Page 152 - วารสารวิชาการสิทธิมนุษยชน. ปีที่ 3 ฉบับที่ 2 (กรกฎาคม - ธันวาคม 2561)
P. 152
ปีที่ 3 ฉบับที่ 2 (กรกฎาคม - ธันวาคม 2561) 151
ส่วนสิทธิที่ต้องปรับปรุง 5 ประการ ได้แก่ ประการที่ 1 การนิรโทษกรรมตนเองที่ยังมีเรื่องค้าง
อยู่ในอดีตจนถึงปัจจุบัน แต่ศาลฎีกากล่าวว่า กรณีดังกล่าวมีรัฐธรรมนูญกำาหนดไว้ชัดเจนแล้ว ขณะเดียวกัน
ในเวทีระดับสากลยังคงมีความกังวลในประเด็นดังกล่าว ประการที่ 2 การกำาหนดวันเลือกตั้งที่แน่ชัด ประการที่ 3
สิทธิเสรีภาพในการแสดงออกและการรวมกลุ่มยังคงมีอุปสรรค โดยเฉพาะการบังคับใช้บางมาตราในประมวล
กฎหมายอาญา เช่น มาตรา 112 และมาตรา 116 เป็นต้น ประการที่ 4 การปฏิบัติที่ไม่สอดคล้องกับวาระแห่งชาติ
โดยเฉพาะการจับกุมบุคคลที่พยายามเรียกร้องสิทธิตามหลักประชาธิปไตย และประการที่ 5 การลงโทษ
ประหารชีวิตซึ่งเป็นประเด็นสากลที่ประเทศไทยมีพันธกรณีตามกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมือง
และสิทธิทางการเมือง (ICCPR) ที่ให้คำามั่นสัญญาว่าจะไม่มีการลงโทษประหารชีวิต ยกเว้นกรณีร้ายแรง ซึ่งกรณีที่มี
การลงโทษประหารชีวิตไปแล้วนั้น ยังคงเกิดคำาถามว่าเป็นกรณีที่ร้ายแรงหรือไม่ ดังนั้น จากภาพรวมข้างต้น
ประเทศไทยไม่ควรดำาเนินงานด้านสิทธิมนุษยชนแบบ 2 นัยยะ แต่ต้องมีการร่วมมือกันไปสู่ทางที่ดีขึ้น โดยให้เป็น
ไปตามหลักสากล คำานึงและภูมิใจในภูมิปัญญาที่ดีในท้องถิ่น
ประเด็นที่เกี่ยวกับศาล มีประเด็นที่ต้องพิจารณา 3 ประเด็น ได้แก่
ประเด็นที่ 1 การสร้างหนทางเพื่อคานกับอำานาจ (check and balance) อันมีหลายตัวแปรในสังคม
ที่สำาคัญ ได้แก่ ภาคประชาสังคม ผู้พิทักษ์สิทธิมนุษยชน สื่อมวลชน เป็นต้น ซึ่งทั้งหมดเกี่ยวข้องกับบรรดาสิทธิ
ที่ได้กล่าวถึงทั้งหมดและตามหลักการสากล ดังนั้น ไม่ว่าจะเป็นสิทธิในอาหาร สิทธิชุมชน หรือเศรษฐกิจ
ของชาวบ้านล้วนเป็นสิทธิที่สำาคัญมาก ต้องพิจารณาควบคู่ไปกับสิทธิในการแสดงออก สิทธิในการรวมกลุ่ม
สิทธิในการเลือกตั้ง ซึ่งเป็นสิทธิของพลเมือง เพื่อจะเป็นฐานไปสู่ประชาธิปไตยในอนาคต
ประเด็นที่ 2 หลังจากที่มีการเลือกตั้งไม่ว่าประเทศใดในโลกก็ตาม ประชาธิปไตยไม่ได้เป็นหลักประกัน
ว่ารัฐบาลจะเคารพสิทธิมนุษยชนอย่างเต็มที่ ดังนั้น ต้องมีการคานอำานาจร่วมกันหรือมีอำานาจที่ร่วมกันผลักดัน
ผู้มีอำานาจให้เคารพสิทธิมนุษยชนทั้งปวง ไม่เพียงแต่ประเด็นที่เกี่ยวกับการเลือกตั้ง ชุมชน สิ่งแวดล้อม แต่รวมถึง
การขจัดความยากจน
ประเด็นที่ 3 สิทธิในเรื่องการแสดงออกหรือการรวมกลุ่ม ตามกรอบของกฎหมายสากลหรือกฎหมาย
ภายในนั้น บางสิทธิไม่เป็นสิทธิเด็ดขาดซึ่งสามารถจำากัดได้ แต่ผู้ที่จะมาจำากัดสิทธิเช่นว่านั้นต้องให้เหตุผลที่สามารถ
พิสูจน์ให้เห็นได้ว่าทำาไมต้องจำากัดสิทธินั้น โดยสิทธิในเรื่องการแสดงออกหรือสิทธิในการรวมกลุ่ม ต้องมี
ความจำาเป็นอย่างแท้จริง มีการจำากัดอย่างมีสัดส่วน และสุดท้ายต้องไม่เป็นไปตามอำาเภอใจ นอกจากนี้ ต้องมี
หลักประกันโดยมีกฎหมายอยู่เบื้องหลังและหลักสากล โดยกระทำาตามทิศทางของสังคมประชาธิปไตย

