Page 103 - รายงานฉบับสมบูรณ์ โครงการศึกษาเพื่อเตรียมการจัดให้มีสถาบันพัฒนาระบบและองค์ความรู้ด้านสิทธิมนุษยชนภายใต้การกำกับดูแลของ กสม.
P. 103

86



                                                      ภาคผนวก 4

                       รายงานการประชุมการรับฟงความคิดเห็นการประชุมกลุมยอย ครั้งที่ 1

                 โครงการศึกษาเพื่อเตรียมการจัดใหมีสถาบันพัฒนาระบบและองคความรูดานสิทธิมนุษยชน ภายใตการ
                               กํากับดูแลของสํานักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแหงชาติ (กสม.)
                                    วันศุกรที่ 30 กรกฎาคม พ.ศ. 2564 เวลา 9.00 – 12.30 น.

                                                 ผานระบบ ZOOM meeting
                                         ……………………………………………………...............

               1. ผูเขารวมประชุม

                       ผูเขารวมการประชุมประกอบดวย (1) กรรมการสิทธิมนุษยชนแหงชาติ (2) ผูบริหารสํานักงาน

               คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแหงชาติ และ (3) ผูแทนสํานัก/หนวยภายใตสํานักงานคณะกรรมการสิทธิ
               มนุษยชนแหงชาติ จํานวนรวมทั้งสิ้น 48 คน (แจงชื่อลงทะเบียน 40 คน ดูรายละเอียดทายเอกสาร)

               2. รายละเอียดการประชุม

                       สําหรับรายละเอียดการประชุมแบงออกเปน 3 สวน ไดแก (1) ความคิดเห็นของเจาหนาที่ตอการจัดตั้ง

               สถาบันพัฒนาระบบและองคความรูดานสิทธิมนุษยชน (2)  ความคิดเห็นของผูบริหารตอการจัดตั้งสถาบัน
               พัฒนาระบบและองคความรูดานสิทธิมนุษยชน และ (3) สรุปประเด็นสําคัญ โดยแตละสวนมีรายละเอียดดังนี้

                       2.1 ความคิดเห็น/ความคาดหวังของเจาหนาที่ตอการตั้งสถาบันพัฒนาระบบและองคความรูดาน

               สิทธิมนุษยชน

                       2.1.1 ความคาดหวัง

                       บุคลากรจากสํานักเฝาระวังและประเมินสถานการณสิทธิมนุษยชน มองวา สํานักงานคณะกรรมการ
               สิทธิมนุษยชนแหงชาติเปนสถาบันระดับชาติ จึงควรมีระบบในการพัฒนาองคความรู เพราะจะมีประโยชนทั้ง
               ในเชิงสถาบันและการผลิตสรางองคความรูใหแกสังคม เพราะวัตถุประสงคหลัก คือ “การสรางวัฒนธรรมที่

               เคารพสิทธิมนุษยชน” นอกจากนี้ ในฐานะที่เปนสถาบันดานสิทธิมนุษยชนของชาติจึงควรมี data knowledge
               banking และกระบวนการศึกษาดานสิทธิมนุษยชนเพื่อผลักดันนโยบาย (policy advocacy) และ human
               rights facilitator รวมถึงการนําขอมูลมาเชื่อมตอในลักษณะ big data ที่สามารถนําไปใชไดอยางงาย (simply
               or easy to access) หรือใชเปนแหลงอางอิงดานสิทธิมนุษยชนทั้งของเจาหนาที่ นักวิชาการ และบุคคลทั่วไป
               โดยอาจมี online learning course ที่จัดการองคความรูดานสิทธิมนุษยชนศึกษา และเผยแพรองคความรูสู

               สาธารณะ เนนความคาดหวังเชิงผลลัพธ
                       ในขณะที่ บุคลากรจากสํานักมาตรฐานฯ กลาววา (1) ความคาดหวังที่มีตอเจาหนาที่/ สํานักงาน
               คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแหงชาติกอตั้งมารวม 20 ป แตไมมีการสืบทอดและสงตอองคความรูที่สะสมมา

               ตลอดระยะเวลาการกอตั้ง ดังนั้น การกอตั้งสถาบันพัฒนาระบบและองคความรูจะเปนประโยชนในการ
               รวบรวมองคความรู ซึ่งจะเปนการเพิ่มศักยภาพใหการทํางานของเจาที่ใหมีความเขมแข็ง นอกจากนี้ภายใน
               องคกรควรมีการถอดบทเรียนองคความรู และสงตอ เพราะเจาหนาที่มีการเขาและออกซึ่งจะมีประโยชนตอ
               การทํางานไดอยางตอเนื่อง สถาบันนี้นาจะมาทําหนาที่ตรงนี้ ในสวนภายนอก คือจะทําอยางไรใหคนภายนอก
   98   99   100   101   102   103   104   105   106   107   108