Page 106 - รายงานฉบับสมบูรณ์ โครงการศึกษาเพื่อเตรียมการจัดให้มีสถาบันพัฒนาระบบและองค์ความรู้ด้านสิทธิมนุษยชนภายใต้การกำกับดูแลของ กสม.
P. 106

89



               กสม. จะมีองคความรูเฉพาะดาน ในขณะที่องคความรูดานสิทธิมนุษยชนของสถาบันการศึกษาจะอยูใน
               ลักษณะทั่วไป (general) เชน วิธีวิทยาซึ่งเปนองคความรูเฉพาะ human rights debate approach /

               human rights lens ดังนั้น องคความรูและวิธีวิทยาที่เปนจุดขายของสถาบันที่แตกตางจากสถาบันการศึกษา
                       เชนเดียวกับ นักวิชาการสิทธิมนุษยชนอีกทานที่มองวา สถาบันการศึกษาจะเนนที่ทฤษฎี ในขณะที่
               สถาบันที่จะจัดตั้งใหมจึงเปนองคกรที่เชื่อมรอยและบูรณาการทฤษฎีและการปฏิบัติเขาดวยกัน สถาบันที่จะ
               จัดตั้งใหมจะเปนการสรางหลักสูตรสําหรับ career paths ในบางสาขาอาชีพ เชน เจาหนาที่ราชทัณฑตองจบ

               หลักสูตรทางดานสิทธิมนุษยชน เปนตน
                       บุคลากรอีกทาน เสริมวา เมื่อมีขอเสนอแนะเชิงนโยบายดานสิทธิมนุษยชนไปยังหนวยงานภายนอก
               หนวยงานตางๆ เขาใจในหลักการแตไมสามารถนําไปปฏิบัติได เพราะไมมีความรูเฉพาะดานที่จะนําทฤษฎีไปสู
               การปฏิบัติ ดังนั้น การจัดตั้งสถาบัน ฯ จะเปนเหมือน “ผูใหคําปรึกษา” ดานสิทธิมนุษยชนใหแกบุคคลและ

               หนวยงานภายนอก ในการประยุกตความรูไปสูขั้นปฏิบัติ สถาบันการศึกษาสอนแคขั้นทฤษฎี แตไมไดใหภาพ
               ของการนําทฤษฎีไปสูการปฏิบัติ

                       2.1.3 การวิเคราะห SWOT ของสํานักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแหงชาติ


                       บุคลากรจากศูนยขอมูลขาวสารของราชการ สํานักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแหงชาติ มองวา
               กสม. มีกลุมงานที่รวบรวมและเผยแพร “contents” และมีการตรวจสอบเรื่องรองเรียน แตการรายงานการ
               ตรวจสอบขอรองเรียนที่ตองเผยแพรไปสูสาธารณะยังมีนอยมาก ในสวนขององคความรูในบางประเด็นนั้นมีอยู
               แตกลไกการเผยแพรนั้นลาชา ทําใหการนําความรูไปใชประโยชนในบางครั้งไมสามารถนําไปใชแกไข
               สถานการณไดทัน กลาวคือ “องคกรอยากขาย แตไมไดเผยแพรสินคาใหสาธารณะรับรู”

                       บุคลากรจากสํานักเฝาระวังและประเมินสถานการณสิทธิมนุษยชน เสริมรายละเอียดวา จุดแข็ง คือ
               (1) เปนสถาบันดานสิทธิมนุษยชนแหงเดียวของประเทศ กอตั้งมากวา 20 ป จึงมีการสะสมความรูและ
               ประสบการณการทํางานดานสิทธิมนุษยชน (2) ความรูดานสิทธิมนุษชนของ กสม. มีความเฉพาะดานมากกวา

               ความรูของสถาบันการศึกษา (3) กลุมเปาหมายขององคกรมีความหลากหลาย สําหรับจุดออน คือ (1) มีองค
               ความรูแตองคความรูที่มีอยูคอนขางกระจัดกระจายไปตามหนวยงานยอย ยังไมมีพื้นที่กลางในการรวบรวมองค
               ความรู (2) ยังไมมีกลไกการเชื่อมโยงประเด็นดานสิทธิมนุษยชนกับหนวยงานอื่น ๆ ที่ขับเคลื่อนประเด็นดาน
               สิทธิมนุษยชนไปสูการปฏิบัติ ในขณะที่ โอกาส คือ ยังไมมีสถาบันที่รวบรวมความรูดานสิทธิมนุษยชนที่เปน

               สถาบันหลักของชาติ การจัดตั้งสถาบันใหมจึงเปนการอุดชองวางของการขาดสถาบันแหงความรูดานสิทธิ
               มนุษย และสุดทาย อุปสรรค คือ ภัยคุกคามรูปแบบใหมๆ เชน การละเมิดสิทธิมนุษยชนดานสิ่งแวดลอม เปน
               ตน


               2.2 ความคิดเห็น/ความคาดหวังของผูบริหารตอการตั้งสถาบันพัฒนาระบบและองคความรูดานสิทธิ
               มนุษยชน

                       - การแขงขันกันเผยแพรงานดานสิทธิมนุษยชนของสถาบันตางๆ เปนสิ่งดีเพราะมันก็คือเรื่องใน
               ชีวิตประจําวัน มีมากก็ไมเปนไร
                       - งานวิจัยที่จะมาสนับสนุนงานวิชาการของ กสม. คืองานที่เกี่ยวของกับ “สภาพปญหา” สถิติและ

               ขอมูลดานตางๆ ขององคกรตางๆ ไมตรงกัน ซึ่งหากขอมูลไมมีความชัดเจน หรือไมตรงกับสภาพความเปนจริง
               จะทําใหเกิดความผิดพลาดในกระบวนการนโยบายในทุกมิติได
   101   102   103   104   105   106   107   108   109   110   111