Page 87 - วารสารกฎหมายสิทธิมนุษยชน. ปีที่ 1 ฉบับที่ 2 (พฤษภาคม - สิงหาคม 2563)
P. 87

86           วารสารกฎหมายสิทธิมนุษยชน



                 โดยเฉพำะอย่ำงยิ่งสิทธิในกำรมีชีวิตและสิทธิด้ำนสุขภำพ กำรคุ้มครองสิ่งแวดล้อมโดยนัยนี้จึงถือเป็น
                 เครื่องมือส�ำคัญในกำรคุ้มครองสิทธิมนุษยชนที่เป็นสำกลอยู่แล้วที่มีประสิทธิภำพ
                       นำย Klaus Toepfer อดีตผู้อ�ำนวยกำรโครงกำรสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชำชำติ (UNEP)

                 ได้สะท้อนแนวควำมคิดนี้ในถ้อยแถลงที่มีต่อคณะกรรมำธิกำรสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชำชำติ สมัยที่ 57
                 เมื่อปี พ.ศ. 2544 โดยได้กล่ำวว่ำ “สิทธิมนุษยชนไม่สำมำรถมีอยู่อย่ำงปลอดภัยในสิ่งแวดล้อมที่เสื่อมโทรม
                 หรือที่เป็นมลพิษ สิทธิขั้นพื้นฐำนในกำรด�ำรงชีวิตจะถูกคุกคำมจำกควำมเสื่อมโทรมของดินและกำรตัดไม้
                 ท�ำลำยป่ำ รวมทั้งกำรใช้ชีวิตอยู่ในสิ่งแวดล้อมหรือดื่มน�้ำที่ปนเปื้อนด้วยสำรเคมีอันตรำยหรือวัตถุ

                 ของเสียอันตรำย สภำวะของสิ่งแวดล้อมที่ดีเพียงพอจะช่วยให้ผู้คนได้รับสิทธิขั้นพื้นฐำนในกำรด�ำรงชีวิต
                 สุขภำพ อำหำร และที่อยู่อำศัย รวมทั้งวิถีชีวิตและวัฒนธรรมแบบดั้งเดิม ดังนั้น จึงถึงเวลำแล้วที่ควร
                 จะตระหนักว่ำ ผู้ที่ก่อให้เกิดมลพิษและท�ำลำยสิ่งแวดล้อมทำงธรรมชำติ ไม่ใช่เพียงแค่ผู้กระท�ำผิดต่อ
                 ธรรมชำติเท่ำนั้น แต่ยังถือว่ำเป็นผู้ละเมิดสิทธิมนุษยชนอีกด้วย”

                       (2)  แนวคิดให้สิทธิด้านสิ่งแวดล้อมได้รับการครอบคลุมด้วยสิทธิมนุษยชนที่ได้รับการก�าหนด
                 หรือรับรองไว้ก่อนหน้านี้แล้ว
                       ตำมแนวควำมคิดนี้ถือว่ำสิทธิด้ำนสิ่งแวดล้อมได้รับควำมคุ้มครองครอบคลุมโดยสิทธิมนุษยชน
                 ที่มีอยู่ก่อนแล้ว เช่น สิทธิในกำรมีชีวิต สิทธิด้ำนสุขภำพ หรือสิทธิในทรัพย์สิน โดยแนวคิดนี้ที่ได้รับกำร

                 สนับสนุนจำกกลไกสิทธิมนุษยชนในระดับภูมิภำคส่วนใหญ่ ตัวอย่ำงเช่น กำรพยำยำมให้กำรตีควำม
                 สิทธิในทรัพย์สินตำมที่บัญญัติไว้ในข้อ 23 ของกฎบัตรแอฟริกันว่ำด้วยสิทธิและหน้ำที่ของมนุษย์ หรือ
                 ที่เรียกว่ำ “กฎบัตรแอฟริกัน” มีควำมหมำยที่ครอบคลุมถึงสิทธิในสิ่งแวดล้อมที่ดีรอบตัวของมนุษย์ด้วย
                 อย่ำงไรก็ตำม แนวควำมคิดนี้ยังคงเป็นแนวคิดที่มีข้อจ�ำกัดในกำรปฏิบัติ ทั้งนี้ กำรคุ้มครองจะครอบคลุม

                 ไปถึงหรือไม่ขึ้นอยู่กับกำรวินิจฉัยของแต่ละเขตอ�ำนำจศำลของแต่ละประเทศซึ่งยังคงมีข้อจ�ำกัดในกำร
                 ตีควำมที่แตกต่ำงกันไปขึ้นอยู่กับประเพณีกำรปกครองและกำรวินิจฉัยของศำลของแต่ละประเทศ
                       อย่ำงไรก็ตำม  แนวทำงตำมแนวควำมคิดนี้ซึ่งเน้นให้ใช้สิทธิมนุษยชนที่มีอยู่แล้วในปัจจุบันเป็น
                 แนวทำงในกำรคุ้มครองสิ่งแวดล้อมและให้รัฐมีหน้ำที่ในกำรคุ้มครองสิทธิมนุษยชนที่เกี่ยวกับ

                 สิ่งแวดล้อมตำมกฎหมำยระหว่ำงประเทศด้ำนสิทธิมนุษยชนที่มีอยู่แล้วถือว่ำเป็นวิธีที่มีประสิทธิภำพ
                 ที่สุดในกำรบรรลุเป้ำหมำยของกำรอนุรักษ์และกำรคุ้มครองสิ่งแวดล้อมในปัจจุบัน แนวคิดนี้เห็นว่ำ
                 สิทธิมนุษยชนถือเป็นองค์ประกอบส�ำคัญในกำรบรรลุเป้ำหมำยของกำรคุ้มครองสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็น
                 เป้ำหมำยโดยหลักกำรในกำรคุ้มครองสุขภำพของมนุษย์ด้วย แนวทำงดังกล่ำวนี้แสดงให้เห็นได้ชัดเจน

                 ดังข้อควำมปรำกฏในปฏิญญำริโอซึ่งได้บัญญัติควำมเชื่อมโยงระหว่ำงสิทธิมนุษยชนกับกำรคุ้มครอง
                 สิ่งแวดล้อมไว้ในขั้นตอนกำรด�ำเนินกำร ตำมที่ประกำศไว้ในหลักกำรที่ 10 ของปฏิญญำฉบับนี้
                 ว่ำด้วยกำรเข้ำถึงข้อมูล กำรมีส่วนร่วมของประชำชน และกำรมีกระบวนกำรยุติธรรมและกระบวนกำร
                 ทำงปกครองที่มีประสิทธิภำพ รวมทั้งกำรแก้ไขและกำรเยียวยำผลกระทบอันเกิดจำกปัญหำด้ำน

                 สิ่งแวดล้อม รวมทั้งกำรรับรองหลักกำรว่ำประเด็นสิ่งแวดล้อมจะได้รับกำรจัดกำรอย่ำงดีที่สุดโดยกำรมี
   82   83   84   85   86   87   88   89   90   91   92