Page 64 - รายงานฉบับสมบูรณ์ โครงการศึกษาเพื่อเตรียมการจัดให้มีสถาบันพัฒนาระบบและองค์ความรู้ด้านสิทธิมนุษยชนภายใต้การกำกับดูแลของ กสม.
P. 64

56



               5.4 ทางเลือกในการจัดตั้งสถาบันพัฒนาระบบและองคความรูดานสิทธิมนุษยชนและความ

               เปนไปไดทางกฎหมาย
                       จากการสังเคราะหความคาดหวังตอบทบาทและสถานะของสถาบันพัฒนาระบบและองคความรูดาน

               สิทธิมนุษยชน สามารถสรุปเปนทางเลือกได 3 ทางดังนี้ คือ (1) เปนสวนราชการภายใต กสม. (2) เปนสวน
               ราชการแบบพิเศษ และ (3) ไมเปนสวนราชการ ทั้งนี้ ตองพิจารณาบทบาทในการทํางานดวยวาจะมี

               วัตถุประสงคในการทํางานเรื่องสิทธิมนุษยชนในระดับใด



                      สถานะของสถาบันพัฒนาระบบและองคความรูดานสิทธิมนุษยชน ภายใตการกํากับดูแลของ กสม.



                                             เปนสวนราชการ                     ไมเปนสวนราชการ


                                อยูภายใต กสม.            อยูนอก กสม.               จดทะเบียนเปนมูลนิธิ




                                                              เปนหนวยงานของรัฐ
                                                                   แบบพิเศษ




                  เปนคลังสมองของ กสม.        เปนแหลงอางอิงของประเทศ         เปนสถาบันของพลเมือง





               ภาพที่ 5. 4 ทางเลือกในการจัดตั้งองคกร

                       แตละแนวทางมีจุดออน จุดแข็ง โอกาส ความทาทาย ความเปนไปไดในทางปฏิบัติและความเปนไปได
                ทางเลือกที่ 1 การเปนสวนราชการภายในสํานักงาน กสม. ทําหนาที่เปนคลังสมองให กสม. ทํางานวิจัยและ
               ในทางกฎหมายที่แตกตางกันดังนี้
                พัฒนาระบบและองคความรู เชื่อมโยงกับการพัฒนาบุคลากรและเผยแพรองคความรูในรูปแบบตาง ๆ



                       หากวิเคราะหจุดแข็ง จุดออน โอกาสและความทาทายของทางเลือกนี้ พบวามีรายละเอียดดังนี้

                       จุดแข็ง ทางเลือกนี้มีจุดแข็งที่สําคัญคือ พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยคณะกรรมการ
               สิทธิมนุษยชนแหงชาติ พ.ศ. 2560มาตรา 47 (1) กําหนดใหสํานักงาน กสม. เปนสวนราชการ และ กสม. มี
               อํานาจทางกฎหมายในการแบงสวนราชการของสํานักงานตาม มาตรา 49 (1) จึงเปนทางเลือกที่เปนไปไดมาก

               ที่สุด การจัดตั้งสถาบันในลักษณะนี้จะทําใหสามารถทํางานเชื่อมโยงประสานงานในสํานักงานไดอยางใกลชิด
               กําหนดทิศทางการทํางานที่ตอบโจทย กสม. ไดโดยตรง โดยที่มีทรัพยากรการดําเนินงานอยางตอเนื่อง และ
               สํานักงานก็มีการสะสมองคความรูดานสิทธิมนุษยชนในภาคปฏิบัติมาอยางยาวนาน

                       จุดออน การเปนสวนราชการในลักษณะเดิม มีจุดออนที่สําคัญคือการขาดความคลองตัว การตั้ง

               งบประมาณลวงหนา การจัดซื้อจัดจางยังอยูภายใตพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจาและการบริหารพัสดุภาครัฐ
               พ.ศ. 2560 ทําใหไมสามารถผลิตงานที่สามารถตอบปญหาสิทธิมนุษยชนแบบเฉพาะหนาไดอยางทันทวงที ทั้ง
               ยังติดอยูในขอจํากัดเดิมคือ ไมสามารถแสวงหาทรัพยากรเพิ่มเติม โดยเฉพาะการรับเงินอุดหนุนจาก
   59   60   61   62   63   64   65   66   67   68   69