Page 116 - รายงานผลการประเมินสถานการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนของประเทศไทย ปี 2562
P. 116
115 รายงานผลการประเมินสถานการณ์
ด้านสิทธิมนุษยชนของประเทศไทย ปี ๒๕๖๒
4.2.4 การเข้าถึงบริการด้านสุขภาพ
ข้อมูลจากผลการส�ารวจประชากรสูงอายุในประเทศไทย 2560 ของส�านักงานสถิติแห่งชาติ
ระบุว่าผู้สูงอายุส่วนใหญ่ (ร้อยละ 99) มีสวัสดิการรักษาพยาบาล ในจ�านวนนี้ส่วนใหญ่ (ร้อยละ 83.2) เป็นผู้ใช้สิทธิ
ตามหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า รองลงมาเป็นสิทธิสวัสดิการของข้าราชการและเจ้าหน้าที่ของรัฐ และสุดท้ายคือ
สิทธิการรักษาพยาบาลของกองทุนประกันสังคม/กองทุนเงินทดแทน 242
ในส่วนของระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติซึ่งครอบคลุมประชากรส่วนใหญ่ของประเทศ
ส�านักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติได้มีการจัดบริการด้านสุขภาพแก่ผู้สูงอายุหลายประการ เช่น การจัดคลินิก
ผู้สูงอายุในโรงพยาบาล การบริการด้านสุขภาพเฉพาะกลุ่มผู้สูงอายุ 5 รายการ ได้แก่ การตรวจคัดกรองมะเร็งล�าไส้ใหญ่
บริการทันตกรรม (ฟันเทียม) การผ่าตัดข้อเข่าเทียม การผ่าตัดต้อกระจก และบริการวัคซีน และการดูแลผู้สูงอายุ
ที่มีภาวะพึ่งพิง (long-term care) 243
ในการศึกษาปัญหาการเข้าถึงสิทธิด้านสุขภาพของผู้สูงอายุของ กสม. ระหว่างปี 2560 - 2561
จากรายงานส�ารวจ งานวิจัย แบบสอบถามที่ กสม. มีไปยังองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจ�านวนหนึ่ง รวมทั้งจากการลงพื้นที่
พบว่า ผู้สูงอายุที่ใช้สิทธิในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติประสบปัญหาบางประการ เช่น การรอเข้าพบแพทย์
เป็นเวลานาน และสถานพยาบาลในท้องถิ่นบางแห่งไม่มีแพทย์เฉพาะทางส�าหรับโรคที่พบในผู้สูงอายุ ซึ่งอาจ บทที่
สะท้อนปัญหาการขาดแคลนแพทย์เฉพาะทางในการดูแลผู้สูงอายุที่ป่วยด้วยโรคในกลุ่มโรคเฉพาะในผู้สูงอายุ และ 4
ปัญหาอัตราก�าลังของพยาบาลในการดูแลผู้ป่วยไม่เพียงพอกับจ�านวนผู้ป่วยในปัจจุบัน ส่งผลกระทบต่อมาตรฐาน
การรักษาพยาบาลและระยะเวลาในการรอรับบริการ นอกจากนี้ ยังพบปัญหาผู้สูงอายุที่มีฐานะยากจนไม่มีค่าใช้จ่าย
ส�าหรับการเดินทางไปโรงพยาบาล ส่วนผู้สูงอายุติดเตียงและผู้สูงอายุที่ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ประสบ
ความยากล�าบากในการเดินทางไปพบแพทย์ แต่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นไม่สามารถช่วยเหลือหรือสนับสนุน
ด้านยานพาหนะได้ เนื่องจากไม่มีอ�านาจหน้าที่ตามประกาศส�านักนายกรัฐมนตรี เรื่อง การก�าหนดหน่วยงาน
ผู้มีอ�านาจหน้าที่รับผิดชอบด�าเนินการเกี่ยวกับการคุ้มครอง การส่งเสริมและการสนับสนุนผู้สูงอายุในด้านต่าง ๆ
ตามพระราชบัญญัติผู้สูงอายุ พ.ศ. 2546 (ฉบับแก้ไข พ.ศ. 2553)
ในส่วนการจัดการดูแลผู้สูงอายุที่มีภาวะพึ่งพิง หรือผู้ป่วยติดบ้าน/ติดเตียง ซึ่งส�านักงาน สิทธิมนุษยชนของกลุ่มบุคคล
หลักประกันสุขภาพแห่งชาติด�าเนินการร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นโดยแต่ละฝ่ายจัดสรรงบประมาณสมทบ การประเมินสถานการณ์
การด�าเนินการนั้นมีข้อจ�ากัดด้านบุคลากรที่จะดูแลผู้สูงอายุทั้งในส่วนของผู้จัดการการดูแล (care manager)
เนื่องจากต้องใช้บุคลากรทางสาธารณสุขซึ่งมีภาระงานประจ�าอยู่แล้ว และผู้ดูแล (care giver) ซึ่งท�างานในลักษณะ
จิตอาสาโดยได้ค่าตอบแทนไม่มาก
242
จาก เผยผลสำารวจประชากรสูงอายุในประเทศไทย ๒๕๖๐, โดย ส�านักงานสถิติแห่งชาติ, 2560. สืบค้นจาก
http://www.nso.go.th/sites/2014/Pages/News/2561/N10-07-61.aspx
243
จาก การประชุมเพื่อรับทราบการดำาเนินงานในการส่งเสริมและคุ้มครองผู้สูงอายุจากหน่วยงานภาครัฐ เมื่อวันที่
9 เมษายน 2561 และวันที่ 18 พฤษภาคม 2561 จัดโดย ส�านักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ.

