Page 81 - รายงานผลการประเมินสถานการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนของประเทศไทย ปี 2562
P. 81

คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ
            National Human Rights Commission of Thailand       80






              ปฐมภูมิจะช่วยให้ประชาชนในพื้นที่ห่างไกลสามารถเข้าถึงบริการสาธารณสุขที่ครอบคลุมทั้งการสร้างเสริมสุขภาพ
              การป้องกันโรค การรักษาพยาบาล และการฟื้นฟูสุขภาพ นอกจากนี้ หน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องได้มีความพยายามด�าเนินการ
              ให้ประชาชนบางกลุ่มที่มีอุปสรรคในการเข้าถึงบริการด้านสุขภาพได้รับบริการดังกล่าวทั้งพระสงฆ์ ผู้ต้องขัง แรงงาน
              ต่างด้าว 3 สัญชาติ และผู้ติดเชื้อเอชไอวี ส่วนกลุ่มผู้มีปัญหาสถานะและสิทธิ ยังอยู่ระหว่างการด�าเนินการแก้ไขปัญหา

                    ส�าหรับปัญหาสุขภาพที่ส�าคัญ รัฐได้มีความพยายามป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น และประสบ

              ความส�าเร็จในการลดอัตราวัยรุ่นตั้งครรภ์ได้ในระดับหนึ่ง รวมทั้งได้จัดให้มีบริการให้ค�าปรึกษาและให้ความช่วยเหลือ
              แก่วัยรุ่นตั้งครรภ์และแม่วัยรุ่น นอกจากนี้ ในปี 2562 พบว่ามีสถานการณ์สุขภาพที่ควรติดตามและเฝ้าระวัง คือ
              การที่มีผู้ป่วยจากโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์โดยเฉพาะในกลุ่มวัยรุ่นและเยาวชน และมีผู้เจ็บป่วยจากการใช้ผลิตภัณฑ์
              กัญชาที่ไม่ได้มาตรฐานหรือไม่ถูกต้องเพิ่มขึ้น ส่วนปัจจัยที่มีผลกระทบต่อสุขภาพยังคงเป็นปัญหาต่อเนื่องจากปีที่ผ่านมา

              คือ ปัญหาฝุ่นละออง PM 2.5 และสารเคมีป้องกันและก�าจัดศัตรูพืช ที่แม้ว่ารัฐจะมีนโยบายและมีการก�าหนดมาตรการ
              แก้ไขปัญหาเพื่อคุ้มครองสุขภาพของประชาชน แต่ยังอยู่ระหว่างการด�าเนินการให้เกิดผลเป็นรูปธรรมชัดเจน ทั้งนี้
              ในประเด็นเรื่องสิทธิด้านสุขภาพ กสม. มีข้อเสนอแนะดังนี้

                    1. รัฐควรเร่งพัฒนาระบบบริการปฐมภูมิเพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงบริการด้านสาธารณสุขและการแพทย์
              ได้โดยสะดวกและทั่วถึงยิ่งขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งประชาชนในพื้นที่ห่างไกล และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรเร่งรัดแก้ไข

              ปัญหาสถานะบุคคลของกลุ่มนักเรียนรหัส G และ P และกลุ่มคนดั้งเดิมที่ไม่มีสัญชาติไทยแต่มีชื่อในทะเบียนราษฎร
              เพื่อขจัดอุปสรรคในการเข้าถึงบริการสาธารณสุขของบุคคลสองกลุ่มนี้

                    2  รัฐควรใช้มาตรการเชิงป้องกันในการจัดการกับปัญหาการตั้งครรภ์ของวัยรุ่น การติดโรคทางเพศสัมพันธ์
              การท�าแท้งโดยไม่ปลอดภัย โดยการให้ความรู้และบริการสุขภาพทางเพศและอนามัยเจริญพันธุ์ ทั้งนี้ กระทรวงการ
              พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ควรเร่งด�าเนินการให้มีการจัดสวัสดิการแก่วัยรุ่นตั้งครรภ์และแม่วัยรุ่นตาม

              มติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 26 พฤศจิกายน 2562 โดยเร็ว
                    3. หน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรสร้างความรู้และความเข้าใจที่ถูกต้องแก่ประชาชนเกี่ยวกับการใช้กัญชาทาง

              การแพทย์ รวมถึงสร้างความตระหนักรู้ถึงอันตรายต่อสุขภาพหากใช้กัญชาที่ไม่ผ่านการผลิตที่มีคุณภาพ

                    4. ควรก�าชับให้หน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องปฏิบัติตามแผนปฏิบัติการขับเคลื่อนวาระแห่งชาติการแก้ไขปัญหา
              มลพิษด้านฝุ่นละอองอย่างจริงจังโดยเร่งด�าเนินมาตรการระยะสั้นที่มุ่งลดปริมาณฝุ่นละออง PM 2.5 เพื่อบรรเทาผลกระทบ
              ต่อสุขภาพของประชาชน ส่วนในระยะกลาง ควรใช้มาตรการต่าง ๆ ทั้งด้านบริหารและนิติบัญญัติเพื่อประกันว่า
              ค่ามาตรฐาน PM 2.5 จะเป็นไปตามค่าเป้าหมายขององค์การอนามัยโลก

                    5. คณะรัฐมนตรีควรพิจารณาข้อเสนอแนะเรื่องการแก้ไขปัญหาการใช้สารเคมีทางการเกษตรตามรายงานการ

              ตรวจสอบการละเมิดสิทธิมนุษยชนที่ 31/2562 ลงวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2562 ของ กสม. ดังกล่าวข้างต้น


                    3.3  สิทธิด้านการศึกษา

                    ภาพรวม


                         กติกา ICESCR ข้อ 13 ได้รับรองสิทธิของทุกคนให้ได้รับการศึกษา โดยการศึกษานั้นต้องมุ่งให้เกิดการ
                    พัฒนาบุคลิกภาพ ความส�านึกในศักดิ์ศรีของคน การเคารพสิทธิมนุษยชนและเสรีภาพขั้นพื้นฐาน ความสามารถ
                    มีส่วนร่วมในสังคม รัฐภาคีต้องด�าเนินการให้การศึกษาระดับประถมเป็นการศึกษาภาคบังคับและจัดให้ทุกคน
                    แบบให้เปล่า จัดการศึกษาระดับมัธยมซึ่งทุกคนสามารถเข้าถึงได้ และเปิดโอกาสให้ทุกคนสามารถได้รับการศึกษา
   76   77   78   79   80   81   82   83   84   85   86