับที่ 2 (พฤษภาคม – สิงหาคม 2563) 87
ส่วนร่วมของประชำชนที่เกี่ยวข้องทั้งหมด โดยแนวทำงนี้ถือเป็นแนวทำงที่มีประสิทธิภำพที่สุดในปัจจุบัน
แต่ก็ยังคงได้รับกำรวิพำกษ์อย่ำงกว้ำงขวำงถึงควำมเป็นไปได้ในกำรรับรองที่จริงจังเกี่ยวกับประเภท
สิทธิในสิ่งแวดล้อมที่ดีที่เป็นอิสระอีกสิทธิหนึ่งซึ่งเป็นสิทธิที่ควรได้รับกำรรับรองตำมกฎหมำยระหว่ำงประเทศ
(3) แนวคิดที่ให้สิทธิด้านสิ่งแวดล้อมเป็นสิทธิของสิ่งแวดล้อมโดยตัวของสิ่งแวดล้อมเอง
โดยไม่ต้องค�านึงถึงว่ามีหรือไม่มีผลกระทบต่อสิทธิของมนุษย์หรือไม่
แนวควำมคิดนี้ถือว่ำสิทธิของสิ่งแวดล้อมที่ดีเป็นสิทธิของสิ่งแวดล้อมหรือธรรมชำติโดยตัวของ
สิ่งแวดล้อมหรือธรรมชำติเอง ไม่เกี่ยวกับมนุษย์ ถือเป็นมุมมองที่ให้ควำมส�ำคัญ “สิ่งแวดล้อมเป็น
ศูนย์กลำง” (eco-centric) ถือว่ำสิทธิของสิ่งแวดล้อมเกี่ยวข้องกับมนุษยชนเฉพำะในแง่ที่ว่ำ
สิ่งแวดล้อมต้องอำศัยให้มนุษย์เป็นผู้บังคับใช้สิทธิเหล่ำนั้นแทน อย่ำงไรก็ตำม เนื่องจำกสิทธิในรูปแบบ
ดังกล่ำวนี้ยังไม่เคยมีปรำกฏไม่ว่ำในลักษณะของกฎหมำยที่เป็นลำยลักษณ์อักษรหรือกฎหมำยจำรีต
ประเพณีในกฎหมำยระหว่ำงประเทศหรือในระบบกฎหมำยที่เป็นสำกลมำก่อน รวมทั้งยังไม่เคยพบ
ค�ำพิพำกษำที่ใช้หลักกำรตำมแนวทำงนี้หรือพยำยำมจะใช้หลักกำรตำมแนวทำงนี้ในค�ำพิพำกษำหรือ
ค�ำตัดสินของศำลมำก่อน ตลอดจนที่ผ่ำนมำพบว่ำ ศำลมีแนวโน้มที่จะสงวนสิทธิในกำรมีค�ำตัดสิน
เพียงจำกประสบกำรณ์ที่ได้เคยใช้หรือเคยมีค�ำตัดสินมำแล้ว โดยไม่มีแนวโน้มที่จะบังคับใช้สิทธิหรือให้
สิทธิชนิดหนึ่งชนิดใดที่ยังมิเคยได้มีกำรก�ำหนดให้เป็นกฎหมำยที่มั่นคงมำก่อนให้มีผลในกำรวินิจฉัยคดี
ในทำงกฎหมำย ดังนั้น สิทธิด้ำนสิ่งแวดล้อมตำมแนวทำงนี้ที่ผ่ำนมำจึงยังไม่เคยถูกหยิบยกมำใช้หรือ
อ้ำงอิงในกำรวินิจฉัยคดีมำก่อน
อนึ่ง แนวควำมคิดนี้ถือเป็นแนวคิดที่ใหม่ล่ำสุด น�ำเสนอแนวคิดที่ปฏิเสธกำรเชื่อมโยงต่อกัน
อย่ำงเป็นทำงกำรระหว่ำงสิทธิมนุษยชนกับสิทธิของสิ่งแวดล้อม แนวควำมคิดนี้ค่อนข้ำงมองควำม
เชื่อมโยงที่แบ่งแยกออกจำกกัน น�ำเสนอกำรวำงหลักกำรให้สิทธิในสิ่งแวดล้อมที่ปลอดภัยและ
สิ่งแวดล้อมที่ดีเป็นสิทธิในเชิงเนื้อหำที่มีนัยโดยตัวเองและเป็นอิสระออกจำกสิทธิมนุษยชนในด้ำนอื่น
ดังนั้น จึงไม่จ�ำเป็นต้องมีข้อก�ำหนดเฉพำะส�ำหรับสิทธิมนุษยชนด้ำนสิ่งแวดล้อม ข้อเสนอนี้กล่ำวว่ำ
นับตั้งแต่กำรประชุมที่กรุงสตอกโฮล์มในปี พ.ศ. 2515 กฎหมำยสิ่งแวดล้อมระหว่ำงประเทศได้รับกำรพัฒนำ
ขึ้นและได้ท�ำให้ประเด็นเรื่องสิ่งแวดล้อมที่เคยเป็นเพียงแค่ประเด็นภำยในประเทศมีควำมเป็นสำกล
อย่ำงไรก็ตำม ได้มีผู้ที่มีควำมเห็นโต้แย้ง โดยกล่ำวว่ำ ในควำมเป็นจริง จะมีประโยชน์มำกกว่ำ
หำกน�ำกฎหมำยด้ำนสิ่งแวดล้อมมำอยู่ภำยใต้ขอบเขตของกลไกด้ำนสิทธิมนุษยชน โดยข้อเสนอนี้แย้งว่ำ
กฎหมำยด้ำนสิ่งแวดล้อมมีอยู่ในแล้วในหลำยบริบทและหลำยส่วนของโลกทั้งในระดับนำนำชำติและ
ระดับประเทศก�ำลังประสบกับปัญหำส�ำคัญเนื่องจำกกฎหมำยด้ำนสิ่งแวดล้อมมีอุปสรรค คือ
ควำมยำกในกำรเข้ำถึงทั้งในระดับของบุคคลและ/หรือกลุ่มบุคคล เมื่อพบกำรฝ่ำฝืนกฎหมำย อนุสัญญำ
หรือค�ำสั่งทำงกฎหมำยด้ำนสิ่งแวดล้อมเกิดขึ้นแล้ว ไม่สำมำรถเข้ำถึงช่องทำงในกำรด�ำเนินกำรทำง
กฎหมำยที่สำมำรถริเริ่มโดยตัวของบุคคลได้เองโดยง่ำย

