Page 111 - รายงานผลการประเมินสถานการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนของประเทศไทย ปี 2562
P. 111

คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ
            National Human Rights Commission of Thailand      110






                    รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 ได้รับรองสิทธิผู้สูงอายุไว้ในมาตรา 27 วรรคสาม
              และวรรคสี่ ว่าด้วยการห้ามเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมต่อบุคคลด้วยเหตุแห่งความแตกต่างด้านต่าง ๆ รวมถึงเรื่องอายุ
              และมาตรา 48 วรรคสอง บัญญัติว่าบุคคลที่อายุเกินหกสิบปีและไม่มีรายได้เพียงพอแก่การยังชีพ และบุคคลยากไร้
              ย่อมมีสิทธิได้รับความช่วยเหลือที่เหมาะสมจากรัฐตามที่กฎหมายบัญญัติ นอกจากนี้ มาตรา 71 วรรคสาม บัญญัติว่า

              รัฐพึงให้ความช่วยเหลือเด็ก เยาวชน สตรี ผู้สูงอายุ คนพิการ ผู้ยากไร้ และผู้ด้อยโอกาสให้สามารถด�ารงชีพได้อย่างมี
              คุณภาพ และคุ้มครองป้องกันมิให้บุคคลดังกล่าวถูกใช้ความรุนแรงหรือปฏิบัติอย่างไม่เป็นธรรม รวมทั้งให้การบ�าบัด
              ฟื้นฟู เยียวยาผู้ถูกกระท�าการดังกล่าว

                    ในรายงานผลการประเมินสถานการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนของประเทศไทย ปี 2561 กสม. ได้มีข้อเสนอแนะ
              ให้มีการรณรงค์ให้ประชาชนเห็นความส�าคัญของการออมก่อนเข้าสู่วัยสูงอายุ การปรับปรุงกฎหมายคุ้มครองแรงงาน

              ให้รองรับการท�างานของผู้สูงอายุ และการส่งเสริมให้ผู้สูงอายุได้รับสิทธิตามพระราชบัญญัติผู้สูงอายุ พ.ศ. 2546 เช่น
              การบริการสาธารณสุข การฝึก/ประกอบอาชีพ การได้รับความคุ้มครองจากการกระท�าทารุณกรรม ฯลฯ อย่างทั่วถึง

                    ในปี 2562 มีสถานการณ์ที่เกี่ยวข้องกับผู้สูงอายุ การด�าเนินการของรัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมทั้ง
              มีปัญหาและอุปสรรคในการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิในเรื่องดังกล่าว ดังนี้


                      4.2.1  การดำาเนินการตามแผนผู้สูงอายุแห่งชาติฉบับที่ 2 (พ.ศ. 2545 - 2564)

                              ข้อมูลจากการส�ารวจประชากรสูงอายุของส�านักงานสถิติแห่งชาติครั้งล่าสุดเมื่อปี 2560 พบว่า

              ประเทศไทยมีประชากรสูงอายุ 11.3 ล้านคน หรือร้อยละ 16.7 ของจ�านวนประชากรทั้งหมดประมาณ 67.6 ล้านคน
              และคาดการณ์ว่าประเทศไทยจะเข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างสมบูรณ์หรือมีจ�านวนผู้สูงอายุถึงร้อยละ 20 ของประชากรทั้งหมด
              ในปี 2564 228  ในการเตรียมการรองรับสังคมผู้สูงวัย รัฐบาลและกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์
              ได้จัดท�าแผนผู้สูงอายุแห่งชาติ ฉบับที่ 2 (พ.ศ. 2545 - 2564) แบ่งเป็น 5 ยุทธศาสตร์ ประกอบด้วย 1) การเตรียม

              ความพร้อมของประชากรวัยสูงอายุ 2) การส่งเสริมและพัฒนาผู้สูงอายุ 3) ระบบคุ้มครองทางสังคมส�าหรับผู้สูงอายุ
              4) การบริหารจัดการเพื่อการพัฒนางานด้านผู้สูงอายุอย่างบูรณาการ และ 5) การประมวลผล พัฒนา เผยแพร่ความรู้
              การติดตามประเมินผล

                              เมื่อปี 2560 กรมกิจการผู้สูงอายุ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ได้ท�าการ
              ติดตามและประเมินผลการปฏิบัติตามแผนผู้สูงอายุฯ ระยะที่ 3 (พ.ศ. 2555 - 2559) เพื่อน�าผลการประเมินที่ได้มา

              ปรับปรุงการด�าเนินการตามแผนฯ ในระยะต่อไป พบว่า มีประเด็นที่การด�าเนินการยังไม่เป็นไปตามเป้าหมายที่ก�าหนด เช่น
              ในด้านการเตรียมความพร้อมเข้าสู่วัยสูงอายุ มีประชากรวัยท�างานเพียง 1 ใน 3 ที่มีการประกันยามชราภาพอย่างเป็น
              ทางการและมีความรู้เรื่องกระบวนการชราและการเตรียมการเพื่อวัยสูงอายุ ในด้านการส่งเสริมและพัฒนาผู้สูงอายุพบว่า
              มีผู้สูงอายุเพียงประมาณ 1 ใน 4 ที่มีพฤติกรรมด้านสุขภาพที่พึงประสงค์ และผู้สูงอายุส่วนใหญ่อาศัยอยู่ในบ้านหรือ

              สภาพแวดล้อมที่ไม่เหมาะสม ส่วนในด้านระบบคุ้มครองทางสังคมพบว่า สถานที่ให้บริการสาธารณะยังขาดแคลน
              สิ่งอ�านวยความสะดวกส�าหรับผู้สูงอายุ มีผู้สูงอายุทุพพลภาพที่ได้รับบริการจากชุมชนเพียงประมาณ 1 ใน 4 และมี









                    228
                         จาก แถลงข่าว “สถิติบอกอะไร ผู้สูงวัยปัจจุบันและอนาคต”, โดย นางกุลพรภัสร์ จิระประไพ และนายธนนท์ นวมเพชร,
              2562. สืบค้นจาก http://www.nso.go.th/sites/2014/Pages/Press_Release/2561/N10-04-61-1.aspx
   106   107   108   109   110   111   112   113   114   115   116