Page 71 - วารสารกฎหมายสิทธิมนุษยชน. ปีที่ 1 ฉบับที่ 2 (พฤษภาคม - สิงหาคม 2563)
P. 71

70           วารสารกฎหมายสิทธิมนุษยชน



                 ก�ำกับดูแลผู้ใต้บังคับบัญชำ ผู้บริหำรมีอ�ำนำจที่จะให้คุณให้โทษผู้ใต้บังคับบัญชำได้ หำกผู้บริหำรมีอคติ
                 ต่อควำมหลำกหลำยทำงเพศแล้วนั้น ย่อมเป็นกำรง่ำยที่จะก่อให้เกิดอุปสรรคปัญหำในกำรท�ำงำน
                 กำรเลือกปฏิบัติ กำรกดดันต่ำง ๆ

                       ปัญหำกำรกีดกันด้วยอคติแห่งเพศดังกล่ำวสะท้อนปัญหำเชิงโครงสร้ำงที่เกิดจำกกำรทับซ้อน
                 ของปัจจัย หรือมิติทำงด้ำนอัตลักษณ์หลำย ๆ อย่ำงที่ท�ำให้เกิดกำรควบคุม กดขี่ กีดกัน หรือเลือก
                 ปฏิบัติ (Intersectionality) ที่ทับซ้อนกันยิ่งขึ้นไปอีก คนข้ำมเพศที่เป็นข้ำรำชกำรหรือเจ้ำหน้ำที่
                 ชั้นผู้น้อยอยู่ในสถำนะที่ด้อยกว่ำผู้บริหำรระดับสูงที่มีอ�ำนำจในองค์กรมำกกว่ำ สถำนะเจ้ำหน้ำที่ชั้นผู้น้อยนี้

                 ยังทับซ้อนกับกำรเป็นเพศหลำกหลำยที่เป็นเพศกลุ่มน้อยในสังคมที่ต้องเผชิญกับอคติทำงเพศ และ
                 แรงกดดันจำกกำรเป็นเพศชำยขอบ ครูแพทตี้ให้ทัศนะเรื่องกำรยอมรับในที่ท�ำงำนว่ำ “อยู่ที่ผู้บริหาร ผอ.
                 คนเก่า (โรงเรียนเก่า) ท่านเปิดโอกาสให้เราเต็มที่ เราก็อยู่ที่นั่นอย่างมีความสุข เราก็สอนอย่างมีความสุข
                 เด็กก็มีความสุข แต่มำตอนนี้ ผอ. ไม่โอเค เรำก็ต้องปรับตัวให้ตัวเองอยู่รอด เรำเป็นผู้ใต้บังคับบัญชำ”

                       ปัจจัยทำงตัวตนทำงเพศยังอำจจะไปทับซ้อนกับมิติของอุดมคติควำมสวยควำมงำม หรือ
                 ควำมเหมือน/ไม่เหมือนเพศโดยก�ำเนิดซึ่งปัจจัยนี้มีอิทธิพลต่อกำรยอมรับหรือไม่ยอมรับเช่นเดียวกัน ครูนุดา
                 อธิบำยว่ำปัจจัยหนึ่งที่ส่งผลกับกำรได้รับกำรยอมรับทำงสังคมต่อตัวตนผู้หญิงข้ำมเพศ คือควำมเหมือน
                 ผู้หญิง “คนที่แต่งเป็นผู้หญิงแล้ว ไม่เหมือน ไม่ได้ดูสวย เค้ำก็จะถูกบีบบังคับ ถูกกระท�ำมำกกว่ำ

                 เพรำะว่ำมันไม่มีแนวปฏิบัติที่เป็นไปในทำงเดียวกัน ถ้ำกะเทยสวยก็จะได้รับโอกำสดี ๆ แต่กะเทยที่
                 ไม่สวย ถึงจะแต่งหญิงก็อำจจะได้รับกำรยอมรับน้อยกว่ำ เช่น กะเทยอ้วน ๆ แต่งหญิงดูไม่สวย
                 แต่เค้ำก็แต่งไปแล้วอำจจะดูขัดแย้ง เค้ำก็จะไม่ได้รับอนุญำตให้แต่ง”
                       กำรมีลักษณะทำงร่ำงกำยที่กลมกลืนกับเพศชำยหรือเพศหญิงโดยก�ำเนิดส่งผลต่อกำรยอมรับ

                 กำรเป็นคนข้ำมเพศของบุคคลรอบข้ำง ในสังคมที่ยังให้คุณค่ำต่อภำพลักษณ์ทำงกำยภำพและอุดมคติ
                 แห่งควำมงำม ปัจจัยอ�ำนำจทับซ้อนเหล่ำนี้เชื่อมโยงปัจจัยทำงกำยภำพกับปัจจัยทำงเศรษฐกิจและสังคม
                 ปฏิเสธไม่ได้ว่ำกำรที่คนข้ำมเพศจะมีหน้ำตำและร่ำงกำยเหมือนเพศชำยหญิงโดยก�ำเนิดได้นั้น
                 จะต้องมีต้นทุนในกำรเปลี่ยนแปลงตนเอง ทั้งต้นทุนทำงเศรษฐกิจหรือปัจจัยด้ำนก�ำลังเงินในกำรแปลงเพศ

                 และต้นทุนทำงสังคม เช่น กำรได้รับกำรสนับสนุนยินยอมจำกครอบครัว ญำติพี่น้อง หรือปัจจัย
                 ทำงด้ำนวัฒนธรรม เช่น ควำมเชื่อทำงศำสนำ ที่ไม่ขัดต่อกำรแปลงเพศ ปัจจัยเหล่ำนี้ท�ำให้คนข้ำมเพศ
                 บำงคนที่ไม่มีก�ำลังพอที่จะเปลี่ยนแปลงหน้ำตำรูปร่ำงของตนเองให้กลมกลืนเหมือน “ธรรมชำติ” ได้
                 พวกเขำก็จะต้องเผชิญกำรดูหมิ่น กำรถูกกีดกันเลือกปฏิบัติ และไม่สำมำรถแสดงออกถึงอัตลักษณ์

                 ตัวตนของตัวเองได้ ต้องยอมจ�ำนนต่อโครงสร้ำงเชิงอ�ำนำจและควำมกดดันจำกสภำวะที่เป็นอยู่ คนข้ำมเพศ
                 หลำยคนหวำดกลัว ไม่กล้ำที่จะร้องเรียนและเผชิญหน้ำกับผู้บริหำร คู่กรณี และระบบรำชกำรที่
                 ไม่เป็นธรรม เพรำะกลัวที่จะถูกให้ออกจำกงำนหรือสูญเสียต�ำแหน่งหน้ำที่ และกำรท�ำงำนที่มั่นคง
                 หลำยคนยอมแลกชีวิตและตัวตนของตัวเอง เพื่อให้มีอำชีพ มีหน้ำที่กำรงำนอยู่ต่อไปเพศกลำยเป็นสภำวะที่

                 ต้องเป็นไปตำมกำรวินิจฉัยและสั่งกำรของผู้มีอ�ำนำจหรือผู้บังคับบัญชำ แทนที่จะเป็นสิทธิในกำรเลือกที่จะ
                 เป็นของบุคคลคนนั้น
   66   67   68   69   70   71   72   73   74   75   76