Page 107 - รายงานฉบับสมบูรณ์ โครงการศึกษาเพื่อเตรียมการจัดให้มีสถาบันพัฒนาระบบและองค์ความรู้ด้านสิทธิมนุษยชนภายใต้การกำกับดูแลของ กสม.
P. 107

90



                       - การจัดตั้งสถาบันใหม จะเปนการนําเสนอผลงานเชิงคุณภาพของ กสม. เรื่องงบประมาณ ตนมองวา
               ไมใชปญหา ลักษณะงานอาจเปนการเชื่อมโยงและโอนถายขอมูลระหวางสถาบันกับหนวยงานตางๆ ทั้งใน

               ประเทศและตางประเทศ แตกังวลในรูปแบบและโครงสรางของสถาบันฯ ที่จะถูกจัดตั้งขึ้นวาจะมีลักษณะ
               อยางไร
                       - ตั้งแตแรกตั้ง กสม. มีการจัดตั้งฝายวิชาการเปนของตนเองในการสนับสนุนการทํางานของ กสม.
               อาจารยจาก ม.สุโขทัยธรรมาธิราช เปน ผอ. หนวยงานคนแรก แตพอเขามา ก็ไมสามารถทนกับระบบราชการ

               ไดโดยเฉพาะงานเอกสาร การจัดซื้อจัดจางสุดทายก็หนีเราไป อีกทั้ง งานดานสิทธิมนุษยชนมันครอบคลุม
               หลากหลายประเด็น ตนจึงมองวา คนที่จะมาเปนหัวหนาหนวยงานใหมจะตองเปนบุคคลที่มีความรูในลักษณะ
               “รูรอบ” ดังนั้น สถาบันใหมจึงควรเปน “องคกรที่อิสระจาก กสม.” แตก็ยังเชื่อมตอกับ กสม. อยูในลักษณะ
               อยูใตปกของ กสม. โดยมีภารกิจในการสนับสนุนการทํางานของ กสม. และตอบสนองความตองการของสังคม

               โดยมองวา ยังมีความรูที่หลากหลายและกระจัดกระจายอยูในชุมชน ซึ่งนักวิชาการไมสามารถเขาถึงได เชน ปา
               ชุมชน/ ขอรองเรียกและการตอสูของชาวบานในพื้นที่ชุมชนตางๆ เปนตน ดังนั้น การตั้งสถาบันใหมของ กสม.
               จะชวยสนับสนุนและอุดชองวางในประเด็นนี้ได แตจะทําอยางไรในการหยิบยกความรูนั้นมาใช นอกจากนี้ดวย
               ลักษณะการทํางานของ กสม. มีลักษณะ “quick fix” แตในขณะที่โครงสรางของ กสม. ยังยึดโยงกับระบบ

               ราชการ อีกทั้ง ยังไมมีกฎหมายที่สนับสนุนการทํางานของ กสม. เปนการเฉพาะ ทําใหการนํานโยบายไปปฏิบัติ
               จึงมีความลาชาและไมทันตอการแกไขปญหาตามสถานการณที่เกิดขึ้น องคกรใหมที่จะจัดตั้งควรเปน “องคกร
               อิสระที่เลี้ยงตัวเองได ทํางานไดอยางรวดเร็วและอิสระ”

                       - สถาบันใหมไมควรเปนอิสระหรือแยกขาดจาก กสม. แตควรอยูภายใตการกํากับดูแลของ กสม. แต
               การทํางานตองอิสระ โดยมองวา “ในเมื่อสถาบันการศึกษามีแบรนดเนมเปนของตนเอง ทําไม กสม. ถึงจะมีแบ
               รนดเนมทางดานการศึกษาแบบนั้นบางไมได”
                       - จะทําอยางไรใหงานการศึกษาที่ผลิตสรางขึ้นมา “ไมถูกขึ้นหิ้ง” และนําไปสูวาระเชิงนโยบาย
               สาธารณะ การขับเคลื่อนสังคมดวยความรูชุมชน การตั้งสถาบันจะชวยสรางเครือขายและดึงหนวยงานตาง ๆ

               มาชวยกันขับเคลื่อนประเด็นสิทธิมนุษยชน หาผูมีสวนไดเสีย (stakeholder) สถาบันใหมที่จะถูกจัดตั้งขึ้นไม
               ควรเปนอิสระหรือแยกขาดจาก กสม. แตควรมีกฎหมายกํากับดูแลการทํางานเปนการเฉพาะ
                       - มองวาจุดแข็งของ กสม. คือ พรบ. กสม. ฉบับปจจุบันเปดกวางดานการวิจัย อีกทั้ง ยังใหอํานาจแก

               กสม. ในการจัดจางบุคคลภายนอกมาเปนที่ปรึกษาการวิจัยได ทําให กสม. กลับไปใชระบบการจัดซื้อจัดจาง
               บุคคลภายนอกมาดําเนินการวิจัย กฎหมายยืดหยุน แตจุดออนก็คือ ความขัดแยงภายในที่เกี่ยวของกับภารกิจ
               การทํางาน ความทับซอนในโครงสรางหนาที่/งานใครงานมัน รวมถึงโครงสรางและกฎระเบียบที่มีอยูไมยืดหยุน
               เพียงพอตอการจัดตั้งสถาบันใหม

                       - ไดกลาวถึงความคาดหวังของตนซึ่งเนนที่ pain point ขององคกร ซึ่งก็คือ การไมมีสถาบันในการจัด
               องคความรูเปนของตนเอง “ไมสนวาโครงสรางองคกรใหมจะเปนแบบใด สนใจที่จะสามารถแกไข pain point
               ของ กสม. ไดหรือไม” ดังนั้น สถาบันใหมตอง (1) ตอยอดการทํางาน และ(2) สรางเครื่องมือ/ชองทางในการ
               สนับสนุนการทํางานของ กสม. แตจุดออนของ กสม. คือ ไมมีความรู “ภาษาอังกฤษที่ดีพอ” ในการทํางาน

               และ องคความรูที่มีอยู เปนองคความรูที่ยังไมไดถูกยอย หรือถูกวิเคราะห/สังเคราะหใหเปนภาษาที่งาย และ
               นําไปใชประโยชนที่งาย

               2.3 สรุปประเด็นสําคัญ
   102   103   104   105   106   107   108   109   110   111   112