Page 105 - รายงานฉบับสมบูรณ์ โครงการศึกษาเพื่อเตรียมการจัดให้มีสถาบันพัฒนาระบบและองค์ความรู้ด้านสิทธิมนุษยชนภายใต้การกำกับดูแลของ กสม.
P. 105

88



                       ดังนั้น การจัดตั้งสถาบัน ฯ จะชวยในการรวมรวมองคความรูที่กระจัดกระจาย และเปนการลดความ
                       ซับซอนเชิงระบบ

                   -  อยากใหสถาบันฯ นี้ เปนหนวยกลาง หรือ “พื้นที่กลาง” ของการรวบรวมความรูดานสิทธิมนุษยชนใน
                       การนําไปใชของเจาหนาที่ทั้งของสวนกลางและสํานักงานตาง ๆ ในภูมิภาค (KM) ตอนนี้กําลังจะไป
                       จัดตั้งสํานักงานภาค ก็อยากจะใหมีหนวยงานการที่เชื่อมโยง เปน KM ของหนวยงาน เปนศูนยรวม
                       ดานองคความรูทั้งภายในและภายนอก เพื่อใหเปนไปในทิศทางเดียวกัน

                   -  มีความคาดหวังในมุมมองเชิงยุทธศาสตรวา (1) เปนสถาบันฯ ที่ผลิตสรางองคความรูใหแก กสม. และ
                       ภาคสาธารณะ (2) เปนสถาบันที่สามารถหารายไดดวยตนเอง “เปนองคกรที่หาเลี้ยงตัวเองได” (3)
                       การเพิ่มทักษะและความสามารถดานการวิจัยใหแกบุคลากร
                   -  ที่ผานมา การศึกษาวิจัยของ กสม. เกิดขึ้นจากคํารอง จึงเปนการงานการศึกษาเชิงประเด็น ควรเปน

                       สถาบัน เชน การเลือกปฏิบัติของผูติดเชื้อ HIV การทําการลอซื้อยาเสพติด เปนตน ลักษณะการศึกษา
                       และวิจัยของ กสม. ที่ผานมาจึงมีลักษณะเปนประเด็น ไมไดถูกจัดกลุมใหเปนระบบ หรือเปนองค
                       ความรูที่มีลักษณะเปนกลุมกอน ยังไมควรเนนประเด็นผลผลิตขององคกร แตควรพิจารณากอนวา
                       สถาบันที่จะจัดตั้งใหมควรอยูในลักษณะใด/รูปแบบใด /ดําเนินการอยางไร ควรจะเปนอะไร มูลนิธิ

                       หรือปรับโครงสรางภายในที่มีอยูเดิมหรือองคการมหาชน ในสวนของการรับทําวิจัยไมแนใจวาทําได
                       ไหม แตอาจไปดูของสํานักงานศาลปกครอง ที่เปนมูลนิธิ ดังนั้นอาจจะไมตองสรุป เพื่อพูดคุยตอ มีคน
                       จํานวนมากที่คาดหวังเรื่องการทําองคความรู เลยพูดถึงเรื่องการทําองคความรูนี้ที่จะทํางานองค

                       ความรูนี้

                       ทั้งนี้ มีประเด็นคําถามที่สําคัญคือ
                   -  การจัดตั้งสถาบัน ฯ จะเปนการทํางานทับซอนกับสถาบันภายนอกที่ กสม. วาจางมาทํางานดานการ
                       วิจัยและการอบรมหรือไม (เชน การรวมมือกับสถาบันวิจัยสังคม มหิดล ในการใหความรูเจาหนาที่

                       หรือ การอบรมพัฒนาผูบริหารระดับสูงรวมมือกับสถาบันพระปกเกลา)
                   -  ในสวนนี้ เจาหนาที่ที่รับผิดชอบไดตอบคําถามไววา การวาจางที่ปรึกษาจากสถาบันภายนอกจะเปน
                       คนละโครงการกับการจัดตั้งสถาบันฯ และเนนการอบรมเพื่อสรางศักยภาพในดานตางๆ ใหแก

                       บุคลากรของ กสม. สํานักวิจัยทําเปนงานคนละสวน ในสวนที่ทํานี้เปนสวนหนึ่งของงานยุทธศาสตร
                       ซึ่งงานที่กลาวถึงเปนการพัฒนาศักยภาพของบุคลากร ซึ่งถาในอนาคตงานสวนนี้ตองขยายเราก็จะ
                       ตองการกําลังคนมาชวยในสวนนี้งานวิจัยมันจะหลีกเลี่ยงไมได ในดานความซับซอนของโครงสรางและ
                       ภารกิจหนาที่ของสถาบันฯ สําหรับตนก็กังวลในประเด็นนี้ เพราะบางสวนของวัตถุประสงคในการ

                       จัดตั้งสถาบันใหมมีความทับซอนกับภารกิจของหนวยงานที่มีอยู อาทิ งานบริหารกลางและงานฝาย
                       อบรม หรืองานดานการผลิตและเผยแพรองคความรู ก็มีบางหนวยงานที่ทํางานดานเผยแพรองคความ
                       รูอยูแลว เชน การเผยแพรงานดานกฎหมายสิทธิมนุษยชนของฝายกฎหมาย หรือการสรางขอมูลของ
                       ฝายเฝาระวัง ฯ เปนตน


                       2.1.2 ความทาทายดานภารกิจการสรางองคความรูจากสถาบันทางการศึกษา และมุมมองตออคติ
                       ในการผลิตสรางงานวิชาการ

                       บุคลากรจากสํานักเฝาระวังและประเมินสถานการณสิทธิมนุษยชน คิดวา ภารกิจดานวิชาการของ

               สถาบันที่จะจัดตั้งใหม กับภารกิจดานการวิจัยของสถาบันการศึกษามีความแตกตางกัน เพราะสถาบันของ
   100   101   102   103   104   105   106   107   108   109   110