Page 119 - วารสารกฎหมายสิทธิมนุษยชน. ปีที่ 1 ฉบับที่ 2 (พฤษภาคม - สิงหาคม 2563)
P. 119
118 วารสารกฎหมายสิทธิมนุษยชน
กระท�าความดีเมื่อพ้นโทษออกไปอยู่กับสังคม
ก้าวย่างที่ 5 เน้นการสร้างการยอมรับจากสังคม โดยให้ประชาชนรับรู้ข้อมูลข่าวสาร
ที่ถูกต้องผ่านสื่อต่าง ๆ และเกิดการยอมรับผู้พ้นโทษ รวมทั้งปลูกฝังความเชื่อความศรัทธาเพื่อให้เกิด
ทัศนคติค่านิยมที่ถูกต้อง
เรือนจ�าและทัณฑสถานแต่ละแห่งด�าเนินการในก้าวย่างที่ 1 ถึงก้าวย่างที่ 4 อย่างเห็นได้ชัด
เป็นรูปธรรม ส่วนก้าวย่างที่ 5 ก�าลังด�าเนินการอย่างต่อเนื่องควบคู่ไปกับก้าวย่างอื่น ๆ เนื่องจากเป็น
เรื่องที่เกี่ยวกับทัศนคติของประชาชนในสังคมที่มีต่อเรือนจ�าหรือทัณฑสถานและผู้ต้องขังเป็นปัจจัย
ส�าคัญที่จะน�าไปสู่ความส�าเร็จซึ่งต้องใช้ระยะเวลาพอสมควร การปฏิบัติตามนโยบาย 5 ก้าวย่างนั้น
เห็นได้ชัดจากการจัดระเบียบภายในเรือนจ�าและทัณฑสถาน โดยเฉพาะการอนุญาตให้ผู้ต้องขังน�า
ผ้าห่มเข้าไปได้เพียงคนละ 3 ผืน ส�าหรับเป็นเครื่องนอน ท�าให้เรือนนอนมีความเป็นระเบียบเรียบร้อย
มากขึ้นกว่าเดิม การสร้างการยอมรับจากสังคมโดยการจัดท�าสื่อประชาสัมพันธ์ การน�าสินค้าของ
ผู้ต้องขังออกไปจ�าหน่าย การส่งผู้ต้องขังไปช่วยงานสาธารณประโยชน์ เป็นต้น ท�าให้ประชาชนทั่วไปมี
มุมมองต่อเรือนจ�าและผู้ต้องขังในทางที่ดีขึ้น
2) ด้านการด�าเนินการตามกฎหมาย
กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติงานของหน่วยงานในสังกัดกรมราชทัณฑ์ ได้แก่ พระราชบัญญัติ
ราชทัณฑ์ พุทธศักราช 2479 และกฎหมายล�าดับรองที่ออกตามความในพระราชบัญญัติดังกล่าว ซึ่งถือเป็น
กฎหมายหลักในการปฏิบัติหน้าที่ ต่อมาเมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2560 พระราชบัญญัติราชทัณฑ์ พ.ศ. 2560
ได้มีผลใช้บังคับแทนพระราชบัญญัติราชทัณฑ์ พุทธศักราช 2479
เรือนจ�าและทัณฑสถานหลายแห่งประสบปัญหาความไม่ชัดเจนในการใช้บังคับกฎหมาย
ที่เกี่ยวข้องกับการใช้เครื่องพันธนาการกับผู้ต้องขัง โดยเฉพาะเงื่อนไขที่สามารถใช้เครื่องพันธนาการ
ผู้ใช้อ�านาจสั่งใช้เครื่องพันธนาการ และประเภทของเครื่องพันธนาการที่จะน�าไปใช้กับผู้ต้องขังรายนั้น
เป็นต้น ซึ่งเสี่ยงต่อการละเมิดสิทธิมนุษยชนหากด�าเนินการไม่เป็นไปตามที่กฎหมายก�าหนด
3) ด้านการบริหารจัดการเรือนจ�า และการปฏิบัติต่อผู้ต้องขัง
ด้านโภชนาการนั้น เรือนจ�าและทัณฑสถานแต่ละแห่งมีการจัดพื้นที่ส�าหรับการปรุงอาหาร
แก่ผู้ต้องหา อาหารที่จัดให้เป็นอาหารที่ปรุงเสร็จใหม่ ๆ จากผู้ต้องขังด้วยกัน ในแต่ละวันผู้ต้องขังจะ
ได้รับอาหารครบทั้ง 3 มื้อ มีตารางส�าหรับระบุรายการอาหารในแต่ละมื้อไว้อย่างชัดเจน หากผู้ต้องขัง
คนใดไม่ประสงค์ที่จะรับประทานอาหารในมื้อใดก็สามารถซื้ออาหารจากร้านค้าสวัสดิการของเรือนจ�าและ
ทัณฑสถานแห่งนั้นได้ รวมทั้งสามารถรับประทานอาหารที่ญาติผู้ต้องขังน�ามาเยี่ยมได้ด้วย นอกจากนี้ยัง
พบว่ามีการจ�าแนกภาชนะ กระบวนการปรุงอาหาร และผู้ต้องขังซึ่งท�าหน้าที่ปรุงอาหารไว้ส�าหรับท�าการ
ปรุงอาหารให้แก่ผู้ต้องขังที่นับถือศาสนาอิสลามหรือผู้ต้องขังมุสลิมเป็นการเฉพาะ
ด้านการคุ้มครองความเป็นครอบครัวนั้น เรือนจ�าและทัณฑสถานหลายแห่ง มีการจัดสถานที่
เป็นการเฉพาะส�าหรับการควบคุมผู้ต้องขังที่คลอดบุตรในเรือนจ�า และจะพยายามติดต่อให้ญาติของ
ผู้ต้องขังมารับตัวเด็กออกไปจากเรือนจ�าเมื่อเด็กมีอายุได้ประมาณ 6 เดือน ถึง 1 ปี และขณะที่เด็กยัง
อยู่กับมารดาที่เรือนจ�าจะมีการจัดให้เด็กได้รับการฉีดวัคซีน ให้นม และอุปกรณ์ต่าง ๆ ที่จ�าเป็น โดยใช้
งบประมาณจากฝ่ายสังคมสงเคราะห์ของกรมราชทัณฑ์ รวมถึงการรับบริจาคจากเหล่ากาชาดจังหวัด

