Page 133 - รายงานผลการประเมินสถานการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนของประเทศไทย ปี 2562
P. 133

คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ
            National Human Rights Commission of Thailand      132






              ส่งเสริมการพัฒนาและคุ้มครองสถาบันครอบครัว พ.ศ. 2562 ซึ่งจะมีผลใช้บังคับในวันที่ 20 สิงหาคม 2562
              ออกไป 281  เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมด้านบุคลากรและรองรับการด�าเนินกระบวนการพิจารณาคดีตามหลักการใหม่
              ของพระราชบัญญัติดังกล่าวและกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้องให้เป็นไปอย่างสอดคล้องกัน 282

                              นอกจากนี้ เมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม 2562 ได้มีการประกาศใช้พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติม
              ประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ 27) พ.ศ. 2562 ซึ่งเป็นการปรับปรุงบทบัญญัติความผิดเกี่ยวกับเพศบางประการ

              เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการบังคับใช้กฎหมาย เช่น การเพิ่มโทษส�าหรับการกระท�าความผิดในลักษณะข่มขู่โดยท�าให้
              ผู้ถูกกระท�าเข้าใจว่าผู้กระท�ามีอาวุธปืนหรือวัตถุระเบิด และการบันทึกภาพ เสียง และเผยแพร่หรือส่งต่อภาพหรือ
              เสียงของการกระท�าช�าเราหรืออนาจาร รวมทั้งเพื่อให้ความคุ้มครองบุคคลซึ่งถูกกระท�าทางเพศกลุ่มต่าง ๆ มากยิ่งขึ้น
              เช่น เด็ก ผู้อยู่ภายใต้อ�านาจของผู้กระท�า และผู้ซึ่งไม่สามารถปกป้องตนเองได้ โดยการเพิ่มโทษส�าหรับการกระท�าต่อ

              ผู้ทุพพลภาพ ผู้มีจิตบกพร่อง คนป่วย คนชรา และสตรีมีครรภ์

                      4.4.2  การป้องกันการแสวงประโยชน์จากการค้าประเวณี


                              กรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์
              อยู่ระหว่างการศึกษาวิจัยเพื่อทบทวนกฎหมายการป้องกันและปราบปรามการค้าประเวณีโดยก�าหนดให้มีมาตรการ

              คุ้มครองสิทธิส�าหรับผู้ให้บริการทางเพศ เช่น การดูแลสุขภาพ การได้รับค่าตอบแทน สิทธิความเป็นอยู่ส่วนตัว การก�าหนด
              ระบบดูแลผู้ให้บริการทางเพศ เช่น ระบบลงทะเบียนแบบสมัครใจ และการจัดตั้งกองทุนคุ้มครองและพัฒนาอาชีพ 283

                              จากการรับฟังความเห็นซึ่งจัดโดยคณะผู้วิจัยต่อประเด็นดังกล่าวข้างต้น ประชาชนและภาค
              ประชาสังคมได้แสดงข้อห่วงใยที่ส�าคัญ เช่น 1) ระบบลงทะเบียนผู้ให้บริการทางเพศอาจเป็นการทิ้งร่องรอยเกี่ยวกับ
              ประวัติอาชีพของบุคคลว่าเคยเป็นผู้ให้บริการทางเพศ ซึ่งแม้จะมีการก�าหนดมาตรการเก็บรักษาความลับหรือลบประวัติ
              ข้อมูลส่วนบุคคลในกรณีที่ยุติไม่ประกอบอาชีพดังกล่าวแล้ว แต่อาจมีช่องว่างในทางปฏิบัติจนไม่สามารถด�าเนินการให้เป็น

              จริงได้เช่นเดียวกับการลบประวัติอาชญากรรมของเด็กซึ่งแม้จะมีกฎ ระเบียบ หรือข้อบังคับให้ต้องปฏิบัติแล้วก็ตาม แต่ยัง
              พบปัญหาในทางปฏิบัติซึ่งมีการเปิดเผยข้อมูลจนส่งผลให้เกิดการเลือกปฏิบัติในการจ้างงานขึ้น 2) ระบบการลงทะเบียน
              ผู้ให้บริการทางเพศแบบสมัครใจอาจท�าให้เกิดช่องว่างของการเข้าถึงสิทธิในกรณีที่ผู้ให้บริการทางเพศนั้นไม่ได้ลงทะเบียนไว้
              และ 3) การตรากฎหมายเพื่อคุ้มครองสิทธิเป็นการเฉพาะแก่บุคคลผู้ให้บริการทางเพศซึ่งแตกต่างจากมาตรการคุ้มครอง

              แรงงานด้านอื่น อาจเป็นการแบ่งแยกบุคคลซึ่งประกอบอาชีพผู้ให้บริการทางเพศออกจากแรงงานอื่น และก่อให้เกิด
              การตีตราจากสังคมมากขึ้น นอกจากนี้ ยังมีข้อกังวลว่าแนวคิดในการจัดท�าร่างกฎหมายใหม่นี้อาจไม่สามารถแก้ไขปัญหา










                    281
                         จาก พระราชกำาหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติส่งเสริมการพัฒนาและคุ้มครองสถาบันครอบครัว พ.ศ. ๒๕๖๒
              พ.ศ. ๒๕๖๒.
                    282
                         จาก ‘ครม.’ แจงเหตุผลเลื่อนพิจารณา พ.ร.ก. แก้ไข พ.ร.บ. เป็นวาระเร่งด่วน ยันมีเหตุจำาเป็น, โดย มติชนออนไลน์,  2562.
              สืบค้นจาก https://www.matichon.co.th/politics/news_1654584
                    283
                         จาก การสัมมนาประชุมรับฟังการเผยแพร่รายงานความก้าวหน้าขั้นกลาง (interim report) และรับฟังความเห็น
              “โครงการพัฒนากฎหมายเพื่อคุ้มครองสวัสดิภาพสตรีและครอบครัว : ทบทวนกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการค้าประเวณี”
              เมื่อวันที่ 12 มิถุนายน 2562 จัดโดย คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์.
   128   129   130   131   132   133   134   135   136   137   138