Page 67 - รายงานฉบับสมบูรณ์ โครงการศึกษาเพื่อเตรียมการจัดให้มีสถาบันพัฒนาระบบและองค์ความรู้ด้านสิทธิมนุษยชนภายใต้การกำกับดูแลของ กสม.
P. 67
59
ทางเลือกที่ 2 การเปนหนวยงานของรัฐแบบพิเศษ ทําหนาที่ในการพัฒนาระบบและองคความรูดาน
สิทธิมนุษยชน เปนแหลงอางอิงความรูดานสิทธิมนุษยชนของประเทศ
ทางเลือกนี้ ใหความสําคัญกับการขยายบทบาทสถาบันพัฒนาระบบและองคความรูดานสิทธิมนุษยชน
ใหกวางขวางกวาการตอบสนองวัตถุประสงคของ กสม. แตยังรวมไปถึงการเปนแหลงอางอิงและเผยแพรความรู
ดานสิทธิมนุษยชนของประเทศ เปนทางเลือกที่ตองการลดขอจํากัดของการดําเนินงานในระบบราชการ
ในขณะเดียวกัน ก็ลดขอจํากัดของความเปนองคกรนอกภาครัฐ โดยเฉพาะขอจํากัดดานทรัพยากรและความ
ยั่งยืนในการดําเนินงานในอนาคต เพราะหากสามารถจัดตั้งเปนหนวยงานของรัฐแบบพิเศษ เชน องคการ
มหาชนตามแบบของสถาบันเพื่อการยุติธรรมแหงประเทศไทย สถาบันพระปกเกลา ในฐานะหนวยงานภายใต
รัฐสภา หรือการเปนองคการสาธารณะอยางไทยพีบีเอส จะมีกฎหมายที่กําหนดใหมีคณะกรรมการบริหาร
องคกรและสามารถกําหนดภารกิจ ที่มาของทรัพยากรในการดําเนินงานของตนเองไดอยางเปนอิสระมากกวา
ในขณะเดียวกันก็สามารถเปดพื้นที่ใหภาคสาธารณะ ทั้งที่เปนสถาบันวิชาการ องคกรสิทธิมนุษยชนและ
นักกิจกรรมดานสิทธิมนุษยชนในระดับตาง ๆ สามารถมีสวนรวมในการดําเนินงาน รวมไปถึงการกํากับดูแลทิศ
ทางการดําเนินงานขององคกรได หากวิเคราะหความเปนไปได ทางเลือกนี้มี จุดแข็ง จุดออน โอกาสและความ
เสี่ยงดังนี้
จุดแข็ง การเปนหนวยงานของรัฐแบบพิเศษ ที่มีกฎหมายเฉพาะจะทําใหสามารถดําเนินงานไดอยาง
คลองตัวมากกวาระบบราชการทั่วไป มีทรัพยากรในการดําเนินงานที่ไดรับการสนับสนุนจากรัฐบาลอยาง
ตอเนื่อง และหากมีการกําหนดไวในกฎหมายจัดตั้ง ก็ระดมทรัพยากรจากภาคสวนอื่น เชน เงินบริจาค และ
อาจหารายไดเลี้ยงตัวเองไดในอนาคต
จุดออน การเปนหนวยงานที่อยูภายนอก กสม. ทําใหอาจมีขอจํากัดในการประสานงานกับสํานักงาน
กสม. โดยเฉพาะภารกิจที่ตองมีการเชื่อมโยงกัน เชน งานพัฒนาบุคลากร งานจัดการความรู หรืองานคลังขอมูล
เปนตน
โอกาส การเปนองคกรลักษณะนี้ ทําใหสถาบันพัฒนาระบบและองคความรูดานสิทธิมนุษยชนสามารถ
เชื่อมโยงกับหนวยงานภาคนอก ทั้งที่เปนภาควิชาการ ภาคประชาสังคม และภาคประชาชนไดมากขึ้น ผานการ
กําหนดสัดสวน (โควตา) คณะกรรมการบริหารหรือบอรดขององคกร และยังสามารถหารายไดเพิ่มเติมไดหากมี
การกําหนดไวในกฎหมายจัดตั้ง
ความทาทายหรือความเสี่ยง หากมีการใหการฝกอบรมเพื่อหารายได อาจถูกวิพากษวิจารณจาก
สาธารณะวา “ทําไมการเรียนรูดานสิทธิมนุษยชนตองมีคาใชจาย” และมีภารกิจที่ซ้ําซอนกับหนวยงานที่มี
ลักษณะคลายกัน เชน TIJ หรือสถาบันพระปกเกลา
แมทางเลือกนี้ จะดูเปนทางเลือกที่ดีที่สุด แตทางเลือกนี้มีขอจํากัดที่สําคัญคือ กสม. และองคกรอิสระ
ตามรัฐธรรมนูญ ไมมีอํานาจในการจัดตั้งหนวยงานของรัฐแบบพิเศษ แตเปนอํานาจของรัฐบาลเทานั้น
หาก กสม. จะจัดตั้งองคกรในลักษณะนี้ จําเปนตองสรางความรวมมือกับหนวยงานฝายบริหาร เชน
กรมคุมครองสิทธิและเสรีภาพ กระทรวงยุติธรรม และดําเนินการผลักดันใหเกิดกฎหมายจัดตั้งหนวยงานแบบ
พิเศษ โดยตองเสนอผานรัฐบาล และเสนอใหคณะกรรมการพัฒนาและสงเสริมองคกรมหาชนพิจารณาดวย
แตแนวทางนี้ก็มีความทาทาย เพราะ กสม. มีหนาที่ในการตรวจสอบและคุมครองการละเมิดสิทธิมนุษยชน

