Page 121 - วารสารกฎหมายสิทธิมนุษยชน. ปีที่ 1 ฉบับที่ 2 (พฤษภาคม - สิงหาคม 2563)
P. 121

120          วารสารกฎหมายสิทธิมนุษยชน



                                          3
                 ได้รับบริการสาธารณสุขจากรัฐ   อย่างไรก็ตาม เรือนจ�าและทัณฑสถานยังคงประสบปัญหาการขาด
                 แพทย์ที่จะสามารถให้บริการแก่ผู้ต้องขังที่เกิดอาการเจ็บป่วยอย่างรุนแรงเกินกว่าที่พยาบาลวิชาชีพ
                 จะให้การรักษาได้ รวมถึงระบบส่งต่อผู้ต้องขังไปรับการรักษาพยาบาลยังสถานพยาบาลใกล้เคียงที่มี

                 ศักยภาพมากกว่าเนื่องจากจ�าเป็นจะต้องใช้บุคลากรของเรือนจ�าและทัณฑสถานแห่งนั้นไปท�าหน้าที่
                 เฝ้าและควบคุมผู้ต้องขังในสถานพยาบาลเพื่อป้องกันการหลบหนี  เป็นเหตุให้บุคลากรที่ปฏิบัติหน้าที่
                 ตามปกติลดลง ซึ่งเป็นปัญหาส�าคัญเร่งด่วนที่กรมราชทัณฑ์จะต้องพิจารณาและแก้ไข ซึ่งหากพิจารณา
                 จากข้อก�าหนดมาตรฐานขั้นต�่าแห่งสหประชาชาติว่าด้วยการปฏิบัติต่อผู้ต้องขัง (United Nations

                 Standard Minimum Rules for the Treatment of Prisoners) หรือข้อก�าหนดแมนเดลา (Mandela
                 Rules) ข้อ 30 และข้อ 34 แล้วพบว่า บุคลากรทางการแพทย์จะต้องตรวจร่างกายผู้ต้องขังทุกคนโดย
                 ไม่ชักช้า ทั้งในขณะรับตัวไว้ในเรือนจ�าและในภายหลัง มิใช่เป็นเพียงการประเมินความต้องการด้าน
                 สุขภาพ  และการให้การรักษาพยาบาลเท่านั้น แต่ควรระบุถึงสภาวะทางจิตใจ ความเครียด ตลอดจน

                 ร่องรอยใด  ๆ  ของการทรมานและการปฏิบัติหรือการลงโทษอื่น  ๆ  ที่โหดร้ายต่อผู้ต้องขัง  ซึ่งจะต้อง
                 บันทึกข้อมูลและรายงานกรณีดังกล่าวต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จากหลักการดังกล่าวผู้ต้องขังทุกคน
                 จึงควรได้รับการตรวจจากบุคลากรทางการแพทย์ด้วยความรวดเร็วและได้มาตรฐาน ดังนั้น ควรจัด
                 บุคลากรทางการแพทย์ จัดสรรงบประมาณ รวมถึงจัดหาสถานที่รักษาพยาบาลให้เพียงพอแก่ผู้ต้องขัง

                          3) ปัญหาการปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมาย
                          พระราชบัญญัติราชทัณฑ์  พ.ศ.  2560  มีการเปลี่ยนแปลงแนวความคิดเดิมตาม
                 พระราชบัญญัติราชทัณฑ์ พุทธศักราช 2479 หลายประการ เช่น การก�าหนดให้มีคณะกรรมการ
                        4
                 ราชทัณฑ์ โดยมีผู้ทรงคุณวุฒิจากภายนอกร่วมเป็นคณะกรรมการเพื่อก�าหนดนโยบายและทิศทาง
                 ในการบริหารงานราชทัณฑ์และปรับปรุงกฎหมายให้สามารถแก้ไข บ�าบัด ฟื้นฟู และพัฒนาพฤตินิสัย
                 ของผู้ต้องขัง  อีกทั้งเป็นเครื่องมือในการแก้ไขปัญหาอื่นในการบริหารจัดการกระบวนงานของ
                                                                                      5
                 กรมราชทัณฑ์  เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพยิ่งขึ้น  การน�ามาตรการอื่นมาใช้แทนการจ�าคุก   ที่ให้อ�านาจ
                 กรมราชทัณฑ์สามารถใช้มาตรการบังคับโทษอื่นนอกจากการควบคุม ขัง หรือจ�าคุกผู้ต้องขังไว้ในเรือนจ�า

                 แต่มาตรการดังกล่าวจะต้องไม่ขัดต่อกฎหมาย หรือการให้ชุมชนหรือเอกชนเข้ามามีส่วนร่วมในการ
                 พัฒนาพฤตินิสัยของผู้ต้องขัง  ด้วยการให้ผู้ต้องขังได้รับการศึกษา การอบรมด้านคุณธรรมจริยธรรม
                                        6
                 การท�างาน การฝึกอาชีพ การเรียนรู้วัฒนธรรมอันดีงาม และการพัฒนานิสัยของผู้ต้องขัง เป็นต้น
                 พระราชบัญญัติราชทัณฑ์ พ.ศ. 2560 จึงมีบทบัญญัติที่ค�านึงถึงสิทธิและเสรีภาพของผู้ต้องขังมากขึ้น

                 อย่างไรก็ตาม บทบัญญัติตามพระราชบัญญัติราชทัณฑ์ พ.ศ. 2560 บางมาตราก่อให้เกิดปัญหาการบังคับใช้
                 เช่น มาตรา 21 ซึ่งบัญญัติให้ดุลพินิจแก่เจ้าหน้าที่ในการใช้เครื่องพันธนาการ เนื่องจากที่ผ่านมามี





                       3  ตามรายงานผลการตรวจสอบที่ 987-989/2558 ลงวันที่ 5 ตุลาคม 2558 เรื่อง สิทธิของผู้ต้องขังและสิทธิในการ
                 ได้รับบริการสาธารณสุขจากรัฐ กรณีการเข้าถึงสิทธิในการได้รับบริการสาธารณสุขของผู้ต้องขัง.
                       4  พระราชบัญญัติราชทัณฑ์ พ.ศ. 2560 มาตรา 8 – มาตรา 16.
                       5  พระราชบัญญัติราชทัณฑ์ พ.ศ. 2560 มาตรา 6.
                       6  พระราชบัญญัติราชทัณฑ์ พ.ศ. 2560 มาตรา 42 – มาตรา 46.
   116   117   118   119   120   121   122   123   124   125   126