Page 171 - วารสารวิชาการสิทธิมนุษยชน. ปีที่ 3 ฉบับที่ 2 (กรกฎาคม - ธันวาคม 2561)
P. 171

170     วารสารวิชาการสิทธิมนุษยชน






            สนับสนุนด้านการศึกษาวิจัย (research funding) โดยกระบวนการด้านนโยบายมีการเปลี่ยนแปลงอย่างเห็น

            ได้ชัด เนื่องจากที่ผ่านมา แนวคิดเรื่องของการก่อการร้าย (terrorism) ยังไม่มีการกำาหนดหรือให้นิยามความหมาย
            ที่ชัดเจน รวมถึงไม่มีการกำาหนดทรัพยากร หรือการให้การสนับสนุนใด ๆ มาก่อน (unprecedented resources)

            กลไกการปฏิบัติงานเชิงทางการที่ล้มเหลว (bureaucracy disrupted) การมีปฏิกิริยาหรือการโต้กลับจากศัตรู
            (the enemy that reacts) ซึ่งในส่วนของการไม่ได้กำาหนดทรัพยากร หรือการสนับสนุนต่าง ๆ อาจจะเป็นข้อดี

            ที่ทำาให้ไม่จำาเป็นต้องมีกรอบการกำาหนดลำาดับความสำาคัญ ซึ่งจะทำาให้เกิดลักษณะของพลังทางสังคมมากยิ่งขึ้น
                     ในขณะที่มีการทำาความเข้าใจพลังทางสังคม (soft power) และพลังทางกฎหมาย (hard power)

            โดยการสร้างการป้องกัน/ดูแลรักษาความปลอดภัยเป็นสำาคัญ การสร้างความจำาเป็น (necessary) การทำาให้
            ง่าย/สะดวกมากยิ่งขึ้น (easier) การสร้างความนิยม (popular) และการกำาหนด/ตรวจสอบจำานวน

            หรือปริมาณต่าง ๆ (quantifiable) ในขณะที่การสร้างการป้องกัน (prevention) ครอบคลุมทั้งการสร้างสังคม
            ที่เป็นหนึ่งเดียว (social cohesion) โดยตัวอย่างที่เห็นจากรัฐวิคตอเรีย คือ (1) การทำาความเข้าใจปัญหา/

            สถานการณ์ โดยทำาความเข้าใจลักษณะของพหุวัฒนธรรม (multiculturalism) การดู/ลักษณะของการอยู่ร่วม
            ของประชาชนที่นับถือศาสนาอิสลาม การหาหลักฐานทั้งผ่านทาง Scanlon-Monash Index การดูทัศนคติทาง

            เชื้อชาติ และการติดตามการใช้สื่อทางสังคม (2) การสร้างนโยบาย โดยการศึกษาวิจัย การทำาความเข้าใจการรณรงค์
            สร้างการเปลี่ยนแปลงของพฤติกรรม การนำาเสนอประกาศร่วม การเป็นพวกพ้อง (belonging) หรือ การร่วมแบ่งปัน

            (contribution) และการสร้างความภาคภูมิใจในการเป็นประชาชนของรัฐวิคตอเรีย (proud) โดยมีการนำาเสนอ
            ในลักษณะปากคำา หรือการแสดงความรู้สึกของปัจเจกบุคคลต่าง ๆ (testimonials) (3) การรับรอง/ประกาศใช้

            (4) การปฏิบัติตามนโยบาย และ (5) การติดตามประเมินผล โดยขั้นตอนการดำาเนินการทำางานอย่างต่อเนื่อง
            การติดตามผลกระทบที่เกิดขึ้น ดังนั้น โดยสรุป คือ การกำาหนด/วิเคราะห์ปัญหาที่เป็นจริง (define the problem)

            การค้นหาหลักฐานที่เป็นจริงและมีความเกี่ยวข้องอย่างชัดเจน (robust evidence) การทำางานร่วมกับภาคส่วน
            ต่าง ๆ อย่างจริงจัง และการประเมินผล

                     ในส่วนของการหาหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับการก่อการร้าย พบว่า มีมากมาย (โดยเฉพาะหลังจาก
            เหตุการณ์ 911) มีการใช้สหวิทยาการในการดำาเนินการ ทั้งด้านจิตวิทยา การก่อการร้าย การใช้ข้อมูล การแทรกแซง

            และการทำางานกับข้อมูลของรัฐบาล การทำาความเข้าใจองค์กรลับ การหาระเบียบวิธีการศึกษา และการประสานงาน
            ระหว่างรัฐ และภาควิชาการ โดยการดำาเนินงานที่เกิดขึ้นในช่วงหลัง ๆ พบขั้นตอนสำาคัญ แบ่งออกเป็น 7 ส่วน คือ

            การมีคุณภาพของการศึกษาวิจัยที่ดียิ่งขึ้น มีการสร้างกระบวนการที่ได้รับความเคารพ (respect the
            process)  การปรับปรุงหลักฐาน  (improve  the  evidence)  การทำาความเข้าใจผู้กำาหนดนโยบาย

            (understand the decision-maker) ในบริบทต่าง ๆ ทั้งเรื่องความเกี่ยวโยง ระยะเวลา บทบาทในผู้ที่ทำาหน้าที่
            การทำางานร่วมกับภาคประชาสังคม (engage civil society) การปฏิบัติงานกับฝ่าย/ระดับต่าง ๆ (tackle the layers)

            และการประเมินผล (evaluation) และสุดท้าย คือ การสื่อสาร (communication)
   166   167   168   169   170   171   172   173   174   175   176