Page 66 - วารสารกฎหมายสิทธิมนุษยชน. ปีที่ 1 ฉบับที่ 2 (พฤษภาคม - สิงหาคม 2563)
P. 66

ปีที่ 1 ฉบับที่ 2 (พฤษภาคม – สิงหาคม 2563)  65



                        ครูนุดา : “จะเล่าย้อนไปว่า มีปัญหาตั้งแต่วันไปสมัครสอบ วันนั้นเราแต่งชุดผู้หญิงไป
                  วันนั้นเราเลือกที่จะใส่กางเกง โดยส่วนตัวเราชอบใส่กางเกง ไม่ชอบใส่กระโปรง คือเราใส่กางเกงแต่เป็น
                  กางเกงผู้หญิงนี่แหละ ที่นี่คนที่เป็นเจ้าหน้าที่เขตก็ว่า ทําไมเป็นผู้หญิงใส่กางเกง เค้าก็คิดว่าเราเป็นผู้หญิง

                  เราก็ไม่รู้จะตอบยังไง ทีนี่เค้าก็ขอดูบัตรเรา มีค�ำน�ำหน้ำว่ำนำย แล้วเจ้ำหน้ำที่ก็บอกว่ำ สมัครไม่ได้
                  แบบนี้สมัครไม่ได้ ผมยำว แต่งชุดผู้หญิง มีค�ำน�ำหน้ำเป็น นำย แบบนี้สมัครไม่ได้ ไม่ให้สมัคร
                  แต่ทีนี้เจ้าหน้าที่อีกคนหนึ่งบอกว่า สมัครได้สิ มันเป็นสิทธิของเค้า เค้าจะแต่งยังไงก็เป็นสิทธิของเค้า คือ
                  เจ้าหน้าที่ก็เถียงกันว่าจะเอายังไง คนที่บอกว่าสมัครได้ก็บอกว่า ก็อนุญาตให้สมัครได้เพราะได้ไม่ได้ก็

                  เป็นสิทธิของเค้า จะสอบได้ไม่ได้ก็แล้วแต่ ก็อีกเรื่องหนึ่ง ก็แล้วแต่เค้าจะได้ไม่ได้ สุดท้ายก็เลยอนุญาตให้สมัคร”
                        กำรสัมภำษณ์เป็นด่ำนที่สองที่คุณครูคนข้ำมเพศต้องเผชิญ หลำยคนตัดสินใจแต่งกำยตำมเพศ
                  ก�ำเนิดเดิมเพื่อไปสัมภำษณ์เพื่อป้องกันกำรถูกเลือกปฏิบัติและคำดหวังว่ำจะถูกรับคัดเลือกเข้ำท�ำงำน
                  แต่บำงคนยืนหยัดที่จะแต่งกำยตำมเพศภำวะของตนเองเพื่อยืนยันควำมเป็นตัวของตัวเอง

                        ครูพันแสง  คุณครูผู้ชำยข้ำมเพศเล่ำถึงกำรที่ต้องแต่งตัวเป็นหญิงเพื่อให้สอดคล้องกับเพศก�ำเนิด
                  เพื่อไปสัมภำษณ์เพื่อบรรจุเป็นครู : ตอนสัมภาษณ์ที่ข้าราชการต้องใส่กระโปรง ที่ติดข้าราชการแล้ว
                  แต่ว่ามาสัมภาษณ์เลือกว่าจะอยู่อันดับต้นหรือท้าย แต่รู้แล้วได้เป็นข้าราชการแน่นอน เพราะเค้าแยกภาค ก
                  ออกไปอีกส่วนหนึ่ง คือถ้าใครไม่ติดไม่ต้องมาสอบสัมภาษณ์ แต่ถ้าใครติดก็มาสอบสัมภาษณ์เพื่อ

                  ที่จะดูอันดับอีกทีหนึ่ง ตอนนั้นผู้ใหญ่ก็คือผู้อ�ำนวยกำรโรงเรียนคนเดิมบอกว่ำ ใส่กระโปรงมำก่อน
                  อย่ำแต่งผิดระเบียบค�ำน�ำหน้ำ ก็ฝืนเดินรองเท้าแทบจะสะดุด”
                        ครูแนน : “สอบหลายครั้งมากแล้วแต่ละครั้งที่ไปสอบก็ต้องใส่กางเกงสแล็คผู้หญิง แล้วก็
                  เสื้อเชิ้ตผู้หญิง แล้วก็รวบผมเหมือนทํางานนี่แหละ ถามว่าอยากไปสอบในรูปลักษณ์ที่ผู้หญิงใส่กระโปรง

                  สวย ๆ ไหม อยากมาก แต่เวลาที่ไปสอบเราก็ต้องใส่ กรรมการจะชอบถามว่าทําไมน้องใส่กางเกงมาสอบ
                  คือเค้าเห็นรูปลักษณ์เราแล้วว่าเป็นผู้หญิงแล้ว แต่ระเบียบของการเข้าสอบ เพศชายคือใส่กางเกง
                  เขาจะชอบถามว่าทําไมน้องถึงใส่กางเกงมาสอบแล้วพอเค้าดูบัตรประชาชน แล้วเวลาสอบมันก็จะมี
                  ภาค ก ภาค ข ซึ่งภาค ก ก็คือข้อเขียนภาค ข ก็คือสัมภาษณ์ เราตกสัมภาษณ์ตลอด...เราผ่านข้อเขียน

                  แต่เวลำสัมภำษณ์ ไม่รู้ถำมอะไร ถำมเกี่ยวกับใช้ครีมอะไรทำหน้ำ ไม่เกี่ยวอะไรกับงำนที่เรำจะไปท�ำ
                  เรำตกตั้งแต่...เป็น 10 ครั้งได้ ตั้งแต่เรียนจบมำ” ครูแนนพยำยำมสอบอยู่หลำยครั้งจนในที่สุดก็ได้รับ
                  กำรบรรจุเป็นข้ำรำชกำรในปี 2557
                        ควำมกดดันเรื่องกำรแต่งกำยก็ยิ่งมำกขึ้น ๆ เมื่อมำถึงวันที่เข้ำท�ำงำนวันแรกที่ต้องบรรจุเข้ำรับ

                  รำชกำร เมื่อต้องพบเจอกับเจ้ำหน้ำที่ฝ่ำยบุคคลที่ไม่อนุญำตให้แต่งกำยตำมเพศภำวะ
                        ครูนุดา : “พอมาวันที่บรรจุ เราก็ยังกล้า ๆ กลัว ๆ ว่าเราจะทํายังไง เราก็เลยแต่งเป็นผู้ชายไป
                  ใส่ชุดผู้ชายนี่คือ ใส่วิกผมไป ใส่ชุดผู้ชายไป เจ้าหน้าที่ที่ฝ่ายเค้าก็เอานิติกรของเขตมำคุยกับเรำ
                  เรื่องกำรแต่งกำย เค้ำบอกว่ำต้องแต่งกำยตำมเพศ (ก�ำเนิด) เท่ำนั้น เรำเป็นครูเรำจะใช้เวลำ

                  นอกรำชกำร  เรำจะแต่งอะไรก็ได้  แต่เวลำเรำท�ำงำนในเวลำรำชกำรเรำต้องแต่งตำมระเบียบ  คือ
                  เรำต้องแต่งเป็นผู้ชำยเท่ำนั้น เค้าก็รู้ว่าเราใส่วิก เค้าก็บอกว่าประมาณว่าให้ไปตัดผมซะนะ แล้วเค้าก็
                  ประมาณว่าขู่ว่า เดี๋ยวจะไปสังเกตการณ์ที่โรงเรียน อะไรแบบนี้ค่ะ”
   61   62   63   64   65   66   67   68   69   70   71