Page 60 - รายงานฉบับสมบูรณ์ โครงการศึกษาเพื่อเตรียมการจัดให้มีสถาบันพัฒนาระบบและองค์ความรู้ด้านสิทธิมนุษยชนภายใต้การกำกับดูแลของ กสม.
P. 60

53



                       2.  ขาดการเชื่อมโยง การใชประโยชนจากงานวิจัยสูภาคปฏิบัติ
                       3.  ขาดการปรับปรุงขอมูลใหทันสมัย

                       4.  การทํางานแบบแยกสวน ขาดการประสานงาน
                       5.  บุคลากรมีนอย ขาดทักษะในการวิจัย ประกอบกับปริมาณงานมีมากในระยะเวลาจํากัด ทําใหไม
                          สามารถตอยอด หรือพัฒนาศักยภาพในการศึกษาทําวิจัยหรือสรางองคความรูได
                       6.  ขาดการจัดการและถายทอดองคความรู

                       7.  สํานักงานมีฐานะเปนสวนราชการ (ตามมาตรา 47 ของพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวา
                          ดวยคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแหงชาติ พ.ศ. 2560) จึงติดกับดักของระบบราชการ (เชน
                          กระบวนการตั้งงบประมาณ การจัดซื้อจัดจาง) ทําใหทํางานไมทันสถานการณ และมีความลาชา
                       8.  กสม. ตองพึ่งพิงงบประมาณการวิจัยจากงบประมาณแผนดิน ไมมีกองทุนของตนเอง และไม

                          สามารถรับเงินสนับสนุนจากตางประเทศได  ทําใหไมสามารถผลักดันทิศทางงานวิจัยที่มีพลังได


                       โอกาส (Opportunity)

                       1.  การสรางรวมมือ และแขงขันในทางคุณภาพ ในเรื่องทางสิทธิมนุษยชน การทํางานวิชาการที่หยิบ
                          จับได การทําใหเรื่องสิทธิมนุษยชน สามารถนํามาใชงานไดจริงในชีวิตประจําวัน
                       2.  การสรางวิธีการทํางานที่เชื่อมตอกับกลุม/กลไกที่เชื่อมโยง/ การเชื่อมโยงกับบางองคกรที่มีความ

                          เขมแข็งเชิงสถาบัน (อาทิ TIJ) จะทําใหสามารถพัฒนาความเขมแข็งของการพัฒนาระบบและ
                          องคความรูดานสิทธิมนุษยชนไดดีขึ้น
                       3.  ประเด็นสิทธิมนุษยชนไดรับความสนใจจากทุกฝาย ทําใหมีโอกาสในการหาผูรับบริการ (ฝกอบรม)

                          ในอนาคตไดมากขึ้น

                       ภัยคุกคาม/ความทาทาย (Threat)


                       1.  ความทับซอนกับบางโครงสราง/ภารกิจ อาทิ สถาบันการศึกษา และหนวยงานที่มีความเกี่ยวของ
                       2.  ความเปลี่ยนแปลงในโครงสรางพื้นฐานระบบงบประมาณที่เกี่ยวกับการวิจัยและพัฒนาองคความรู
                          ในประเทศ ทําใหสํานักงาน กสม. ไมสามารถตั้งงบประมาณวิจัยไดโดยตรง แตตองตั้งผาน กสว.
                          และไมสามารถจัดจางหนวยงานวิจัยภายนอกใหทํางานวิจัยได

                       3.  ประเด็นสิทธิมนุษยชนเปนประเด็นที่มีพลวัตสูง (ตามไมทัน)
                       4.  ประเด็นขอขัดแยงดานสิทธิมนุษยชน ในหลาย ๆ ครั้งเปนเรื่องที่เสี่ยงตอการมีอคติ และถูก
                          วิจารณวาไมเปนกลาง การวิจัยดานสิทธิมนุษยชนจํานวนมากเปนการวิจัยเพื่อสนับสนุนนโยบาย
                          (policy advocacy) และนําไปสูการเคลื่อนไหว จึงมักจะถูกวิจารณเรื่องความเปนกลาง เชน

                          งานวิจัยเรื่องโทษประหารของคณะกรรมาธิการระหวางประเทศอาเซียนวาดวยสิทธิมนุษยชน ซึ่ง
                          ถูกวิพากษวิจารณอยางมาก และไมไดรับการยอมรับ
                       5.  การขาดความเปนอิสระ ไมไดรับความเชื่อมั่นและเสี่ยงตอการถูกยุบเลิก
                       6.  แนวโนมการออกกฎหมายควบคุมองคกรไมแสวงกําไรของรัฐบาล อาจเปนอุปสรรคตอการจัดตั้ง

                          องคกรที่เปนอิสระจากภาครัฐ
   55   56   57   58   59   60   61   62   63   64   65