Page 112 - รายงานผลการประเมินสถานการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนของประเทศไทย ปี 2562
P. 112
111 รายงานผลการประเมินสถานการณ์
ด้านสิทธิมนุษยชนของประเทศไทย ปี ๒๕๖๒
ผู้ดูแลผู้สูงอายุที่มีความรู้เหมาะสมเพียง 1 ใน 3 เป็นต้น กรมกิจการผู้สูงอายุได้น�าผลการประเมินดังกล่าวมาปรับปรุง
แผนผู้สูงอายุแห่งชาติ ฉบับที่ 2 เรียกว่า แผนผู้สูงอายุแห่งชาติ ฉบับที่ 2 (พ.ศ. 2545 - 2564) ฉบับปรับปรุง
ครั้งที่ 2 พ.ศ. 2561 229
ขณะนี้ กรมกิจการผู้สูงอายุร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอยู่ระหว่างจัดท�าแผนปฏิบัติการ ปี 2563 -
2566 เพื่อขับเคลื่อนการด�าเนินงานตามแผนผู้สูงอายุแห่งชาติฯ ฉบับปรับปรุง ครั้งที่ 2 พ.ศ. 2561 ให้ครอบคลุมประเด็น
ที่ยังไม่บรรลุเป้าประสงค์ตามผลการประเมินระยะที่ 3 และอยู่ระหว่างเตรียมจัดท�าแผนผู้สูงอายูแห่งชาติ ฉบับที่ 3
4.2.2 หลักประกันรายได้
พระราชบัญญัติผู้สูงอายุแห่งชาติ พ.ศ. 2546 มาตรา 11 (11) ก�าหนดให้ผู้สูงอายุได้รับการ
สงเคราะห์เบี้ยยังชีพตามความจ�าเป็นอย่างทั่วถึงและเป็นธรรม การจ่ายเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุเป็นไปตามระเบียบ
คณะกรรมการผู้สูงอายุแห่งชาติว่าด้วยหลักเกณฑ์การจ่ายเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ พ.ศ. 2552 ซึ่งก�าหนดคุณสมบัติของ
ผู้มีสิทธิจะได้รับเงินเบี้ยยังชีพว่า ต้องมีสัญชาติไทย มีอายุ 60 ปีขึ้นไป และไม่เป็นผู้ได้รับสวัสดิการหรือสิทธิประโยชน์อื่น
จากหน่วยงานของรัฐ รัฐวิสาหกิจ หรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้สูงอายุจะได้รับเบี้ยยังชีพเป็นรายเดือนต่อเนื่อง
ตลอดชีวิตตามอัตราปัจจุบันแบบขั้นบันไดที่เพิ่มขึ้นตามช่วงอายุ (อายุ 60 - 69 ปี ได้รับ 600 บาท/เดือน อายุ
70 - 79 ปี ได้รับ 700 บาท/เดือน อายุ 80 - 89 ปี ได้รับ 800 บาท/เดือน อายุ 90 ปีขึ้นไป ได้รับ 1,000 บาท/เดือน) บทที่
ทั้งนี้ ในปี 2562 คณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2562 เห็นชอบให้ช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยผ่าน 4
บัตรสวัสดิการแห่งรัฐเพิ่มเติมในช่วงเดือนสิงหาคม - กันยายน 2562 ซึ่งรวมถึงการจ่ายเงินช่วยเหลือผู้สูงอายุจ�านวน
500 บาท/คน/เดือน 230 นอกจากนี้ กรมบัญชีกลางอยู่ระหว่างด�าเนินการปรับวิธีการจ่ายเงินเบี้ยยังชีพเพื่อให้
ผู้สูงอายุได้รับเงินรวดเร็วและสะดวกมากขึ้น โดยร่วมมือกับกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นจัดท�าฐานข้อมูลผู้มีสิทธิ
รับเบื้ยยังชีพเพื่อโอนเงินเข้าบัญชีเงินฝากของผู้มีสิทธิโดยตรงทุกวันที่ 10 ของเดือน หากเดือนใดวันที่ 10 ตรงกับ
วันหยุดราชการ จะจ่ายในวันท�าการก่อนวันหยุดนั้น ๆ โดยคาดว่าจะสามารถด�าเนินการได้ครบทั่วประเทศภายใน
เดือนมกราคม 2563 231
นอกเหนือจากการจ่ายเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ รัฐยังได้จัดให้มีระบบบ�านาญแบบสมัครใจส�าหรับ
ประชาชนที่ไม่อยู่ในระบบสวัสดิการทางการใด โดยได้จัดตั้งกองทุนการออมแห่งชาติส�าหรับประชาชนกลุ่มดังกล่าว
เพื่อออมเงินไว้ใช้หลังเกษียณโดยรัฐบาลส่งเงินสมทบกองทุนฯ ได้เริ่มด�าเนินการเมื่อปี 2558 ปัจจุบันมีสมาชิก การประเมินสถานการณ์ สิทธิมนุษยชนของกลุ่มบุคคล
2.7 ล้านคน 232 อย่างไรก็ดี พระราชบัญญัติกองทุนการออมแห่งชาติ พ.ศ. 2554 มาตรา 30 ได้ก�าหนดเงื่อนไข
ผู้มีสิทธิสมัครเป็นสมาชิกของกองทุนว่าต้องมีอายุไม่ต�่ากว่า 15 ปีและไม่เกิน 60 ปี ท�าให้ผู้สูงอายุไม่สามารถ
เข้าเป็นสมาชิกของกองทุนนี้ได้
229
จาก แผนผู้สูงอายุแห่งชาติ ฉบับที่ ๒ (พ.ศ. ๒๕๔๕ - ๒๕๖๔) ฉบับปรับปรุง ครั้งที่ ๒ พ.ศ. ๒๕๖๑, โดย
กรมกิจการผู้สูงอายุ, 2562. สืบค้นจาก http://www.dop.go.th/download/laws/th1573721522-816_0.pdf
230
จาก รัฐบาลแจงไม่ปรับเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ คงจ่ายอัตราเดิมแบบขั้นบันได, โดย เวิร์คพอยท์นิวส์, 2562. สืบค้นจาก
https://workpointnews.com/2019/08/22/081315/
231
จาก กรมบัญชีกลาง พร้อมจ่ายตรงเบี้ยผู้สูงอายุ - เบี้ยผู้พิการให้พร้อมกันทั่วประเทศตั้งแต่ ม.ค. ๖๓, โดย ข่าวออนไลน์
RYT9, 2562. สืบค้นจาก https://www.ryt9.com/s/iq03/3054420
232
ดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่ บทที่ 3.3 สิทธิที่เกี่ยวกับการท�างานและความคุ้มครองทางสังคม เรื่องการมีมาตรฐาน
การครองชีพที่เพียงพอ

