Page 69 - รายงานฉบับสมบูรณ์ โครงการศึกษาเพื่อเตรียมการจัดให้มีสถาบันพัฒนาระบบและองค์ความรู้ด้านสิทธิมนุษยชนภายใต้การกำกับดูแลของ กสม.
P. 69

61



               เพื่อจะหาทรัพยากรในการดําเนินงานไดอยางตอเนื่อง นอกจากนี้การเปนหนวยงานที่อยูภายนอก กสม. ทําให
               อาจมีขอจํากัดในการประสานงานกับสํานักงาน กสม. โดยเฉพาะภารกิจที่ตองมีการเชื่อมโยงกัน เชน งาน

               พัฒนาบุคลากร งานจัดการความรู หรืองานคลังขอมูล

                       โอกาส การเปนองคกรลักษณะนี้ ทําใหสถาบันพัฒนาระบบและองคความรูดานสิทธิมนุษยชนสามารถ
               เชื่อมโยงกับหนวยงานภาคนอก ทั้งที่เปนภาควิชาการ ภาคประชาสังคม และภาคประชาชนไดมากขึ้น ผานการ
               กําหนดสัดสวน (โควตา) คณะกรรมการบริหารหรือบอรดของมูลนิธิ และยังสามารถหารายไดเพิ่มเติมไดหากมี
               การกําหนดไวในตราสารจัดตั้งมูลนิธิ

                       ความทาทายหรือความเสี่ยง แนวโนมการออกกฎหมายควบคุมองคกรไมแสวงกําไร หรือ “ราง

                                                                         3
               พระราชบัญญัติสงเสริมและพัฒนาองคกรภาคประชาสังคม พ.ศ. ...” 2   เปนภาพสะทอนของความทาทายใน
               เชิงกฎหมายตอการจัดตั้งสถาบันใหมโดยออม กลาวคือ หลักการของกฎหมายฉบับนี้จะเปนการควบคุมภาค
               ประชาสังคม หรือความตองการที่จะรวมกลุมของประชาชนในลักษณะองคกร อีกทั้ง ยังใหอํานาจแกเจาหนาที่

               รัฐในการดําเนินการตรวจสอบเงินทุนสนับสนุนการทํากิจกรรมของภาคประชาสังคมจากตางประเทศ และมี
               อํานาจในการอนุญาตการดําเนินกิจกรรมที่ใชเงินทุนนั้นเปนรายกรณี ซึ่งจะกระทบกับความเปนสวนตัวของ
               ขอมูลสวนบุคคลและปดกั้นการแสดงออกของภาคประชาสังคมอีกดวย นอกจากนี้ หากมีการรับเงินอุดหนุน
               จากตางประเทศ ก็จะถูกวิจารณวาเปนเครื่องมือของตางประเทศ หรือหากไดรับเงินอุดหนุนจากภาคเอกชนใน
               ประเทศ ก็อาจถูกตั้งคําถามเรื่องบทบาท ความนาเชื่อถือและความเปนกลางขององคกรในอนาคต


                       ดังนั้น แมทางเลือกนี้จะมีจุดเดนเรื่องความเปนอิสระและการเปดพื้นที่ใหผูมีสวนไดสวนเสียไดเขามามี
               สวนรวม แตก็มีขอจํากัดเรื่องทรัพยากรดังที่กลาวมาแลว หากจะตั้งสถาบันตามทางเลือกนี้ มีแนวทางการ
               ดําเนินงานดังนี้

               แนวทางการดําเนินงาน

                 รูปแบบการจัดตั้ง         การจัดตั้งเปนมูลนิธิตามประมวลกฎหมายแพงและพาณิชย

                 ขอบเขตอํานาจหนาที่      ทําหนาที่เปนแหลงอางอิง พัฒนาระบบและองคความรูดานสิทธิมนุษยชน
                                          และเสริมสรางความเขมแข็งใหพลเมือง

                 แนวทางการจัดตั้งตาม จัดตั้งมูลนิธิตามประมวลกฎหมายแพงและพาณิชย โดยมีแนวทางการ

                 กฎหมาย                   ดําเนินงานดังนี้

                                             1)  คัดเลือกคณะกรรมการมูลนิธิที่มีที่มาทั้งจากสํานักงาน กสม. ภาคี
                                                 วิชาการและภาคีสิทธิมนุษยชน
                                             2)  ประชุมเพื่อจัดทํารางขอบังคับของมูลนิธิ
                                             3)  ขอจดทะเบียนจัดตั้งมูลนิธิ


                 โครงสรางการบริหาร       บริหารจัดการโดยคณะกรรมการมูลนิธิ (Board of Trustee) ที่มาจาก
                                          กสม. หนวยงานที่เกี่ยวของ รวมทั้งตัวแทนสถาบันวิชาการ องคกรสิทธิ
                                          มนุษยชนและนักกิจกรรมดานสิทธิมนุษยชน โดยคณะกรรมการมีหนาที่ใน




               3  สํานักงานเลขาธิการสภาผูแทนราษฎร, “รางพระราชบัญญัติสงเสริมและพัฒนาองคกรภาคประชาสังคม พ.ศ. ...,” 2564.
               https://www.parliament.go.th/section77/manage/files/file_20210108143345_1_121.pdf
   64   65   66   67   68   69   70   71   72   73   74