Page 171 - รายงานผลการประเมินสถานการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนของประเทศไทย ปี 2562
P. 171

คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ
            National Human Rights Commission of Thailand      170






              ซับซ้อน และอยู่ในพื้นที่ 7 จังหวัดภาคใต้ตอนล่างจะอยู่ในความดูแลของจิตแพทย์เชี่ยวชาญ โรงพยาบาลจิตเวช
              สงขลาราชนครินทร์ ซึ่งในปี 2560 มีผู้ป่วยจ�านวน 750 คน เพิ่มขึ้นจากปี 2558 ที่มีจ�านวน 481 คน 382

                              ในกลุ่มประชากรเด็กในพื้นที่ โรงพยาบาลจิตเวชสงขลานครินทร์ได้จัดท�าโครงการเฝ้าระวังโรค
              พีทีเอสดี ซึ่งในปี 2560 มีเด็กประถมศึกษาจากโรงเรียนในพื้นที่ 26 แห่ง เข้าร่วมโครงการจ�านวน 4,178 คน พบว่า
              มีเด็กเสี่ยงเป็นโรคพีทีเอสดีจ�านวน 1,101 คน หรือร้อยละ 27 ของเด็กที่เข้าร่วมโครงการ จ�าแนกเป็นเด็กที่เข้าร่วม
              โครงการจากโรงเรียนในจังหวัดปัตตานีร้อยละ 39 รองลงมาคือจากโรงเรียนในจังหวัดสงขลา ยะลา นราธิวาส

              (ร้อยละ 31, 21, 18 ตามล�าดับ) ผู้ที่เป็นโรคพีทีเอสดี หากไม่ได้รับการรักษาจะมีโอกาสกลายเป็นผู้ป่วยจิตเวชในที่สุด
              และยังพบว่าผู้ป่วยกลุ่มนี้จะมีโรคร่วมด้วยอย่างน้อย 4 โรค ที่พบมากอันดับ 1 ได้แก่ อาการซึมเศร้า พบสูงถึง
              ร้อยละ 90 รองลงมาคือคิดฆ่าตัวตาย ร้อยละ 55 ใช้สารเสพติดร้อยละ 16 และดื่มสุราร้อยละ 7 383

                              ในปี 2562 รัฐบาลได้จัดให้มีการติดตามเฝ้าระวังเด็กที่มีความเสี่ยงต่อปัญหาสุขภาพจิต โดยใช้
              การประเมินภาวะสุขภาพจิตในเด็กที่ผ่านการเผชิญเหตุการณ์จ�านวน 542 คน ประกอบด้วยแบบสอบถามผลกระทบ

              จากเหตุการณ์ภัยพิบัติส�าหรับเด็ก และแบบประเมินภาวะซึมเศร้าในเด็ก ส่วนปัญหาและอุปสรรคที่พบในการด�าเนินงาน
              หน่วยงานด้านสุขภาพจิตในพื้นที่ ระบุว่าปัญหาและอุปสรรคในการป้องกันและแก้ปัญหาสุขภาพจิตของประชาชนในพื้นที่
              คือ การขาดการมีส่วนร่วมในการวิเคราะห์ปัญหาและการจัดท�าแผนแก้ไขปัญหา การขาดความต่อเนื่องในการติดตาม

              กลุ่มเสี่ยงในพื้นที่ และการเกิดเหตุการณ์ความไม่สงบในบางพื้นที่ส่งผลให้การเข้าถึงบริการยังไม่ครอบคลุมและทั่วถึง
              ทุกกลุ่มเป้าหมาย เป็นต้น 384

                      5.2.3 การดูแลสตรีและเด็กที่ได้รับผลกระทบในระยะยาว


                              เหตุการณ์รุนแรงในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ท�าให้สตรีหลายคนต้องสูญเสียสามีซึ่งเป็นเสาหลัก
              ของครอบครัว ซึ่งไม่เพียงสร้างความเจ็บปวดในจิตใจเท่านั้น แต่ยังต้องรับภาระหน้าที่ในการดูแลครอบครัวและประสบ

              ความยากล�าบากในการด�าเนินชีวิตหลังต้องสูญเสียสามีไป อย่างไรก็ดี มีรายงานว่ามีองค์กรภาคประชาสังคมร่วมกับบริษัท
              เอกชนได้ด�าเนินโครงการส่งเสริมการประกอบอาชีพให้แก่กลุ่มสตรีที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความไม่สงบจากการ
              สูญเสียบุคคลในครอบครัว เพื่อให้มีช่องทางในการพัฒนาคุณภาพชีวิตและดูแลครอบครัวของตนเองได้อย่างมั่นคง
              โดยการฝึกอบรมเพื่อเพิ่มทักษะอาชีพทั้งด้านการจัดการตลาด การท�าบัญชี การบริหารจัดการกลุ่ม รวมทั้งสนับสนุนอุปกรณ์
              และเครื่องมือส�าหรับประกอบอาชีพ นอกจากนี้ สตรีที่ได้รับการอบรมมีการถ่ายทอดและแลกเปลี่ยนความรู้ทั้งใน

              และนอกกลุ่มอาชีพ เกิดเป็นเครือข่ายเพื่อช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ท�าให้มีรายได้เพิ่มและมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น มีเงินออม
              สามารถสนับสนุนให้เด็ก ๆ ได้มีการศึกษาที่สูงขึ้น 385







                    382
                         จาก เด็กใต้เสี่ยงป่วย “จิตเวช” สูง!!, โดย ส�านักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ, 2560. สืบค้นจาก
              https://www.thaihealth.or.th/Content/38865-เด็กใต้เสี่ยงป่วย “จิตเวช” สูง%20!!.html
                    383
                         จาก ห่วงเด็กประถมชายแดนใต้เสี่ยงป่วยจิตเวช, โดย เดลินิวส์, 2560. สืบค้นจาก https://www.dailynews.co.th/
              politics/599817
                    384
                         จาก หนังสือศูนย์สุขภาพจิตที่ ๑๒ ที่ ๐๘๑๙/๓๐๕ ลงวันที่ ๒๖ พฤศจิกายน ๒๕๖๒. งานเดิม.
                    385
                         จาก เปิดใจสตรี ๓ จังหวัดชายแดนใต้ก้าวข้ามความสูญเสีย สู่อนาคตที่ยั่งยืน, โดย RYT9, 2562. สืบค้นจาก
              https://www.ryt9.com/s/nnd/3065173
   166   167   168   169   170   171   172   173   174   175   176