Page 150 - วารสารวิชาการสิทธิมนุษยชน. ปีที่ 3 ฉบับที่ 2 (กรกฎาคม - ธันวาคม 2561)
P. 150

ปีที่ 3 ฉบับที่ 2 (กรกฎาคม - ธันวาคม 2561)  149





               ในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2540 (ฉบับที่ 16) เป็นรัฐธรรมนูญที่มาจากประชาชนและ

               เป็นครั้งแรกที่คำาว่า “ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์” ได้ปรากฏขึ้นในฐานะคำาที่มีความหมายเหมือนกัน (synonym)
               กับคำาว่า “สิทธิมนุษยชน” ส่วนคำาว่า “สิทธิมนุษยชน” ครั้งแรกที่ปรากฏในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย

               พุทธศักราช 2540 (ฉบับที่ 16) คือ การจัดตั้ง กสม. ขึ้น อันเป็นแนวคิดของประเทศไทยในการใช้คำาที่มี
               ความหมายเหมือนกันที่ต้องเข้าใจบริบทข้อความภายใต้กรอบของสิทธิเสรีภาพของประเทศไทย โดยเฉพาะ

               นับตั้งแต่รัฐธรรมนูญฯ ฉบับที่ 17 เป็นต้นมา ที่มีการเกิดรัฐประหารจึงปรากฏข้อความที่เกี่ยวข้องกับการรัฐประหาร
               ในรัฐธรรมนูญ เพราะฉะนั้น การตีความรัฐธรรมนูญหรือส่วนอื่นที่เกี่ยวกับรัฐธรรมนูญในประเทศไทย ต้องเข้าใจ

               บริบทและที่มาแห่งฐานอำานาจนั้น ๆ ประกอบ
                        ประเด็นที่ 2 การใช้ศัพท์สิทธิมนุษยชน ต้องมีมิติสากลเข้ามาเป็นตัววัด โดยตัววัดเหล่านี้ปรากฏ

               ในกฎหมายภายในของไทย ซึ่งคำานิยามสิทธิมนุษยชนของประเทศไทยไม่ได้ปรากฏในรัฐธรรมนูญฯ แต่ปรากฏ
               ในพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ พ.ศ. 2560 โดยนิยามว่า

               สิทธิมนุษยชน คือ ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ตามกฎหมายไทยและสนธิสัญญาที่ประเทศไทยเป็นภาคี จะเห็นได้ว่า
               มีมิติสากลปรากฏในคำานิยาม โดยประเทศไทยเป็นภาคีอนุสัญญาเกี่ยวกับสิทธิมนุษยชน 7 ฉบับ ซึ่งล้วนกระทบต่อ

               กฎหมายภายในของไทย
                        ประเด็นที่ 3 การใช้ศัพท์ด้านประชาธิปไตย ไม่มีนิยามที่กำาหนดไว้ชัดแจ้ง แต่อย่างน้อยที่สุดต้องมี

               ส่วนร่วมของประชาชนในทุกระดับ โดยในระดับครอบครัว หมายถึง การมีส่วนร่วมของคนในครอบครัว
               เช่น การไม่ใช้ความรุนแรงกับเด็ก ในระดับรัฐ หมายถึง การเลือกตั้งเสรีจากระบบหลายพรรค ส่วนการมีส่วนร่วม

               ของฝ่ายอื่น หมายถึง การมีพื้นที่ของตนในกรอบภายใต้กฎหมายนั้น ๆ แต่รัฐบาลต้องมาจากการเลือกตั้ง ซึ่งในมิติ
               ประเทศไทยประเด็นที่ท้าทายต่อสิทธิมนุษยชนและประชาธิปไตยในขั้นต้น มีข้อสังเกตว่า ขณะนี้พื้นที่การเลือกตั้ง

               ได้เปิดช่องทางมากขึ้น ดังคดีของศาล 5 คดี ที่เปิดช่องทางให้เข้าถึงการเลือกตั้ง แม้จะยังมีอุปสรรคปรากฏ
               อยู่ก็ตาม ได้แก่ คดีที่ 1 การยื่นคำาร้องของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติในกรณีการเซ็ทซีโร่ คดีที่ 2

               ศาลรัฐธรรมนูญตีความเกี่ยวกับร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร
               พ.ศ. .... ตามที่ถูกแก้ไขโดยคำาสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 53/2560 ซึ่งศาลรัฐธรรมนูญตีความว่า

               ตามที่สั่งให้แก้ไขโดยมีเงื่อนไขให้สมาชิกของแต่ละพรรคต้องมาจดทะเบียนภายใน 30 วัน ไม่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ
               จึงเป็นการเปิดลู่ทางสู่การเลือกตั้ง คดีที่ 3 ศาลรัฐธรรมนูญตีความเกี่ยวกับร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ

               ว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. .... กำาหนดวิธีการได้มาซึ่ง ส.ว. โดยการสมัครด้วยตนเองหรือการสมัคร
               ด้วยการแนะนำาจากองค์กร ไม่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ คดีที่ 4 ศาลรัฐธรรมนูญตีความเกี่ยวกับร่างพระราชบัญญัติ

               ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. .... โดยการเปิดช่องทางให้ผู้พิการสามารถ
               ขอความช่วยเหลือจากบุคคลใด ๆ ตามเจตนาของบุคคลนั้นเพื่อมาลงคะแนน ไม่ขัดต่อหลักรัฐธรรมนูญที่ต้อง

               เลือกตั้งโดยตรงและลับซึ่งเอื้อต่อผู้พิการและผู้สูงอายุและตรงกับหลักการสากล และคดีที่ 5 ศาลฎีกาพิจารณา
   145   146   147   148   149   150   151   152   153   154   155