Page 104 - รายงานฉบับสมบูรณ์ โครงการศึกษาเพื่อเตรียมการจัดให้มีสถาบันพัฒนาระบบและองค์ความรู้ด้านสิทธิมนุษยชนภายใต้การกำกับดูแลของ กสม.
P. 104

87



               เขาใจและนําไปใช (2) ความคาดหวังที่มีตอสังคมในภาพกวาง สํานักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแหงชาติ
               ตองมีบทบาทในการเผยแพรองคความรูดานสิทธิมนุษยชน เพื่อปองกันการละเมิดสิทธิในทุกรูปแบบ ซึ่ง

               สถานะปจจุบันขององคกรเปนการทํางานที่ “ปลายเหตุ” ตนคิดวา การแกปญหาที่ตนเหตุคือการสรางองค
               ความรูทางดานสิทธิมนุษยชนใหเปนองคความรูพื้นฐานของสังคม เปนผูชี้นําสังคมดานสิทธิมนุษยชน ใหมี
               ความรูดานสิทธิมนุษยชนที่ถูกตอง
                       มีผูเพิ่มเติมประเด็นดังนี้

                   -  ถาจะทําสถาบันที่ตอบสนองตอ “ลูกคา” คือคนในสังคม ตนมองวาอาจจะตองตั้งคําถามตอสังคมดวย
                       วา สังคมตองการอะไรจากสถาบัน
                   -  ควรมีการสรางเครือขายระหวางสถาบัน ฯ และองคกรภายนอก และไดตั้งขอสังเกตวา ความคาดหวัง
                       ที่มีตอการตั้งสถาบันอาจจะ “สุดโตง” เกินไป เพราะอาจไมสามารถจัดตั้งสถาบันฯ ไดตามความ

                       คาดหวังทุกประการ เนื่องจากความตองการในการจัดตั้งสถาบันฯ กับทรัพยากรและเงื่อนไขตาง ๆ ที่
                       มีอยูจริงอาจไมสอดคลองกัน
                   -  โจทยนี้เคยมาคุยกันมานานแลว มันเริ่มจากที่งานที่ทําเปนงานเล็กๆ ตอนนี้มันไปสเกลใหญขึ้น ซึ่งมัน
                       จําเปนตองพัฒนาไปสูการจัดตั้งสถาบัน ดังนั้น ภารกิจตองไมใชงานเล็กๆ นอยๆ ตองตอเนื่อง มีการ

                       สะสม เก็บความรู พรอมสรางเครือขาย แตการออกไปตั้งเปนนิติบุคคลมันจะเริ่มเปนความหาง
                       สถาบันนี้ตองมีงบประมาณ บุคลากรที่มากพอ ที่จะทํางานสะสมองคความรู ซึ่งตนเคยอยูกลุมวิจัยของ
                       กสม. ซึ่งเปนกลุมงานขนาดเล็ก มีเจาหนาที่เพียง 2–3 คน และเจาหนาที่หมุนเวียนตลอดเวลา ทําให

                       ไมเกิดการสะสมองคความรู ภารกิจหนาที่ของสถาบันฯ ควรตอบโจทยความตองการของ
                       กลุมเปาหมายตาง ๆ ไมใช เปนการทําวิจัยระยะสั้น การเกิดขึ้นของสถาบันจะเปนการเพิ่มพูนความ
                       เชี่ยวชาญดานการวิจัยใหแกเจาหนาที่ และสรางเครือขายดานสิทธิมนุษยชนกับภาควิชาการ “สราง
                       องคความรู สะสมองคความรู และถายทอดองคความรู” การจัดตั้งสถาบันฯ จะตองใชบุคลากรจํานวน
                       มากในการขับเคลื่อน นอกจากนี้ยังไดแชรวิธีการทํางานของประเทศอื่นๆ ในการทําวิจัย และการนํา

                       วิจัยไปขับเคลื่อนได เชน เชิงนโยบาย ฯลฯ ที่นาสนใจอินโดนีเซีย เกาหลีอีกดวย
                   -  นาจะเปนสถาบันในการพัฒนาวิชาการดานสิทธิมนุษยชน โดยตนอยากใหเนนเฉพาะภารกิจหนาที่ใน
                       การเปนสถาบันวิชาการอยางเดียว เพื่อใหสถานะของสถาบันมีความชัดเจน เมื่อเปนสถาบันวิชาการ

                       ดานสิทธิมนุษยชน จึงตองมุงเนนภารกิจ 2 ดาน กลาวคือ 1. ในการผลิต เผยแพร และนําผลงานวิจัย
                       ไปใชประโยชน และเนนภารกิจดานการฝกอบรมที่เกี่ยวของกับสิทธิมนุษยชน โดยมีกลุมเปาหมาย 3
                       กลุม ไดแก (1) ขาราชการ เชน ทหาร ราชทัณฑ ฯลฯ (2) ภาคประชาสังคม โดยเฉพาะ NGOs (3)
                       มหาวิทยาลัย ซึ่งอยูในขายความรวมมือของ กสม. ทั้ง 12 แหง แมวา สถาบันการศึกษาจะมีองค

                       ความรูดานสิทธิมนุษยชนอยูแลว แตการจัดตั้งสถาบันจะชวยเติมเต็มองคความรูดานสิทธิมนุษยชนใน
                       เชิงปฏิบัติใหแกสถาบันการศึกษา อาทิ องคความรูที่เกี่ยวของกับการปฏิบัติงานดานสิทธิมนุษยชน
                       ระหวางประเทศซึ่งอาจเปนองคความรู หรือประสบการณที่ภาคสาธารณะของไทยยังไมมีความรู หรือ
                       เห็นภาพที่ชัดเจนมากนัก เปนตน

                   -  การจัดตั้งสถาบันและมีโครงการฝกอบรมตางๆ ใหแกบุคคลภายนอกจะชวยสรางรายไดใหแกสถาบัน
                       และ กสม. ดวย
                   -  ปจจุบันมีองคความรู แตอยูในลักษณะกระจัดกระจายยังไมไดถูกรวบรวมเอาไวใหอยูในฐานขอมูล
                       เดียวกัน (มีคนที่ทําวิจัย มีไอทีทําระบบ มีคนทําวารสาร มีคนทําจัดอบรม ซึ่งมันยังขาดอีกโหนดหนึ่ง)
   99   100   101   102   103   104   105   106   107   108   109