Page 73 - วารสารกฎหมายสิทธิมนุษยชน. ปีที่ 1 ฉบับที่ 2 (พฤษภาคม - สิงหาคม 2563)
P. 73
72 วารสารกฎหมายสิทธิมนุษยชน
เป็นทรัพยำกรมนุษย์ที่มีคุณค่ำที่สำมำรถก่อให้เกิดประโยชน์ในมิติต่ำง ๆ แก่องค์กรภำครัฐ ซึ่งจ�ำเป็น
ต้องถูกผลักดันและดึงมำใช้ให้ได้อย่ำงเต็มที่และเต็มประสิทธิภำพ
4
บทสรุปและข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย
บทควำมนี้ต้องกำรสะท้อนปัญหำที่บุคลำกรข้ำมเพศในองค์กรของรัฐต้องเผชิญภำยในพื้นที่
ของกำรท�ำงำน ซึ่งจำกผลกำรวิจัยสำมำรถสรุปได้ว่ำ คนข้ำมเพศยังถูกเลือกปฏิบัติด้วยเหตุแห่งเพศ
และถูกลิดรอนเสรีภำพในกำรแสดงออกควำมเป็นตัวของตัวเองและในกำรเลือกวิถีชีวิตที่ตนเอง
ต้องกำร ซึ่งนับเป็นกำรละเมิดสิทธิมนุษยชนพื้นฐำนที่รัฐควรจะรับรองคุ้มครองให้ สำเหตุของปัญหำ
ดังกล่ำวนอกจำกจะเกี่ยวข้องกับกำรขำดควำมรู้ควำมเข้ำใจของบุคลำกรหรือผู้มีอ�ำนำจที่เกี่ยวข้องแล้ว
เรำไม่อำจจะปฏิเสธได้ว่ำ กฎหมำยและระเบียบรำชกำรที่บังคับใช้กันอยู่ในปัจจุบันขำดควำมครอบคลุม
และไม่โอบอุ้มคนข้ำมเพศ เพรำะตั้งอยู่บนฐำนคิดแบบทวิเพศ ชำย - หญิง และยึดโยงกำรนิยำม “เพศ”
ของบุคคลกับเพศทำงร่ำงกำยโดยก�ำเนิด เพศจึงเป็นสถำนะทำงรำชกำรที่ตำยตัว เปลี่ยนแปลงไม่ได้
และถูกก�ำหนดจำกมำตรฐำนของรัฐเพียงเท่ำนั้น ซึ่งขัดแย้งกับวิถีชีวิตของคนข้ำมเพศที่ต้องกำรใช้ชีวิต
ในเพศที่ต้องกำรหรือมีอัตลักษณ์กำรแสดงออกทำงเพศที่แตกต่ำงจำกเพศก�ำเนิด
ควำมลักลั่นไม่ครอบคลุมของกฎหมำยท�ำให้เกิดช่องว่ำงให้มีกำรตีควำมเพศของบุคคลไปตำม
วิจำรณญำณส่วนบุคคลของผู้มีอ�ำนำจหรือผู้บังคับบัญชำเพียงเท่ำนั้น ซึ่งมักประกอบไปด้วยอคติทำง
เพศที่มองคนข้ำมเพศเป็นผู้ที่ประพฤติไม่เหมำะสม เป็นผู้ผิดปกติ ผิดระเบียบ และผิดบรรทัดฐำน
ของสังคม และจ�ำต้องแก้ไขเพศของบุคคลเหล่ำนี้ให้ถูกต้องตำมกฎระเบียบและบรรทัดฐำนควำมเป็น
ชำย - หญิง กำรเลือกปฏิบัติดังกล่ำวทั้งจำกควำมตั้งใจและไม่ตั้งใจเป็นกำรละเมิดสิทธิมนุษยชนของ
คนข้ำมเพศ ขัดต่อหลักกำรยอกยำกำร์ตำ (Yogyakarta Principles) หรือหลักสิทธิมนุษยชนของ
กลุ่มควำมหลำกหลำยทำงเพศ และพระรำชบัญญัติควำมเท่ำเทียมระหว่ำงเพศ พ.ศ. 2558 ทั้งนี้ แม้ว่ำ
พระรำชบัญญัติควำมเท่ำเทียมระหว่ำงเพศ พ.ศ. 2558 จะมีผลบังคับใช้หลำยปีแล้วก็ตำม ตัวอย่ำงกรณี
ศึกษำของคุณครูข้ำมเพศในงำนวิจัยนี้เป็นหลักฐำนยืนยันว่ำกำรเลือกปฏิบัติและกำรละเมิดสิทธิของ
บุคคลข้ำมเพศยังมีอยู่ และพระรำชบัญญัติฉบับนี้ยังไม่บรรลุวัตถุประสงค์อย่ำงแท้จริง จำกกำรศึกษำ
ของโครงกำรพัฒนำแห่งสหประชำชำติ หรือ UNDP พบว่ำข้อจ�ำกัดของกำรด�ำเนินงำนตำมพระรำชบัญญัติ
ควำมเท่ำเทียมระหว่ำงเพศ พ.ศ. 2558 ยังมีอยู่มำก ไม่ว่ำจะเป็นกำรที่ประชำชนส่วนใหญ่ไม่ตระหนัก
หรือไม่มีควำมรู้เกี่ยวกับกำรเลือกปฏิบัติด้วยเหตุแห่งเพศ และไม่ทรำบว่ำมีกฎหมำยนี้ อีกทั้งบรรทัดฐำน
ของสังคมยังมองว่ำกำรเลือกปฏิบัติด้วยเหตุแห่งเพศเป็นเรื่องธรรมดำและเป็นเรื่องส่วนตัวไม่จ�ำเป็นต้องแก้ไข
โดยใช้กฎหมำยและควำมสัมพันธ์เชิงอ�ำนำจระหว่ำงผู้ถูกเลือกปฏิบัติและผู้กระท�ำที่ท�ำให้ผู้ถูกกระท�ำ
ไม่กล้ำยื่นค�ำร้อง หลำยคนจึงเลือกที่จะไม่ใช้กฎหมำยนี้
เพื่อขจัดกำรเลือกปฏิบัติด้วยเหตุแห่งเพศในหน่วยงำนรัฐอย่ำงจริงจัง จึงจ�ำเป็นจะต้องมีกำร
แก้ไขไม่ให้เกิดช่องว่ำงให้เกิดกำรเลือกปฏิบัติด้วย ผู้วิจัยจึงมีข้อเสนอแนะเชิงนโยบำยเพื่อให้หน่วยงำน
ที่เกี่ยวข้องสำมำรถน�ำไปพิจำรณำปรับปรุงแก้ไข ดังนี้

