Page 68 - รายงานฉบับสมบูรณ์ โครงการศึกษาเพื่อเตรียมการจัดให้มีสถาบันพัฒนาระบบและองค์ความรู้ด้านสิทธิมนุษยชนภายใต้การกำกับดูแลของ กสม.
P. 68

60



               หากในอนาคตหนวยงานที่มีความรวมมือกลายเปนหนวยที่ถูกตรวจสอบ จะกลายเปนความขัดแยงในเชิง
               อํานาจหนาที่ (functional contradiction) หรืออีกนัยหนึ่งเปนปญหาผลประโยชนทับซอน (conflict of

               interest) นั่นเอง ดังนั้น หากจะดําเนินการตามทางเลือกนี้ จะตองคํานึงถึงขอจํากัดและความทาทายขางตน
               ประกอบดวย

               แนวทางการดําเนินงาน

                 รูปแบบการจัดตั้ง         การจัดตั้งเปนหนวยงานของรัฐแบบพิเศษ

                 ขอบเขตอํานาจหนาที่      ทําหนาที่เปนแหลงอางอิง พัฒนาระบบและองคความรูดานสิทธิมนุษยชน
                                          และใหการศึกษาดานสิทธิมนุษยชนของประเทศ (Human Rights

                                          Education-HRE)

                 แนวทางการจัดตั้งตาม สรางความรวมมือกับหนวยงานฝายบริหาร เชน กรมคุมครองสิทธิและ
                 กฎหมาย                   เสรีภาพ กระทรวงยุติธรรม และจัดทําคําขอจัดตั้ง (กฎหมายจัดตั้ง) เสนอ
                                          ตอคณะกรรมการพัฒนาและสงเสริมองคการมหาชน (กพม.) ตาม
                                          พระราชบัญญัติองคการมหาชน (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2559

                 โครงสรางการบริหาร       บริหารจัดการโดยคณะกรรมการ (Board of Trustee) ที่มาจาก กสม.

                                          หนวยงานที่เกี่ยวของ รวมทั้งตัวแทนสถาบันวิชาการ องคกรสิทธิมนุษยชน
                                          และนักกิจกรรมดานสิทธิมนุษยชน (โดยกําหนดใหมีกระบวนการสรรหาที่
                                          เปดกวางและเปนธรรมในกฎหมายจัดตั้ง)

                 ทรัพยากรและงบประมาณ  ขอรับเงินอุดหนุนจากรัฐบาลเปนรายป




                 ทางเลือกที่ 3 ไมเปนสวนราชการ ตั้งเปนมูลนิธิ ภายใตการกํากับดูแลของ กสม. และภาคีสิทธิมนุษยชน
                  ทําหนาที่ในการพัฒนาระบบและองคความรูดานสิทธิมนุษยชนของพลเมือง



                       ทางเลือกนี้ ใหความสําคัญกับการขยายบทบาทสถาบันพัฒนาระบบและองคความรูดานสิทธิมนุษยชน

               ใหกวางขวางกวาการตอบสนองวัตถุประสงคของ กสม. แตยังรวมไปถึงการเปนแหลงอางอิงและเผยแพรความรู
               และเสริมพลังดานสิทธิมนุษยชนของพลเมือง เปนทางเลือกที่ตองการลดขอจํากัดของการดําเนินงานในระบบ
               ราชการเชนเดียวกับทางเลือกที่สอง หากวิเคราะหความเปนไปได ทางเลือกนี้มีจุดแข็ง จุดออน โอกาสและ
               ความเสี่ยงดังนี้


                       จุดแข็ง มีความคลองตัวมากกวาอยูในระบบราชการ ทําใหสามารถติดตามสถานการณ ดําเนินงานได
               อยางเปนอิสระ สามารถรับเงินอุดหนุนจากภายนอกได และสามารถทํากิจกรรมเพื่อหารายไดเลี้ยงตัวเอง เชน
               การจัดหลักสูตรฝกอบรมดานสิทธิมนุษยชน การใหการศึกษาดานสิทธิมนุษยชน สามารถเปดพื้นที่ใหผูมีสวนได
               สวนเสียดานสิทธิมนุษยชนมีสวนรวมในการกํากับดูแล ดําเนินการพัฒนาระบบและองคความรู และใช
               ประโยชนจากองคความรูดานสิทธิมนุษยชนในการเสริมสรางความเขมแข็งใหพลเมือง


                       จุดออน การแสวงหาทรัพยากรมาดําเนินงาน โดยเฉพาะการเปนองคกรที่ตั้งขึ้นใหม จึงมีความทาทาย
               ที่สําคัญในการสรางความเชี่ยวชาญ ความเปนมืออาชีพ ความเขมแข็งทางวิชาการ และชื่อเสียงใหเปนที่รูจัก
   63   64   65   66   67   68   69   70   71   72   73