Page 65 - วารสารกฎหมายสิทธิมนุษยชน. ปีที่ 1 ฉบับที่ 2 (พฤษภาคม - สิงหาคม 2563)
P. 65

64           วารสารกฎหมายสิทธิมนุษยชน



                 ประจ�ำวันและในที่ท�ำงำน มีหนึ่งคนที่ต้องเปลี่ยนอัตลักษณ์ กำรแสดงออก และกำรแต่งกำยเป็น
                 เพศชำยตำมเพศโดยก�ำเนิด แต่นิยำมตนเองเป็นผู้หญิงข้ำมเพศ
                       ผู้วิจัยได้ใช้เทคนิคกำรอ้ำงอิงต่อเนื่องปำกต่อปำก หรือ Snowball Sampling Technique

                 เป็นแนวทำงในกำรหำผู้ให้ข้อมูล โดยได้รับกำรสนับสนุนติดต่อประสำนงำนจำกเครือข่ำยที่มำจำก
                 ควำมสัมพันธ์ส่วนตัวและจำกเครือข่ำยของกรมกิจกำรสตรีและสถำบันครอบครัว ได้แก่ สมำคมฟ้ำสีรุ้งแห่ง
                 ประเทศไทย และมูลนิธิ Mplus ประเทศไทย ในกำรสัมภำษณ์ผู้ให้สัมภำษณ์เป็นผู้เลือกสถำนที่เอง
                 ซึ่งส่วนใหญ่เป็นที่ท�ำงำน ในบำงกรณีเป็นที่ร้ำนอำหำรหรือร้ำนกำแฟ นอกจำกนี้ ผู้วิจัยยังได้สัมภำษณ์

                 ผู้บริหำรโรงเรียน 3 คน ที่เป็นผู้บังคับบัญชำของคุณครูข้ำมเพศอีกด้วย


                                                        3
                                                    ผลการวิจัย



                       3.1 คนข้ามเพศ ตัวตนที่รัฐมองไม่เห็น
                       คนข้ำมเพศเผชิญปัญหำกำรถูกกีดกันออกจำกสังคม และเข้ำไม่ถึงสิทธิ สวัสดิกำร และ
                 กำรปฏิบัติที่เท่ำเทียมเป็นธรรม เนื่องจำกตัวตนทำงเพศหรืออัตลักษณ์ทำงเพศที่แสดงออกในสังคมไม่ตรง

                 กับเพศก�ำเนิดหรือเพศที่ระบุในเอกสำรรำชกำร คนข้ำมเพศทั้งที่เป็นผู้ชำยข้ำมเพศและผู้หญิงข้ำมเพศ
                 แม้ว่ำได้ผ่ำตัดแปลงเพศหรือเปลี่ยนแปลงร่ำงกำย บทบำททำงสังคมและกำรแสดงออกให้เป็นเพศที่
                 ตนเองต้องกำรแล้วนั้น แต่ก็ยังไม่ได้รับกำรรับรองทำงกฎหมำย ดังนั้น ผู้หญิงข้ำมเพศก็ยังเป็น “นำย”
                 และผู้ชำยข้ำมเพศก็ยังเป็น “นำงสำว” ต่อไปในสำยตำของรัฐไทย

                       บุคคลผู้มีควำมหลำกหลำยทำงเพศหลำยคนใฝ่ฝันที่จะเข้ำรับรำชกำรครูด้วยควำมสนใจที่จะ
                 ท�ำหน้ำที่แม่พิมพ์พ่อพิมพ์ของชำติและควำมคำดหวังว่ำจะมีอำชีพที่มั่นคงและก้ำวหน้ำ แนน คุณครู
                 หญิงข้ำมเพศเปิดเผยว่ำ เธออยำกเป็นข้ำรำชกำรเพรำะควำมมั่นคง กำรที่เป็นเพศแบบเธออำจจะไม่มี
                 ลูกไม่มีครอบครัว กำรเป็นข้ำรำชกำรจะสำมำรถเป็นหลักประกันควำมมั่นคงในชีวิตที่เธอจะสำมำรถ

                 ดูแลพ่อแม่ยำมป่วยไข้ได้จำกสวัสดิกำรรำชกำร และสำมำรถมีบ�ำนำญดูแลตนเองยำมแก่ชรำ “สําหรับ
                 ราชการเนี่ยมันมีบํานาญซึ่งมันอาจจะไม่มากแต่มันก็เลี้ยงเราได้ทั้งชีวิต ถึงแม้ว่า ณ วันนี้ถึงวันที่เกษียณ
                 ถ้าแนนไม่ได้ทํางานในระบบราชการ แนนไม่มีเงินเก็บ ก็ลําบากนะคะ มันมั่นคงนะคะ เพราะว่า
                 ยังไงเรามาเป็นข้ารองบาทแล้วก็ยังยึดถืออยู่ว่าสิบพ่อค้า ก็ไม่เท่าหนึ่งพระยาเลี้ยงเหมือนเดิม ก็คือหลวง

                 ดูแลเราตลอดไป หลายคนอาจจะทํางานข้างนอกได้เงินเดือนเยอะ ๆ อะไรอย่างนี้เค้าอาจจะโอเคตรงนั้น
                 แต่สําหรับเราที่เป็นลูกชาวนา คุณทวดท่านก็ให้พรอยู่เสมอว่า ให้เป็นเจ้าคนนายคน” ควำมใฝ่ฝันนี้
                 แทบไม่ต่ำงอะไรจำกควำมใฝ่ฝันของชำยหญิงหลำย ๆ คน แต่สิ่งที่แตกต่ำงคือประสบกำรณ์ในกำรเข้ำ
                 รับรำชกำร และกำรท�ำงำนในระบบรำชกำรที่ไม่ได้มองเห็น และไม่ได้โอบอุ้มคุ้มครองตัวตนควำมเป็น

                 คนข้ำมเพศ
                       ปัญหำส�ำคัญอันดับแรกของคนข้ำมเพศคือกำรแต่งกำย ซึ่งเป็นอุปสรรคใหญ่ที่กีดกัน
                 คนข้ำมเพศไม่ให้กล้ำที่จะสมัครเข้ำรับรำชกำร คนข้ำมเพศที่ฝ่ำฟันมุ่งมั่นที่จะรับรำชกำรต้องพบเจอกับ
                 อุปสรรคเรื่องกำรแต่งกำยตั้งแต่วันแรกที่จะสมัครสอบ
   60   61   62   63   64   65   66   67   68   69   70