Page 123 - รายงานผลการประเมินสถานการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนของประเทศไทย ปี 2562
P. 123

คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ
            National Human Rights Commission of Thailand      122






              การประชุมคณะกรรมการส่งเสริมการจัดการศึกษาส�าหรับคนพิการ ได้เปิดเผยว่าในการจัดการศึกษาส�าหรับคนพิการ
              กระทรวงฯ จะให้ความส�าคัญกับการบูรณาการการท�างานกับทุกภาคส่วน ทั้งกระทรวงมหาดไทย กระทรวงการพัฒนา
              สังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กระทรวงสาธารณสุข และกระทรวงแรงงาน เพื่อให้การด�าเนินงานมีประสิทธิภาพ
              และเป็นไปในทิศทางเดียวกัน โดยเฉพาะการจ�าแนกข้อมูลด้านจ�านวนและประเภทความพิการของเด็กนักเรียนเพื่อให้

              ดูแลได้อย่างทั่วถึง รวมทั้งจะให้ความส�าคัญกับการปรับหลักสูตร อุปกรณ์ และสื่อการเรียนการสอนคนพิการให้ทันสมัย
              และเหมาะสมกับสถานการณ์ เชื่อมโยงกับข้อมูลครูที่มีความถนัดและเชี่ยวชาญในการจัดการเรียนการสอนส�าหรับ
              ความพิการเฉพาะด้าน รวมทั้งจะประสานความร่วมมือกับภาคเอกชนในการสนับสนุนการศึกษาและรับคนพิการ
              เข้าท�างาน ส่วนรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยได้กล่าวว่า ที่ผ่านมาองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นได้ร่วมมือกับ

              กระทรวงศึกษาธิการจัดการศึกษาให้ประชาชนในพื้นที่อยู่แล้ว และกระทรวงมหาดไทยยินดีให้ความร่วมมือในการจัด
              การศึกษาเพื่อให้คนพิการได้รับการศึกษาอย่างครอบคลุม มีงานท�า และช่วยเหลือตนเองได้  257

                      อนึ่ง เมื่อวันที่ 28 มกราคม 2562 ประเทศไทยได้เข้าเป็นภาคีสนธิสัญญามาร์ราเคช (Marrakesh Treaty)
              เพื่ออ�านวยความสะดวกในการเข้าถึงงานที่มีการโฆษณาแล้วส�าหรับคนตาบอด คนพิการทางการเห็น และคนพิการ
              ทางสื่อสิ่งพิมพ์ ซึ่งมีสาระส�าคัญคือ การให้องค์กรที่ได้รับอนุญาตสามารถน�างานลิขสิทธิ์ในรูปสื่อสิ่งพิมพ์ของประเทศไทย

              และของรัฐภาคีสนธิสัญญามาร์ราเคชกว่า 48 ประเทศมาท�าซ�้า ดัดแปลง และเผยแพร่ให้แก่คนพิการได้โดยไม่ถือเป็นการ
              ละเมิดลิขสิทธิ์ ถือเป็นการส่งเสริมให้คนพิการเข้าถึงข้อมูลความรู้ที่เป็นประโยชน์ และได้รับความเสมอภาคในการศึกษา
              และการเรียนรู้ที่มีคุณภาพ 258


                    3. สิ่งอำานวยความสะดวกสำาหรับคนพิการ

                      การสร้างสภาพแวดล้อมและบริการสาธารณะที่ทุกคนเข้าถึงและใช้ประโยชน์ได้เป็นหนึ่งในยุทธศาสตร์ของ

              แผนพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการแห่งชาติ ฉบับที่ 5 (พ.ศ. 2560 - 2564) โดยมีแนวทางด�าเนินงานคือ การสนับสนุน
              ให้หน่วยงานภาครัฐและเอกชนจัดสภาพแวดล้อมการเดินทางและบริการสาธารณะที่ทุกคนสามารถเข้าถึงได้ รวมทั้ง
              ออกกฎหมายว่าด้วยการสร้างสภาพแวดล้อมที่ทุกคนเข้าถึงและใช้ประโยชน์ได้ จัดท�ามาตรฐานสิ่งอ�านวยความสะดวก

              ของสภาพแวดล้อมและมาตรฐานการให้บริการ พัฒนาระบบคมนาคมขนส่งสาธารณะ และผลักดันการออกแบบ
              ที่ทุกคนใช้ประโยชน์ได้ (universal design) เป็นต้น

                      ที่ผ่านมา คนพิการได้ให้ความส�าคัญกับการเดินทางโดยรถไฟฟ้าและได้มีการใช้กระบวนการทางกฎหมาย
              เพื่อให้มีการติดตั้งลิฟต์ที่สถานีรถไฟฟ้าให้ครบทุกสถานีเพื่อให้คนพิการที่ใช้รถเข็นเข้าถึงบริการได้ ซึ่งศาลปกครองสูงสุด
              ได้มีค�าพิพากษาเมื่อปี 2558 ให้กรุงเทพมหานคร (กทม.) ผู้ถูกฟ้อง ติดตั้งลิฟต์ให้ครบทุกสถานีภายใน 1 ปี นับแต่
              วันที่ศาลมีค�าพิพากษา แต่ กทม. ไม่ได้ด�าเนินการให้เป็นไปตามค�าพิพากษาดังกล่าว ในปี 2561 จึงมีคนพิการยื่นฟ้องต่อ

              ศาลปกครองกลางให้ กทม. ชดใช้ค่าเสียหายแก่ผู้ฟ้องคดี ต่อมาเมื่อวันที่ 4 มีนาคม 2562 ศาลปกครองกลางได้พิจารณาว่า
              กทม. ประสบปัญหาอุปสรรคที่ท�าให้การด�าเนินงานล่าช้า และได้รายงานผลการด�าเนินงานพร้อมปัญหาอุปสรรค







                    257
                         จาก การประชุมการจัดการศึกษาสำาหรับคนพิการ, โดย ส�านักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี, 2562. สืบค้นจาก
              https://www.thaigov.go.th/news/contents/details/24941
                    258
                         จาก ไทยเข้าร่วมสนธิสัญญามาร์ราเคช เร่งเพิ่มโอกาสคนพิการทางสายตาเข้าถึงงานลิขสิทธิ์, โดย กรมทรัพย์สิน
              ทางปัญญา, 2562. สืบค้นจาก http://www.ipthailand.go.th/images/3534/PDF/PressRelease.pdf
   118   119   120   121   122   123   124   125   126   127   128