Page 129 - รายงานผลการประเมินสถานการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนของประเทศไทย ปี 2562
P. 129

คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ
            National Human Rights Commission of Thailand      128






                    บทประเมินสถานการณ์และข้อเสนอแนะ


                    แม้ว่าประเทศไทยจะมีกฎหมายส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการมาตั้งแต่ปี 2550 และเข้าเป็นภาคี

              อนุสัญญา CRPD ตั้งแต่ปี 2551 แต่ในภาพรวม คนพิการยังไม่สามารถเข้าถึงสิทธิได้จริงในหลายด้าน โดยเฉพาะ
              อย่างยิ่ง ในด้านการศึกษา การมีงานท�า และการเข้าถึงบริการขนส่งสาธารณะ เนื่องจากการขาดแคลนอุปกรณ์สิ่งอ�านวย
              ความสะดวกต่าง ๆ ที่จ�าเป็นต่อการเข้าถึงสิทธิและในการด�ารงชีวิตโดยเป็นส่วนหนึ่งของสังคมตามความมุ่งหมาย
              ของอนุสัญญา CRPD  อย่างไรก็ดี ในปี 2562 รัฐบาลได้มีการแสดงเจตนารมณ์ที่จะส่งเสริมสิทธิและพัฒนาคุณภาพชีวิต

              คนพิการในหลายโอกาส และมีการเปิดให้คนพิการและภาคเอกชนเข้ามามีส่วนร่วมในการด�าเนินงานของภาครัฐ ซึ่งนับเป็น
              นิมิตหมายที่ดีในการขับเคลื่อนการด�าเนินการตามกฎหมายและนโยบายด้านคนพิการให้มีความก้าวหน้าและเกิดผล
              เป็นรูปธรรม ทั้งนี้ กสม. มีข้อเสนอแนะเพิ่มเติมในบางประเด็น ดังนี้

                    1. รัฐบาลควรก�าหนดมาตรการที่เป็นรูปธรรมเพื่อขับเคลื่อนงานด้านสิทธิคนพิการใน 5 ประเด็นตามข้อเสนอ
              ของสมัชชาเครือข่ายคนพิการระดับชาติให้มีความก้าวหน้าเป็นรูปธรรม รวมถึงการยกระดับศูนย์บริการคนพิการ

              เพื่อให้คนพิการได้รับบริการที่ตอบสนองต่อความต้องการจ�าเป็นของคนพิการได้อย่างสะดวกและรวดเร็ว และการ
              สร้างเสริมเจตคติที่ดีของคนพิการต่อตนเอง ตลอดจนของครอบครัวและสังคมที่มีต่อคนพิการ ทั้งนี้ โดยให้คนพิการ
              มีส่วนร่วมในขั้นตอนต่าง ๆ ทั้งการก�าหนดแนวทาง/มาตรการ การด�าเนินงาน และการติดตามผล

                    2. รัฐบาลพึงแก้ไขปัญหาด้านการศึกษาของคนพิการอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานที่มีผลกระทบต่อ
              สิทธิด้านอื่น เช่น สิทธิในการมีงานท�า โดยรัฐควรพิจารณาจัดสรรงบประมาณรายหัวแก่เด็กพิการให้เหมาะสม พัฒนา
              ทักษะครูในการสอนนักเรียนพิการและสนับสนุนอุปกรณ์สิ่งอ�านวยความสะดวกด้านการศึกษาส�าหรับเด็กพิการ

              อย่างเพียงพอและทั่วถึง

                    3. รัฐบาลควรก�าหนดให้หน่วยงานของรัฐที่จัดบริการขนส่งสาธารณะทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด ต้องจัด
              อุปกรณ์สิ่งอ�านวยความสะดวกเพื่อให้คนพิการเข้าถึงได้ส�าหรับโครงการที่จะด�าเนินการในอนาคตทุกโครงการ โดยควร
              พิจารณามีมาตรการทางกฎหมายเพื่อใช้บังคับให้เกิดผล รวมทั้งควรส่งเสริมให้มีการปรับปรุงสิ่งอ�านวยความสะดวก
              ในระบบขนส่งที่มีอยู่เดิมเพื่อให้คนพิการเข้าถึงได้มากที่สุด


                    4.4  สิทธิสตรี

                    ภาพรวม


                         กติกา ICCPR และกติกา ICESCR ได้รับรองสิทธิของบุคคลที่จะได้รับสิทธิและเสรีภาพที่ก�าหนดในกติกา
                    อย่างเท่าเทียมโดยไม่มีการเลือกปฏิบัติด้วยเหตุต่าง ๆ รวมถึงด้วยเหตุแห่งเพศ นอกจากนี้ประเทศไทยได้เข้าเป็น
                    ภาคีอนุสัญญา CEDAW ที่ส่งเสริมความเสมอภาคระหว่างหญิงและชายเป็นการเฉพาะโดยมุ่งขจัดการเลือกปฏิบัติ

                    ต่อสตรีและส่งเสริมให้ผู้หญิงได้เข้าถึงสิทธิและได้รับการปฏิบัติอย่างเท่าเทียมในด้านต่าง ๆ เช่น ด้านการศึกษา
                    ด้านสุขภาพและการได้รับบริการสาธารณสุข การท�างาน การมีส่วนร่วมทางการเมือง เศรษฐกิจ และสังคม
                    ความเท่าเทียมในเรื่องครอบครัวและการแต่งงาน รวมถึงการได้รับความคุ้มครองโดยเท่าเทียมภายใต้กฎหมาย
                    รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 มาตรา 27 รับรองความเสมอภาคของบุคคล
                    ภายใต้กฎหมายและรับรองว่าชายและหญิงมีสิทธิเท่าเทียมกัน รวมทั้งห้ามการเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรม

                    ต่อบุคคลด้วยเหตุแห่งเพศ นอกจากนี้ ยังมีบทบัญญัติในส่วนอื่น ๆ ที่คุ้มครองสิทธิสตรี ได้แก่ มาตรา 48 ที่ก�าหนด
                    ให้มารดาในช่วงระหว่างก่อนและหลังการคลอดบุตรมีสิทธิได้รับความคุ้มครองและช่วยเหลือตามที่กฎหมาย
   124   125   126   127   128   129   130   131   132   133   134