Page 136 - รายงานผลการประเมินสถานการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนของประเทศไทย ปี 2562
P. 136
135 รายงานผลการประเมินสถานการณ์
ด้านสิทธิมนุษยชนของประเทศไทย ปี ๒๕๖๒
ในช่วงปลายปี 2562 คณะกรรมการส่งเสริมความเท่าเทียมระหว่างเพศได้มีการประชุม
และได้มีการพิจารณาเกี่ยวกับการแก้ไขปัญหาที่ส่งผลให้เกิดการเลือกปฏิบัติระหว่างเพศใน 3 ประเด็นหลัก ได้แก่
1) การเลือกปฏิบัติและความไม่เป็นธรรมระหว่างเพศ 2) การเปลี่ยนหลักคิดหรือการยอมรับของสังคมระหว่างเพศ
และ 3) การแก้ปัญหาการใช้ความรุนแรงทางเพศ โดยที่ประชุมเห็นว่าควรเร่งด�าเนินการแก้ปัญหาการเลือกปฏิบัติ
ระหว่างเพศทั้งในหน่วยงานของภาครัฐและเอกชน โดยเริ่มจากหน่วยงานในภาครัฐก่อน 292 นอกจากนี้ คณะกรรมการฯ
เห็นว่า การสร้างทัศนคติของสังคมเป็นจุดเริ่มต้นที่ส�าคัญและได้ก�าหนดกลุ่มเป้าหมายในการด�าเนินงานสร้างความ
ตระหนัก 3 กลุ่มหลัก ได้แก่ 1) กลุ่มผู้มีอ�านาจตัดสินใจทั้งภาครัฐและเอกชน 2) กลุ่มเสี่ยงต่อการถูกเลือกปฏิบัติ
อาทิ ผู้หญิงและบุคคลข้ามเพศ ซึ่งต้องได้รับทราบถึงสิทธิและกลไกของรัฐในการคุ้มครองสิทธิ และ 3) กลุ่มผู้มี
ทัศนคติไม่ถูกต้อง ซึ่งควรปรับให้มีความเข้าใจผู้ถูกเลือกปฏิบัติหรือกีดกันด้วยเหตุแห่งเพศ โดยมีแนวทางด�าเนิน
การให้บรรลุเป้าหมาย อาทิ การแทรกเนื้อหาในหลักสูตรระดับผู้บริหารองค์กรและในสถาบันการศึกษา การจัดท�า
ฐานข้อมูลที่มีการจ�าแนกเพศเพื่อน�ามาใช้ในการตัดสินใจเชิงนโยบาย การปรับปรุงกฎระเบียบที่ขัดต่อการส่งเสริม
ความเท่าเทียมระหว่างเพศ การพิจารณาความเป็นไปได้ให้บุคลากรแต่งกายตามเพศวิถี การก�าหนดต�าแหน่งผู้บริหาร
ระดับกระทรวงเพื่อดูแลเรื่องความเท่าเทียมในองค์กร และการรณรงค์ประชาสัมพันธ์อย่างตรงกลุ่มเป้าหมาย 293
2) กรณีการเลือกปฏิบัติด้วยเหตุแห่งเพศ
ในปี 2562 มีรายงานเกี่ยวกับการเลือกปฏิบัติต่อบุคคลด้วยเหตุแห่งเพศ โดยเฉพาะ บทที่
กลุ่มบุคคลหลากหลายทางเพศหลายกรณี ในกรณีการแต่งกายไม่ตรงกับเพศก�าเนิด เช่น ครูผู้ช่วยของโรงเรียนแห่งหนึ่ง 4
ในจังหวัดบุรีรัมย์ซึ่งเป็นบุคคลข้ามเพศ ได้รับหนังสือตักเตือนจากโรงเรียนเรื่องการแต่งกายซึ่งไม่ตรงกับเพศก�าเนิด
และให้ลงนามรับทราบผลการประเมินผลการปฏิบัติงานซึ่งได้รับคะแนนต�่าทุกตัวชี้วัดยกเว้นเรื่องการสอน 294 และ
กรณีคณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งไม่อนุญาตให้นักศึกษาที่เป็นบุคคลหลากหลายทางเพศแต่งเครื่องแบบ
นักศึกษาและชุดรับปริญญาบัตรของมหาวิทยาลัยตามเพศสภาพ 295 เป็นต้น ในเรื่องการแต่งกายนี้ กสม. เคยมี
ข้อเสนอแนะไปยังสถานศึกษาและหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องขอให้พิจารณาแก้ไขกฎหรือระเบียบข้อบังคับเกี่ยวกับ
การแต่งกายในการเข้าเรียน สอบ ฝึกปฏิบัติงาน และการเข้ารับพระราชทานปริญญาบัตรให้สอดคล้องตาม
พระราชบัญญัติความเท่าเทียมระหว่างเพศ พ.ศ. 2558 โดยเห็นว่าการที่นิสิตนักศึกษาแต่งกายตามวิถีทางเพศ
ในลักษณะเรียบร้อยและถูกต้องตามกฎระเบียบข้อบังคับว่าด้วยการแต่งกายที่มหาวิทยาลัยได้ก�าหนดไว้ แม้ว่า สิทธิมนุษยชนของกลุ่มบุคคล
การแต่งกายนั้นจะไม่ตรงกับเพศก�าเนิดก็ตาม ไม่ได้กระทบต่อนิสิตนักศึกษาอื่น ๆ ที่เข้าเรียนและเข้าสอบวัดผล การประเมินสถานการณ์
และการที่มหาวิทยาลัยก�าหนดให้บัณฑิตต้องแต่งกายชุดครุยวิทยฐานะตามเพศก�าเนิดเท่านั้นมีลักษณะเป็นการ
292
จาก คณะกรรมการส่งเสริมความเท่าเทียมระหว่างเพศ ร่วมมือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแก้ปัญหาการเลือกปฏิบัติระหว่าง
เพศในหน่วยงานของภาครัฐและเอกชน เริ่มหน่วยงานในภาครัฐก่อน, โดย ส�านักโฆษก ส�านักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี, 2562.
สืบค้นจาก https://www.thaigov.go.th/news/contents/details/24565
293
จาก ‘จุรินทร์’ จ่อชง ครม. ดันแผนความเท่าเทียมระหว่างเพศ, โดย เดลินิวส์, 2562. สืบค้นจาก https://
www.dailynews.co.th/politics/746528?fbclid=IwAR0FKZJrFtLknCj1blD4Py_PxDty_UOewi_bVkEj-ACPJ10Ug_LNR2S8q7Y
294
จาก คำาร้อง ที่ ๕๕/๒๕๖๒ ลงวันที่ ๑๓ พฤศจิกายน ๒๕๖๒ เรื่อง สิทธิและเสรีภาพในชีวิตและร่างกาย กรณีกล่าวอ้างว่า
ถูกเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมเพราะเหตุความแตกต่างในเรื่องเพศ. โดย คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ
295
จาก ใครว่าเมืองไทยเป็นสวรรค์ LGBT? : ผลโหวต กมธ. ความหลากหลายทางเพศกับปัญหาทัศนคติต่อ LGBT,
โดย ประชาไท, 2562. สืบค้นจาก https://prachatai.com/journal/2019/08/84082

