Page 83 - วารสารกฎหมายสิทธิมนุษยชน. ปีที่ 1 ฉบับที่ 2 (พฤษภาคม - สิงหาคม 2563)
P. 83

82           วารสารกฎหมายสิทธิมนุษยชน



                 ควำมคิดนี้สอดคล้องกับแนวคิดว่ำด้วยกำรพัฒนำอย่ำงยั่งยืน ซึ่งต่อมำได้รับควำมเข้ำใจว่ำเป็นแนวควำมคิด
                 หลักที่เชื่อมโยงประเด็นด้ำนสิ่งแวดล้อมและสิทธิมนุษยชนเข้ำด้วยกัน
                       กำรประชุมสหประชำชำติว่ำด้วยสิ่งแวดล้อมของมนุษย์ ในปี พ.ศ. 2515 ณ กรุงสตอล์กโฮม ครั้งนี้

                 ได้จัดขึ้นในช่วงเวลำที่โลกถูกครอบง�ำด้วยวำทกรรมหรือแนวคิดกำรพัฒนำว่ำด้วยทฤษฎีกำรผลิตแบบ
                 พึ่งพำ (Dependency) และกำรผลิตแบบเป็นระบบโลก (World Systems) นอกจำกนี้ กำรประชุม
                 ณ กรุงสตอกโฮล์มในครั้งนี้ยังเป็นกำรประชุมครั้งแรกที่มีกำรยอมรับอย่ำงเป็นทำงกำรว่ำ ประเด็นด้ำน
                 สิ่งแวดล้อมจะได้รับกำรจัดกำรอย่ำงดีที่สุดโดยกำรมีส่วนร่วมของประชำชนที่เกี่ยวข้องทั้งหมด และ

                 ยอมรับว่ำ ไม่เพียงแต่กำรรักษำสิ่งแวดล้อมให้ยั่งยืนเพรำะสิ่งแวดล้อมได้ช่วยให้มนุษย์ได้รับสิทธิ
                 ในกำรด�ำรงชีวิตและสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐำนเท่ำนั้น แต่ยังต้องให้ควำมส�ำคัญกับกำรคุ้มครองสิทธิมนุษยชน
                 ขั้นพื้นฐำนที่มนุษย์กลุ่มต่ำง ๆ จะมีควำมสำมำรถในกำรปกป้องสิ่งแวดล้อมด้วย นอกจำกนี้
                 กำรประชุมครั้งนี้ยังเป็นกำรประชุมที่ปูทำงให้เกิดกำรยอมรับว่ำประเด็นด้ำนสิ่งแวดล้อมและกำรพัฒนำ

                 เป็นเรื่องเดียวกัน ซึ่งต่อมำหลักกำรหรือควำมเข้ำใจนี้ได้รับกำรยอมรับอย่ำงเป็นทำงกำรเป็นครั้งแรก
                 ในปี พ.ศ. 2530 ตำมที่ปรำกฏในรำยงำน Brundtland ของคณะกรรมกำรระดับโลกว่ำด้วยสิ่งแวดล้อมและ
                 กำรพัฒนำแห่งสหประชำชำติ (World Commission on Environment and Development)
                       เนื่องจำกรำยงำน Brundtland เป็นรำยงำนฉบับแรกของสหประชำชำติที่ได้มีกำรกล่ำวถึง

                 ค�ำว่ำ “กำรพัฒนำที่ยั่งยืน” (Sustainable Development) รำยงำนนี้จึงถูกกล่ำวถึงว่ำเป็นจุดเริ่มแรก
                 ของสหประชำชำติต่อประเด็นว่ำด้วย “กำรพัฒนำที่ยั่งยืน” อย่ำงเป็นทำงกำร โดยตำมรำยงำนฉบับนี้
                 ได้มีกำรก�ำหนดนิยำมของค�ำว่ำ “กำรพัฒนำที่ยั่งยืน” ว่ำมีควำมหมำยที่ครอบคลุมถึงกำรพัฒนำที่
                 สอดคล้องกับควำมต้องกำรของคนในรุ่นปัจจุบันที่ไม่กระทบต่อควำมสำมำรถของคนในอนำคตที่จะ

                 ตอบสนองควำมต้องกำรของเขำเอง โดยในช่วงเริ่มแรก แนวควำมคิดนี้ถูกกล่ำวถึงว่ำ เป็นเพียงแค่
                 แนวคิดที่อันตรำยและไร้สำระ (Dangerously slippery concept) อย่ำงไรก็ตำม แม้จนถึงปัจจุบัน
                 ควำมเข้ำใจต่อค�ำว่ำ “กำรพัฒนำที่ยั่งยืน” ก็ยังคงมีควำมแตกต่ำงและหลำกหลำย แต่ก็มีลักษณะ
                 ร่วมกันของค�ำจ�ำกัดควำมที่พอเข้ำใจได้ว่ำมีควำมหมำยครอบคลุมถึงกำรเน้นให้ควำมเป็นธรรมทั้งต่อ

                 คนภำยในรุ่นเดียวกันหรือในชั่วอำยุเดียวกันและต่อคนในรุ่นถัดไปหรือชั่วอำยุถัดไปด้วย โดยมีขอบเขต
                 หรือลักษณะหรือรูปแบบของงำนที่ถือว่ำเป็นควำมยั่งยืนใน 10 ด้ำน ได้แก่ (ก) กำรรักษำควำมสมบูรณ์
                 ของระบบนิเวศ (ข) กำรบูรณำกำรประเด็นกำรคุ้มครองสิ่งแวดล้อมและกำรพัฒนำเข้ำด้วยกัน
                 (ค) กำรแสวงหำแนวทำงหรือแนวปฏิบัติระหว่ำงประเทศที่ได้รับควำมเห็นชอบร่วมกัน (ง) กำรแสวงหำ

                 แนวทำงเพื่อรับรองให้มนุษย์ทุกคนสำมำรถเข้ำถึงควำมต้องกำรขั้นพื้นฐำนได้อย่ำงเท่ำเทียมและทั่วถึง
                 (จ) กำรพยำยำมแก้ไขข้อจ�ำกัดทำงด้ำนศักยภำพและควำมรู้ควำมเข้ำใจเกี่ยวกับกำรจัดท�ำแผนกำร
                 พัฒนำภำยในประเทศ (ฉ) กำรพยำยำมแก้ไขข้อจ�ำกัดในกำรประยุกต์ใช้ควำมรู้ทำงวิทยำศำสตร์เข้ำกับ
                 ประเด็นปัญหำทำงด้ำนกำรพัฒนำ (ช) กำรยอมรับให้มีกำรเจริญเติบโตทำงเศรษฐกิจในระดับที่ไม่น้อย

                 เกินไป (ซ) กำรให้ควำมส�ำคัญกับสิ่งแวดล้อมทั้งทำงธรรมชำติและทำงวัฒนธรรม (ญ) กำรน�ำมุมมอง
                 ระยะยำวมำใช้ในกำรก�ำกับแนวทำงหรือนโยบำยกำรพัฒนำ และ (ฎ) กำรด�ำเนินกำรเพื่อรับรองให้เกิด
                 ควำมเท่ำเทียมกันระหว่ำงคนภำยในรุ่นเดียวกันและระหว่ำงคนในรุ่นปัจจุบันกับคนในรุ่นถัดไป
   78   79   80   81   82   83   84   85   86   87   88