Page 118 - รายงานผลการประเมินสถานการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนของประเทศไทย ปี 2562
P. 118
117 รายงานผลการประเมินสถานการณ์
ด้านสิทธิมนุษยชนของประเทศไทย ปี ๒๕๖๒
พบว่า ผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไปมีคดีอาญาเรื่องฉ้อโกงทรัพย์สิน ลักทรัพย์ ปล้นทรัพย์เพิ่มขึ้นตามล�าดับ ภายในปี 2558
มีผู้เสียหาย จ�านวน 703 ราย กลุ่มเสี่ยงที่จะถูกละเมิดสิทธิมากที่สุด คือ ผู้สูงอายุที่อยู่คนเดียว ไม่มีลูกหลาน หรือ
ไม่มีครอบครัว มีอาการเจ็บป่วย ต้องการพึ่งพาผู้อื่น ช่วยเหลือตัวเองได้ไม่เต็มที่ 248
ส่วนสถิติข้อมูลจากศูนย์ช่วยเหลือสังคม สายด่วน 1300 พบว่า จากเดิมที่มีการแจ้งข้อมูลปัญหา
ผู้สูงอายุพลัดหลง สูญหาย และเร่ร่อนเป็นอันดับหนึ่ง ปัจจุบันพบปัญหาผู้สูงอายุขาดผู้ดูแล ซึ่งในระยะ 3 ปีที่ผ่านมา
เพิ่มขึ้นเป็น 10 เท่า รวมทั้งปัญหาลูกหลานไม่สามารถดูแลผู้สูงอายุได้ อีกทั้งสถานสงเคราะห์ของผู้สูงอายุมีจ�านวน
จ�ากัด 249
ในการคุ้มครองสิทธิของผู้สูงอายุ กรมกิจการผู้สูงอายุ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคง
ของมนุษย์ ได้มีมาตรการช่วยเหลือผู้สูงอายุซึ่งได้รับอันตรายจากการถูกทารุณกรรม หรือถูกแสวงหาประโยชน์
โดยมิชอบด้วยกฎหมาย หรือถูกทอดทิ้ง ทั้งการให้ค�าแนะน�าปรึกษา ด�าเนินการอื่นที่เกี่ยวข้องในทางการแก้ไขปัญหา
ครอบครัว และให้ความช่วยเหลือเป็นเงินตามประกาศกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เรื่อง
ก�าหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการคุ้มครอง การส่งเสริม และการสนับสนุน การจัดที่พักอาศัย อาหาร และ
เครื่องนุ่งห่มให้ผู้สูงอายุตามความจ�าเป็นอย่างทั่วถึง โดยในปีงบประมาณ 2561 ได้ให้ความช่วยเหลือรวม 16,548 ราย
รวมถึงมีการด�าเนินโครงการเฝ้าระวังภัยทางสังคมส�าหรับผู้สูงอายุโดยให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นร่วมด�าเนินการ
ส่วนในด้านการส่งเสริมสิทธิของผู้สูงอายุ กรมกิจการผู้สูงอายุมีการจัดกิจกรรมเพื่อให้สังคมตระหนักถึงคุณค่าของ บทที่
ผู้สูงอายุ เช่น การจัดให้ผู้สูงอายุถ่ายทอดความรู้ ภูมิปัญญา ประสบการณ์ และท�าประโยชน์แก่สังคม การส่งเสริม 4
ให้ผู้สูงอายุเข้าร่วมในกิจกรรมต่าง ๆ และการส่งเสริมสนับสนุนให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ศูนย์พัฒนาการ
จัดสวัสดิการสังคมผู้สูงอายุ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้สามารถขับเคลื่อนการด�าเนินงานอาสาสมัครดูแลผู้สูงอายุ
สามารถช่วยเหลือดูแลผู้สูงอายุได้ถูกต้องตามความจ�าเป็นและความต้องการของผู้สูงอายุ เป็นต้น 250
บทประเมินสถานการณ์และข้อเสนอแนะ
รัฐมีความตระหนักถึงนัยของการเข้าสู่สังคมสูงอายุของประเทศไทยและได้มีการด�าเนินการหลายด้าน
ทั้งในด้านการเตรียมรองรับผู้สูงอายุที่จะมีมากขึ้นในอนาคต ได้แก่ การจัดให้มีระบบการออมเพื่อวัยเกษียณแบบสมัครใจ
ส�าหรับกลุ่มที่ยังไม่มีระบบสวัสดิการทางการใด ๆ การปรับปรุงกฎหมายให้รองรับการท�างานของผู้สูงอายุ และการ
ศึกษาการขยายอายุเกษียณราชการ และในด้านการส่งเสริมและคุ้มครองประชากรสูงอายุในปัจจุบัน ทั้งการจ่าย การประเมินสถานการณ์ สิทธิมนุษยชนของกลุ่มบุคคล
เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ การส่งเสริมการมีงานท�า การจัดบริการสุขภาพ โดยเฉพาะอย่างยิ่งแก่ผู้สูงอายุที่อยู่ในภาวะพึ่งพิง
การช่วยเหลือผู้สูงอายุที่ถูกละเมิดสิทธิ อย่างไรก็ดี การด�าเนินงานในบางด้านยังมีข้อจ�ากัด เช่น การเตรียม
ความพร้อมของกลุ่มแรงงานนอกระบบซึ่งส่วนใหญ่ยังไม่อยู่ในระบบสวัสดิการใด การจัดบริการสุขภาพที่ยังไม่ตอบสนอง
ต่อการเจ็บป่วยของผู้สูงอายุอย่างทั่วถึง และการยังไม่มีมาตรการที่ชัดเจนในการป้องกันการท�าร้าย การทอดทิ้ง หรือ
การล่วงละเมิดผู้สูงอายุ ในการนี้ กสม. จึงมีข้อเสนอแนะในเรื่องสิทธิผู้สูงอายุ ดังนี้
248
จาก เจาะลึกผู้สูงวัยไทยถูกละเมิดสิทธิด้านจิตใจสูงสุด, โดย ส�านักงานกองทุนการสร้างเสริมสุขภาพ, 2562.
สืบค้นจาก https://www.thaihealth.or.th/Content/47433-เจาะลึกผู้สูงวัยไทยถูกละเมิดสิทธิด้านจิตใจสูงสุด.html
249
จาก พม. เร่งแก้ปัญหาความรุนแรงต่อผู้สูงอายุ, โดย ส�านักข่าว INN, 2562. สืบค้นจาก https://www.innnews.co.th/
social/news_295778/
250
จาก รายงานประจำาปีงบประมาณ ๒๕๖๑ ของกรมกิจการผู้สูงอายุ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคง
ของมนุษย์, โดย กรมกิจการผู้สูงอายุ, 2561. สืบค้นจาก http://www.dop.go.th/download/implementation/
th1556013419-1157_0.pdf

