Page 132 - รายงานผลการประเมินสถานการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนของประเทศไทย ปี 2562
P. 132
131 รายงานผลการประเมินสถานการณ์
ด้านสิทธิมนุษยชนของประเทศไทย ปี ๒๕๖๒
มุ่งหมายที่จะเอาผิดทางอาญาต่อบุคคลดังกล่าว แต่หากไม่สามารถท�าเช่นนั้นได้ การด�าเนินการก็ต้องท�าให้ครอบครัว
สูญเสียน้อยที่สุด โดยค�านึงถึงเด็กเป็นส�าคัญ กฎหมายก�าหนดให้มีการขอการคุ้มครองสวัสดิภาพหรือบรรเทาทุกข์
ชั่วคราวเมื่อจ�าเป็นเร่งด่วน ซึ่งจ�าเป็นต้องท�างานร่วมกับทีมสหวิชาชีพ นักสังคมสงเคราะห์ นักสาธารณสุข ผู้ใหญ่บ้าน
นักจิตวิทยา เข้าช่วยเหลือผู้ถูกกระท�ารุนแรงและป้องกันไม่ให้ถูกกระท�าซ�้าอีก แต่แม้ว่าจะมีกฎหมายดังกล่าว
ก็ยังไม่สามารถแก้ไขปัญหาการกระท�ารุนแรงในครอบครัวได้ ซึ่งเกิดจากสาเหตุหลายประการ เช่น ผู้หญิงที่
ถูกกระท�ารุนแรงมักไม่กล้าแจ้งความและเป็นฝ่ายยอมเพราะยังต้องพึ่งพาสามีด้านการเงิน หรือเพราะรักลูกจึงพยายาม
รักษาครอบครัวไว้ ในขณะที่เจ้าหน้าที่ต�ารวจบางคนอาจไม่รับแจ้งความเพราะมีความเข้าใจน้อยหรือมีแนวโน้มจะ
เกลี้ยกล่อมให้มีการพูดคุยกันก่อน ส่วนหนึ่งเป็นเพราะหลายครั้งเมื่อมีการแจ้งความแล้วคู่ขัดแย้งกลับคืนดีกันแล้ว
ขอให้ถอนการแจ้งความ ส่วนสาเหตุที่ท�าให้เกิดการกระท�ารุนแรงเกิดจากการดื่มสุราและทัศนคติของผู้กระท�ารุนแรง
ว่าตนมีอ�านาจเหนือกว่าและต้องการควบคุมอีกฝ่ายหนึ่งซึ่งมีอ�านาจน้อยกว่า 278
ในเดือนพฤษภาคม 2562 ได้มีการตราพระราชบัญญัติส่งเสริมการพัฒนาและคุ้มครองสถาบัน
ครอบครัว พ.ศ. 2562 เพื่อใช้แทนพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ถูกกระท�าด้วยความรุนแรงในครอบครัว พ.ศ. 2550 ซึ่งจะ
ถูกยกเลิกไปเมื่อกฎหมายฉบับใหม่มีผลใช้บังคับในวันที่ 20 สิงหาคม 2562 พระราชบัญญัติส่งเสริมการพัฒนา
และคุ้มครองสถาบันครอบครัว พ.ศ. 2562 มีสาระส�าคัญ คือ ยกเลิกความผิดอาญาฐานกระท�าความรุนแรง
ในครอบครัว ปรับปรุงมาตรการคุ้มครองสวัสดิภาพบุคคลในครอบครัว ก�าหนดให้มีกลไกในการส่งเสริม พัฒนาและ บทที่
คุ้มครองสถาบันครอบครัว ให้มีการช่วยเหลือและคุ้มครองผู้ที่ถูกกระท�ารุนแรง การให้มีการแก้ไขบ�าบัดฟื้นฟูผู้กระท�า 4
รุนแรง และการให้ศาลมีดุลพินิจลงโทษผู้กระท�ารุนแรงน้อยกว่าที่กฎหมายก�าหนดในกรณีที่ผู้กระท�านั้นเคยถูกกระท�า
รุนแรงหรือถูกกระท�าโดยมิชอบซ�้ากันอย่างต่อเนื่อง
อย่างไรก็ตาม องค์กรภาคประชาสังคมที่ท�างานด้านผู้หญิงได้แสดงข้อกังวลต่อกฎหมายดังกล่าวใน
บางประเด็น เช่น การที่กฎหมายเน้นส่งเสริมการไกล่เกลี่ยและรักษาสถาบันครอบครัวมากกว่าการคุ้มครองผู้ถูกกระท�า
รุนแรง ซึ่งอาจท�าให้ผู้ถูกกระท�ารุนแรงเสี่ยงต่อการถูกกระท�าซ�้า นอกจากนี้ การก�าหนดให้การด�าเนินการต่าง ๆ
ตามกฎหมายส่วนใหญ่ไปอยู่ที่ส�านักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด (พมจ.) ซึ่งมีบุคลากรไม่มาก
และที่ศูนย์พัฒนาครอบครัวในชุมชน ซึ่งเป็นศูนย์ที่จัดตั้งโดยองค์กรเอกชนและท�างานในลักษณะอาสาสมัคร อาจท�าให้
การด�าเนินงานตามกฎหมายไม่มีประสิทธิภาพ 279 ทั้งนี้ ในช่วงต้นเดือนสิงหาคม 2562 ก่อนหน้าที่กฎหมายส่งเสริม สิทธิมนุษยชนของกลุ่มบุคคล
การพัฒนาและคุ้มครองสถาบันครอบครัวจะมีผลบังคับใช้ มีผู้แสดงความกังวลเกี่ยวกับข้อจ�ากัดของศูนย์ส่งเสริมและ การประเมินสถานการณ์
คุ้มครองครอบครัวในระดับจังหวัด 77 จังหวัด โดยเฉพาะศักยภาพของบุคลากรและเจ้าหน้าที่ที่จะเป็นผู้ปฏิบัติงาน
เพราะบางแห่งเพิ่งผ่านการฝึกอบรมและเข้าท�างานได้ไม่นาน รวมทั้งศักยภาพของหัวหน้าศูนย์ฯ ซึ่งต้องมีการออกค�าสั่ง
ตามกฎหมาย 280 ซึ่งในเวลาต่อมา ได้มีการประกาศใช้พระราชก�าหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติส่งเสริม
การพัฒนาและคุ้มครองสถาบันครอบครัว พ.ศ. 2562 เพื่อขยายก�าหนดเวลาในการมีผลใช้บังคับของพระราชบัญญัติ
278
จาก เจาะปัญหาความรุนแรงในครอบครัว ผ่านวลีฮิต “พี่ดุนะ หนูไหวหรอ,” โดย เวิร์คพอยท์นิวส์, 2562. สืบค้นจาก
https://workpointnews.com/2019/05/20/domestic-violence-clip/
279
จาก ชำาแหละ พ.ร.บ. ส่งเสริมครอบครัวฯ เนื้อหาหลงทิศเน้นไกล่เกลี่ย วังวนมายาคติเก่า “ลิ้นกับฟัน,” โดย ส�านักข่าว
Hfocus, 2562. สืบค้นจาก https://www.hfocus.org/content/2019/09/17735
280
จาก ถอดบทเรียนคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ นับถอยหลัง พ.ร.บ. คุ้มครองครอบครัวฯ บังคับใช้ ๒๐ ส.ค.นี้,
โดยผู้จัดการออนไลน์, 2562. สืบค้นจาก https://mgronline.com/qol/detail/9620000074909

