Page 123 - วารสารกฎหมายสิทธิมนุษยชน. ปีที่ 1 ฉบับที่ 2 (พฤษภาคม - สิงหาคม 2563)
P. 123
122 วารสารกฎหมายสิทธิมนุษยชน
สมควรเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องแยกสถานที่เพื่อการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติดตามพระราชบัญญัติ
ฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด พ.ศ. 2545 ออกจากพื้นที่ของเรือนจ�าหรือทัณฑสถาน แม้ว่ากฎหมาย
ฉบับนี้มีบทบัญญัติที่ให้อ�านาจรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมก�าหนดสถานที่เพื่อการตรวจพิสูจน์
และการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติดในสถานที่ใด ๆ รวมถึงเรือนจ�า หรือทัณฑสถานด้วยก็ตาม
แต่ก็มีบทบัญญัติที่ก�าหนดให้สถานที่เพื่อการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติดมีสถานะเป็นสถานพยาบาล
ตามประมวลกฎหมายอาญา จึงไม่สมควรอย่างยิ่งที่จะจัดตั้งสถานที่ดังกล่าวภายในพื้นที่ของเรือนจ�า
หรือทัณฑสถาน เพราะจะท�าให้ผู้เข้ารับการฟื้นฟูสมรรถภาพมีความเสี่ยงที่จะได้รับการปฏิบัติ
เช่นเดียวกับผู้ต้องขังอื่น อันสุ่มเสี่ยงต่อการละเมิดสิทธิมนุษยชน
1.4) ควรพิจารณาเพิ่มจ�านวนบุคลากรราชทัณฑ์ให้เพียงพอกับภาระงานและพิจารณา
หามาตรการที่สร้างขวัญและก�าลังใจแก่บุคลากรราชทัณฑ์ให้มากขึ้น เช่น การก�าหนดเวลาการท�างาน
ที่เหมาะสม เพื่อให้เจ้าหน้าที่มีเวลาพักผ่อนจากการปฏิบัติงานมากขึ้น การก�าหนดอัตราค่าตอบแทนที่
เพียงพอต่อการปฏิบัติงาน การจัดสวัสดิการประเภทอื่น ๆ การได้รับการส่งเสริมให้ได้รับความก้าวหน้า
ในอาชีพราชการ การสร้างระบบธรรมาภิบาลภายในองค์กร เป็นต้น ซึ่งจะท�าให้เจ้าหน้าที่ปฏิบัติหน้าที่
ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และด�ารงตนในฐานะเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐได้อย่างเต็มภาคภูมิ
2) ปัญหาการให้บริการทางการแพทย์และสาธารณสุข
คณะรัฐมนตรีควรพิจารณาเพิ่มจ�านวนบุคลากรทางการแพทย์ที่สามารถให้การรักษา
พยาบาลผู้ต้องขังเจ็บป่วยฉุกเฉินให้ครอบคลุมทั้งกลางวันและกลางคืน และเพิ่มบุคลากรทางด้าน
สาธารณสุขที่มีความเชี่ยวชาญในการดูแลผู้ต้องขังที่มีปัญหาสุขภาพจิต เพื่อให้ผู้ต้องขังทุกคนเข้าถึง
บริการสาธารณสุขที่เหมาะสมและได้มาตรฐาน อันเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานที่ผู้ต้องขังพึงได้รับ ทั้งในด้าน
การควบคุมและป้องกันโรค การส่งเสริมสุขภาพการตรวจรักษา และการดูแลฟื้นฟูสมรรถภาพ ในกรณี
จ�าเป็น ควรพิจารณาน�าบุคลากรทางการแพทย์หรือด้านสาธารณสุขของเอกชนมาร่วมโครงการด้วย
นอกจากนี้ ควรพิจารณาก�าหนดกลไกในการใช้ดุลพินิจส่งต่อผู้ต้องขังไปรักษาพยาบาลภายนอกเรือนจ�า
หรือทัณฑสถานให้เหมาะสมแก่อาการเจ็บป่วยของผู้ต้องขัง ทั้งนี้ ควรน�าข้อเสนอแนะของ
คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ตามรายงานผลการพิจารณา ที่ 987 – 989/2558 ลงวันที่ 5
ตุลาคม 2558 ไปพิจารณาประกอบด้วย
3) ปัญหาการปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมาย
3.1) กรมราชทัณฑ์ควรพิจารณาจัดหลักสูตรการอบรมเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ให้มีความรู้
ความเข้าใจด้านสิทธิมนุษยชน รวมถึงหลักการพื้นฐานที่เกี่ยวข้องกับมาตรฐานการปฏิบัติต่อผู้ต้องขัง
โดยอาจน�าหลักสูตรสิทธิมนุษยชนศึกษาที่คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติได้จัดท�าร่วมกับ
ผู้แทนของกรมราชทัณฑ์มาใช้ในการอบรม เพื่อให้เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์สามารถปฏิบัติงานตาม
หลักสิทธิมนุษยชนและลดปัญหาเรื่องร้องเรียนได้
3.2) กระทรวงยุติธรรมและคณะกรรมการราชทัณฑ์ควรร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
พิจารณาความเหมาะสมของการใช้เครื่องพันธนาการกับผู้ต้องขัง โดยเฉพาะควรพัฒนาหรือน�ารูปแบบ
ของเครื่องพันธนาการอื่นที่สามารถควบคุมผู้ต้องขังได้มาใช้แทนเครื่องพันธนาการแบบเดิม ๆ เช่น
ให้เพิ่มชุดกุญแจมือและกุญแจเท้ามาใช้ให้เพียงพอ หรือน�าเสื้อพันธนาการมาใช้ และพิจารณายกเลิก

