Page 130 - รายงานผลการประเมินสถานการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนของประเทศไทย ปี 2562
P. 130

129                            รายงานผลการประเมินสถานการณ์
                                                                                       ด้านสิทธิมนุษยชนของประเทศไทย ปี ๒๕๖๒





              บัญญัติ และมาตรา 71 ที่ก�าหนดให้รัฐพึงให้ความช่วยเหลือเด็ก เยาวชน สตรี ผู้สูงอายุ คนพิการ ผู้ยากไร้ และ
              ผู้ด้อยโอกาสให้สามารถด�ารงชีวิตได้อย่างมีคุณภาพ และคุ้มครองป้องกันมิให้บุคคลดังกล่าวถูกใช้ความรุนแรง
              หรือปฏิบัติอย่างไม่เป็นธรรม รวมทั้งให้การบ�าบัด ฟื้นฟู และเยียวยาผู้ถูกกระท�าการดังกล่าว โดยในการจัดสรร
              งบประมาณ รัฐพึงค�านึงถึงความจ�าเป็นและความต้องการที่แตกต่างกันของเพศ วัย และสภาพของบุคคล ทั้งนี้

              เพื่อความเป็นธรรม

                    คณะกรรมการประจ�าอนุสัญญา CEDAW ได้มีข้อสังเกตต่อการปฏิบัติตามอนุสัญญาฯ ของประเทศไทย
              ตามรายงานฉบับที่ 6 และ 7 เมื่อเดือนกรกฎาคม 2560 ในประเด็นต่าง ๆ เช่น การประเมินผลกระทบของมาตรการ
              ต่อต้านการกระท�ารุนแรงต่อสตรีและเด็กหญิง รวมถึงการพิจารณาแนวทางแก้ไขปัญหาที่ต้นเหตุ การดูแลผู้หญิง
              ที่ถูกกระท�ารุนแรงในครอบครัวให้ได้รับความคุ้มครองและเข้าถึงความช่วยเหลือทั้งด้านกฎหมาย สุขภาพ และ

              การดูแลสภาพจิตใจที่เพียงพอ การป้องกันการแสวงประโยชน์จากการค้าประเวณีและมีมาตรการแก้ไขปัญหา
              การค้าประเวณีที่ต้นเหตุ การพิจารณาก�าหนดมาตรการเพื่อประกันว่าผู้หญิงจะสามารถมีส่วนร่วมทางการเมือง
              และกิจการสาธารณะได้อย่างเท่าเทียมกับผู้ชายในทุกระดับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในระดับนโยบาย ทั้งในองค์กร
              ด้านนิติบัญญัติ บริหาร ตุลาการ รวมถึงหน่วยงานต�ารวจ การเพิ่มโอกาสให้ผู้หญิงได้รับการจ้างงานในระบบมากขึ้น

              และขจัดการเลือกปฏิบัติต่อผู้หญิงในการจ้างงานและการได้รับความก้าวหน้าในอาชีพ และการช่วยเหลือผู้หญิง
              ในชนบทที่ยากจนโดยส่งเสริมการเข้าถึงโอกาสทางการศึกษา บริการด้านสุขภาพ และการจ้างงาน 274             บทที่

                    ในปี 2562 มีสถานการณ์ที่เกี่ยวข้องกับสิทธิสตรีและการส่งเสริมความเท่าเทียมทางเพศ การด�าเนินการ   4
              ของรัฐบาลและหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งปัญหาอุปสรรคในเรื่องดังกล่าว ดังนี้


                      4.4.1  การใช้ความรุนแรงต่อผู้หญิง

                              ข้อมูลจากศูนย์ช่วยเหลือสังคม 1300 กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์พบว่า

              ในปีงบประมาณ 2561 มีรายงานผู้หญิงถูกกระท�ารุนแรงใกล้เคียงกับปีงบประมาณก่อนหน้า กล่าวคือ
              ในปีงบประมาณ 2561 มีผู้หญิงถูกกระท�ารุนแรงรวม 1,046 ราย แบ่งเป็นกรณีการกระท�ารุนแรงในครอบครัว
              834 ราย และนอกครอบครัว 212 ราย ส่วนในปีงบประมาณ 2560 มีผู้หญิงถูกกระท�ารุนแรงรวม 1,056 ราย
              แบ่งเป็นผู้หญิง 841 ราย และเด็กหญิง 215 ราย รูปแบบการกระท�ารุนแรงส่วนใหญ่เป็นการท�าร้ายร่างกาย       การประเมินสถานการณ์ สิทธิมนุษยชนของกลุ่มบุคคล

              และการล่วงละเมิดทางเพศ 275  นอกจากศูนย์ช่วยเหลือสังคมแล้ว อีกหน่วยงานหนึ่งที่ให้ความช่วยเหลือเด็ก
              และผู้หญิงที่ถูกกระท�ารุนแรง คือ กระทรวงสาธารณสุข ซึ่งให้โรงพยาบาลในสังกัดจัดตั้งศูนย์ช่วยเหลือเด็กและ
              สตรีในภาวะวิกฤติจากความรุนแรงมาตั้งแต่ปี 2543 โดยใช้ชื่อว่า ‘ศูนย์พึ่งได้’ (One Stop Crisis Center: OSCC)
              ในปี 2561 กระทรวงสาธารณสุขมีศูนย์ดังกล่าวในโรงพยาบาลศูนย์ โรงพยาบาลทั่วไป และโรงพยาบาลชุมชน

              รวม 10,611 แห่งทั่วประเทศ และตั้งแต่ปี 2547 - 2561 มีผู้หญิงและเด็กที่ถูกกระท�ารุนแรงมารับบริการ






                    274
                         From Concluding observations on the combined sixth and seventh periodic reports of Thailand,
              by Committee on the Elimination of Discrimination against Women, 2017. Retrieved from https://www.fidh.org/
              IMG/pdf/cedaw_c_tha_co_6-7_25136_e-2.pdf
                    275
                         จาก สถิติสายด่วน ๑๓๐๐, กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์. สืบค้นจาก https://1300thailand.
              m-society.go.th/records. ทั้งนี้ สถิติในปีงบประมาณ 2562 มีข้อมูลผู้ถูกกระท�ารุนแรงทั้งในและนอกครอบครัวในภาพรวม
              แต่ยังไม่มีข้อมูลแยกเพศและอายุของผู้ถูกกระท�ารุนแรง.
   125   126   127   128   129   130   131   132   133   134   135