Page 68 - วารสารกฎหมายสิทธิมนุษยชน. ปีที่ 1 ฉบับที่ 2 (พฤษภาคม - สิงหาคม 2563)
P. 68

ปีที่ 1 ฉบับที่ 2 (พฤษภาคม – สิงหาคม 2563)  67



                        ผู้วิจัย : เคยมีเหตุการณ์ที่ต้องไปนอนร่วมกับข้าราชการผู้ชายแล้วเกิดมีเป็นประเด็นขึ้น
                  มันมีเรื่องราวยังไงบ้าง
                        คุณครูเอม : มีอยู่สองครั้งที่เป็นเรื่องสําคัญเลยก็คือว่า ครั้งแรกก็คือเค้าโวยวายเลยว่า

                  ไม่ต้องการนอนกับเพศที่สาม แสดงท่าทางรังเกียจออกมาเลยผู้ชายคนนี้ แต่ด้วยความเป็นเพศของเรา
                  เราก็ดูออกนะว่าคนเนี้ยมันไม่ใช่แบบ คือจะพูดยังไงดี คนที่จะแสดงความรังเกียจชัดเจนจริง ๆ แล้ว
                  ต้องการ เข้าใจไหมคะ จริง ๆ แล้วเหมือนพยายามจะปิดบังตัวเองว่าตัวเองไม่ได้ชอบ ตัวเองเป็นผู้ชายแท้ ๆ
                  จนสองสำมวันสุดท้ำยเค้ำก็พยำยำมที่จะมีอะไรด้วย กับอีกครั้งหนึ่งก็คือ เค้าเลือกที่จะไม่พักเลย

                  เค้าเลือกที่จะไป แต่เค้าก็อาจจะมีที่พักในกรุงเทพฯ ด้วย เค้าก็เลยเลือกที่จะไม่พักกับเราเลย
                  อันนี้รังเกียจเลย รู้สึกได้เลยว่าเค้าไม่โอเค ไม่สบายใจชัดเจน แต่ก็มีหลาย ๆ ครั้งที่เป็นน้องผู้ชายที่เค้าโอเค
                  เค้าให้เกียรติเราด้วยซํ้า มีน้องอยู่คนหนึ่งที่อยู่นนทบุรี คือเค้าคิดว่าเราเป็นผู้หญิงคนหนึ่งด้วยซํ้าค่ะ
                  เค้าให้เกียรติเราเรื่องการแต่งกาย เค้าพยายามจะทําให้เราไม่มาละลาบละล้วงเราด้วยซํ้า การเข้าห้องนํ้าเค้าก็

                  พยายามออกไปเข้าข้างนอกที่เป็นล็อบบี้ เพื่อที่จะแบบไม่ให้เรารู้สึกละอาย เราก็พยายามให้เกียรติเค้าด้วย
                  เค้าก็ให้เกียรติเรา แต่ว่าพอเราเจอกรณีหลังที่รู้สึกว่าคุณรังเกียจ สุดท้ายหลัง ๆ ก็คือเริ่มหา
                  วิธีการเสียเงินเองหรือไม่ก็ใช้วิธีการหาที่พักเอง ถ้าเป็นกรณีกรุงเทพฯ ก็ไปนอนกับพี่สาว แล้วก็ขับรถมา
                  ประชุม ถ้าเป็นต่างจังหวัดก็ยอมลงทุนขอออกค่าที่พักเองไปนอนรีสอร์ทอะไรที่ราคามันไม่ได้แพงมากนัก

                  ที่เราพร้อมที่จะจ่ายได้ คือก็แก้ปัญหาด้วยตัวเอง คือไม่อยากต้องไปเจออะไรที่ทําให้รู้สึกไม่ดี
                        ผู้วิจัย :  แต่จริง ๆ แล้วมันก็เหมือนกับการว่าเราเสียสิทธิ
                        คุณครูเอม : ใช่ แต่เราเลือกจะไปนอนกับผู้ชายเหรอคะ (หัวเราะ)
                        ผู้วิจัย : คือ ใช่ เพราะว่าระบบไม่คุ้มครองเรา กฎระเบียบที่มีอยู่มันไม่คุ้มครองเรา และทําให้

                  เสียสิทธิที่ควรจะได้ไปด้วย
                        คุณครูเอม : ใช่ แต่เราเลือกที่จะแก้ปัญหาด้วยการเสียเงินเอง แทนที่เราจะได้สิทธิที่เราจะได้
                  นอนกับเพศที่เหมือนกันกับเรา ครั้งหนึ่งคือ น้องคนนี้ก็งงว่าทําไมโรงแรมจัดให้นอนกับผู้หญิง คือน้อง
                  ก็ไม่รู้ (ไม่รู้ว่าครูเอมเป็นผู้หญิงข้ามเพศ) จนกระทั่งเข้าไปนอนแล้ว ก็คือเค้าก็บอกว่าไม่นอนหรอก คือ

                  เค้าพยายามเคลียร์กับภรรยา กับแฟน เค้าก็บอกว่า เค้าก็งงว่าทําไมจัดให้นอนกับผู้หญิง เราก็ได้ยินเรา
                  ก็บอกว่าพี่ไม่ใช่ผู้หญิงนะ พี่เป็นกะเทย ตอนไปพักเค้าก็ไม่รู้แต่เค้าก็ไม่ได้แสดงออก เค้าก็ไม่รู้ว่าเราเป็น
                  กะเทย ทําไมโรงแรมจัดให้เค้านอนกับผู้หญิง
                        ผู้วิจัย : มันทําให้เกิดความกังวลใจทั้งสองฝ่าย ทั้งเราด้วยและอีกฝ่ายหนึ่งด้วย คือบางครั้งเค้า

                  อาจจะไม่ได้มีอคติอะไร แต่โดยเพศสภาพแล้วมันก็จะเกิดความกังวลใจทั้งสองฝ่ายได้ แล้วผู้จัดงานเค้า
                  จะหาวิธีให้ทุกครั้งหรือไม่อย่างไร
                        คุณครูเอม : ส่วนใหญ่ถ้าเราไปร้องขอเค้าก็จะพยายามจัดให้ ส่วนใหญ่ถ้าเราร้องขอนะคะ
                  แต่ระยะหลังมาเราขี้เกียจเจอปัญหาก็อย่างที่บอก เราก็เลยออกเอง เราไม่อยากไปเจอความรู้สึกของคนที่

                  จะทําให้กระเทือนจิตใจเรา หรืออาการของเค้า เราก็ไม่อยากเจอคําพวกนี้ ถ้ำเรำดูแลตัวเองได้เรำก็จะ
                  ดูแลตัวเองไป
                        ตำมระเบียบปฏิบัติของทำงรำชกำร หำกเดินทำงไปรำชกำรเป็นหมู่คณะ ข้ำรำชกำรและ
                  เจ้ำหน้ำที่จ�ำเป็นจะต้องพักค้ำงคืนโดยพักสองคนต่อหนึ่งห้อง โดยเพศหญิงจะต้องพักกับเพศหญิง
   63   64   65   66   67   68   69   70   71   72   73