Page 93 - วารสารกฎหมายสิทธิมนุษยชน. ปีที่ 1 ฉบับที่ 2 (พฤษภาคม - สิงหาคม 2563)
P. 93

92           วารสารกฎหมายสิทธิมนุษยชน



                 ด้ำนสิ่งแวดล้อมจะได้รับกำรจัดกำรอย่ำงดีที่สุดโดยกำรมีส่วนร่วมของประชำชนที่เกี่ยวข้องทั้งหมด”
                 เป็นกำรให้หลักกำรเพื่อสนับสนุนสิทธิในกำรพัฒนำ โดยยังไม่มีบทบัญญัติที่ชัดเจนที่จะรับรองสิทธิใน
                 สิ่งแวดล้อมที่สะอำด

                       หลักกำรที่ 1 ของปฏิญญำริโอประกำศว่ำ “มนุษย์มีสิทธิที่จะมีชีวิตที่มีสุขภำพดีและเป็น
                 ชีวิตที่มีประสิทธิผลสอดคล้องกับธรรมชำติ” รวมทั้งก�ำหนดว่ำ “รัฐควรให้ควำมร่วมมือกันอย่ำงมี
                 ประสิทธิภำพ เพื่อป้องกันกำรโยกย้ำยและเคลื่อนย้ำยกิจกรรมและสำรที่พบว่ำเป็นอันตรำยต่อสุขภำพ
                 ของมนุษย์ไปยังรัฐอื่น เว้นแต่จะมีเหตุผลที่จ�ำเป็นอื่น”

                       ขณะที่หลักกำรทำงกฎหมำยเพื่อกำรคุ้มครองสิ่งแวดล้อมและกำรพัฒนำที่ยั่งยืน (Legal
                 Principles for Environmental Protection and Sustainable Development) ซึ่งเป็นร่ำงเอกสำรที่ได้
                 รับกำรพัฒนำขึ้นโดยมีเป้ำหมำยที่จะให้เป็นตรำสำรที่มีผลผูกพันทำงกฎหมำยได้แสดงถึงกำรเชื่อมโยง
                 กันอย่ำงชัดเจนขององค์ประกอบ 3 ด้ำน ตำมข้อ 1 ดังควำมว่ำ “มนุษย์ทุกคนมีสิทธิขั้นพื้นฐำนใน

                 สิ่งแวดล้อมที่ดีเพียงพอต่อกำรมีสุขภำพและสภำพควำมเป็นอยู่ที่ดี”
                       ดังกล่ำวแล้วว่ำ แม้จะยังไม่มีตรำสำรที่เกี่ยวกับสิทธิมนุษยชนในด้ำนสิ่งแวดล้อมโดยตรง แต่ก็
                 มีตรำสำรระหว่ำงประเทศที่มีเนื้อหำเฉพำะในกำรคุ้มครองสิ่งแวดล้อมเฉพำะด้ำนได้รับกำรยอมรับใน
                 กลไกของสหประชำชำติ ยกตัวอย่ำงเช่น อนุสัญญำกรุงเวียนนำเพื่อกำรปกป้องชั้นโอโซนในปี พ.ศ. 2528

                 (Vienna Convention for the Protection of the Ozone Layer 1985) และพิธีสำรมอนทรีออล
                 ในปี พ.ศ. 2530 (Montreal Protocol 1987) ที่เรียกร้องให้ประเทศต่ำง ๆ ทั่วโลกด�ำเนินกำรเพื่อควบคุม
                 ลด และให้ยกเลิกกิจกรรมที่มีผลในกำรท�ำลำยชั้นโอโซนให้หมดไป อนุสัญญำว่ำด้วยกำรเปลี่ยนแปลง
                 สภำพภูมิอำกำศในปี พ.ศ. 2535 (Convention on Climate Change 1992) และพิธีสำรเกียวโตในปี พ.ศ. 2541

                 (Kyoto Protocol 1998) ที่ก�ำหนดให้รัฐต่ำง ๆ มีควำมรับผิดชอบในกำรลดกำรปล่อยก๊ำซเรือนกระจก
                 ซึ่งเป็นสำเหตุของภำวะโลกร้อนและกำรเปลี่ยนแปลงสภำพภูมิอำกำศ นอกจำกนี้ ยังมีอนุสัญญำบำเซล
                 ว่ำด้วยกำรควบคุมกำรเคลื่อนย้ำยข้ำมแดนและกำรก�ำจัดซึ่งของเสียอันตรำยในปี  พ.ศ. 2532 (Basel
                 Convention on the Control of Transboundary Movement of Hazardous Waste and their

                 Disposal 1989) เพื่อเรียกร้องให้รัฐภำคีลดกำรผลิตของเสียอันตรำยให้มำกที่สุดเท่ำที่จะเป็นไปได้และ
                 ก�ำหนดกำรควบคุมกำรเคลื่อนย้ำยของเสียอันตรำยดังกล่ำวที่ข้ำมพรมแดน อนุสัญญำสหประชำชำติ
                 ว่ำด้วยกฎหมำยทะเลในปี พ.ศ. 2537 (United Nations Convention on the Law of the Sea 1994)
                 ที่ก�ำหนดให้มีกำรใช้ทรัพยำกรทำงทะเลอย่ำงเป็นธรรมและมีประสิทธิภำพ รวมทั้งกำรคุ้มครองและ

                 กำรอนุรักษ์ทรัพยำกรทำงทะเล ตลอดจนอนุสัญญำว่ำด้วยควำมหลำกหลำยทำงชีวภำพในปี พ.ศ. 2535
                 (Convention on Biological Diversity 1992) ที่ก�ำหนดให้ประเทศต่ำง ๆ ต้องด�ำเนินกำรเพื่อกำร
                 อนุรักษ์ควำมหลำกหลำยทำงชีวภำพ กำรใช้ทรัพยำกรชีวภำพอย่ำงยั่งยืน และกำรแบ่งปันผลประโยชน์
                 ที่เท่ำเทียมกัน นอกจำกนี้ อนุสัญญำว่ำด้วยกำรประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมในบริบทข้ำมพรมแดน

                 ในปี พ.ศ. 2534 (Convention on Environmental Impact Assessment in a Transboundary Context)
                 ได้เรียกร้องให้รัฐมีกำรจัดตั้งกระบวนกำรประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมที่ประชำชนสำมำรถเข้ำมำมี
                 ส่วนร่วมได้อย่ำงทั่วถึง
   88   89   90   91   92   93   94   95   96   97   98