Page 70 - วารสารกฎหมายสิทธิมนุษยชน. ปีที่ 1 ฉบับที่ 2 (พฤษภาคม - สิงหาคม 2563)
P. 70

ปีที่ 1 ฉบับที่ 2 (พฤษภาคม – สิงหาคม 2563)  69



                  แล้วก็พวกที่เป็น แพทตี้ก็เลยมำอยู่ที่นี่แล้วก็เปลี่ยนแปลงตัวเองไปเรื่อย ๆ ทีละนิด ๆ เริ่มจำก
                  เสื้อผ้ำกำรแต่งกำยก่อนเรำก็ต้องซื้อแบบผู้ชำยมำใส่ กระโปรงชุดบริจำคหมดเลย ให้เพื่อนที่ท�ำงำน
                  หมดเลย รองเท้ำเยอะมำกเป็นกล่อง ๆ ให้เพื่อนหมดเลย ก็เริ่มจำกเสื้อผ้ำก่อน หลังจำกนั้นมำก็งด

                  แต่งหน้ำ แล้วก็ทรงผม เมื่อก่อนผมยำวก็ตัดสั้นขึ้นมำเรื่อย ๆ จนสั้นที่สุดแล้ว ก็ไม่มีอะไรแล้ว
                        ผู้วิจัย : ก็คือ เรารู้สึกว่าการที่จะคงความเป็นผู้หญิงอยู่อย่างนั้น มันอาจจะทําให้เราอยู่ที่นี่ไม่ได้
                        ครูแพทตี้ : ไม่ได้ เรำไม่เจริญเติบโตในหน้ำที่กำรงำนแน่ ๆ เพราะว่าอาจจะทําดีแต่ไม่ชอบ
                  อาจจะทําชอบแต่อาจจะไม่ดีก็ได้ ถ้ำเกิดเรำยังเป็นแบบเก่ำอยู่ แล้วก็ประกอบกับ ผอ. ท่ำนก็เคย

                  พูดนะ ถ้ำครูแพทยังแต่งตัวแบบเดิมผมรับไม่ได้ ท่ำนเคยพูดตรง ๆ หนึ่งครั้ง... เรำก็รับ ครับ ๆๆๆ
                  แล้วค่อย ๆ เปลี่ยนไป ปรับปรุงตัวไป ... ไม่ว่าจะเริ่มต้นอะไรในชีวิต เราคิดว่ามันยากแล้วก็อึดอัดทุกอย่าง
                  คือตอนนี้เหมือนตัวเองได้ผ่านจุดที่ยาก อึดอัดที่สุดในชีวิตแล้ว มองไปในอนาคตตอนนี้ ก็น่าจะเป็น
                  แบบนี้แหละ คือถ้ำตรำบใดที่ตัวเองอยู่ในหน่วยงำนรำชกำร ณ ตอนนี้ก็คงต้องเป็นแบบนี้ต่อไป

                  น่ำจะไม่กลับไปแต่งกำยแบบผู้หญิงอีกแล้ว” ครูแพทตี้กล่ำวว่ำ เธอจ�ำเป็นจะต้องยึด “ควำมถูกต้อง
                  มำกกว่ำควำมถูกใจ” ซึ่งเธออธิบำยว่ำเป็นควำมถูกต้องตำมควำมต้องกำรของผู้บริหำร และถูกต้อง
                  ตำมระเบียบของรำชกำร ไม่ใช่ควำมถูกต้องตำมที่ใจเธอต้องกำรจะเป็น
                        นอกจำกนี้ ครูแพทตี้ ยังเล่ำถึงควำมพยำยำมของผู้บริหำรที่จะให้เธอเป็นผู้ชำย ผู้บริหำร

                  พยำยำมที่จะมอบหมำยงำนที่มีลักษณะเป็นงำนของครูผู้ชำยให้ครูแพทตี้ด้วย เช่น เวลำมีงำนกีฬำ
                  สีจะมอบหมำยให้ครูแพทตี้ดูแลกำรแข่งฟุตบอล กำรแข่งตะกร้อ ทั้ง ๆ ที่ เธอมีควำมถนัดด้ำนกีฬำ
                  วอลเลย์บอล กำรเชียร์กีฬำ กำรจัดขบวนพำเหรด เป็นต้น ควำมกดดันและควำมเครียดที่เกิดขึ้นใน
                  ที่ท�ำงำนท�ำให้ครูแพทตี้เฝ้ำรอวันที่เธอจะสำมำรถขอย้ำยโรงเรียนได้ ซึ่งเหมือนกับอีกหลำย ๆ คน ที่ต้อง

                  จ�ำยอมรับสภำพควำมกดดันนี้ไปก่อนเพื่อวำงแผนที่จะย้ำยที่ท�ำงำน หรือลำออกหำกพบเจอหนทำงที่ดีกว่ำ
                  ในขณะที่สัมภำษณ์ครูแพทตี้ ผู้วิจัยได้แนะน�ำให้ครูยื่นค�ำร้องกรณีกำรถูกเลือกปฏิบัติจำกผู้บริหำร
                  โรงเรียนไปยังคณะกรรมกำรวินิจฉัยกำรเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมระหว่ำงเพศ (วลพ.) ตำม
                  พระรำชบัญญัติควำมเท่ำเทียมระหว่ำงเพศ พ.ศ. 2558 แต่เธอยืนยันว่ำไม่ต้องกำรร้องเรียนเนื่องจำกไม่อยำกมี

                  ปัญหำกับผู้บริหำรโรงเรียน เธอยังต้องกำรรักษำสถำนภำพกำรเป็นข้ำรำชกำรนี้ไว้ ซึ่งเป็นควำมมั่นคง
                  อย่ำงเดียวที่เธอคิดว่ำจะยึดถือไว้ได้
                        ทัศนคติของผู้บริหำรเป็นปัจจัยที่คนข้ำมเพศที่ให้สัมภำษณ์ทุกคนมีควำมเห็นตรงกันว่ำมี
                  ควำมส�ำคัญมำกที่สุด ที่จะส่งผลให้ได้รับกำรยอมรับหรือไม่ได้รับกำรยอมรับในที่ท�ำงำน ประสบกำรณ์กำรถูก

                  บังคับให้แต่งกำยและแสดงออกตำมเพศก�ำเนิดเกิดขึ้นกับคนข้ำมเพศหลำยคน และส่วนใหญ่มำจำก
                  ค�ำสั่งกำรของผู้บังคับบัญชำหรือผู้บริหำรในองค์กรแทบทั้งสิ้น ผู้บริหำรหรือผู้บังคับบัญชำจ�ำนวนหนึ่งยังมี
                  อคติในเชิงลบต่อคนข้ำมเพศ และยังมองว่ำคนเหล่ำนี้เป็นผู้ที่ผิดปกติหรือประพฤติตัวไม่เหมำะสม และ
                  ท�ำผิดกฎระเบียบรำชกำร เนื่องจำกแต่งกำยข้ำมเพศ ไม่ตรงกับเพศก�ำเนิด ปัจจัยกำรยอมรับหรือ

                  ไม่ยอมรับของผู้บริหำรจึงเป็นสิ่งที่มีอิทธิพลก�ำหนดกำรยอมรับหรือไม่ยอมรับในที่ท�ำงำนอีกด้วย และ
                  ส่งผลถึงบรรยำกำศในกำรท�ำงำนโดยรวม เพรำะส่วนใหญ่แล้วหำกผู้บริหำรยอมรับหรือไม่มีปัญหำกับ
                  ตัวตนของคนข้ำมเพศ คนภำยในที่ท�ำงำนก็จะยอมรับด้วยหรือไม่แสดงออกซึ่งอคติทำงเพศกับคนข้ำมเพศ
                  อย่ำงโจ่งแจ้งชัดเจน ด้วยโครงสร้ำงของระบบรำชกำรที่เน้นควำมสัมพันธ์ของผู้บังคับบัญชำที่มีอ�ำนำจ
   65   66   67   68   69   70   71   72   73   74   75