Page 177 - รายงานฉบับสมบูรณ์ (ฉบับย่อ) โครงการแนวทางในการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิของแรงงานข้ามชาติในประเทศไทย : กรณีแรงงานข้ามชาติในอุตสาหกรรมสัตว์ปีก
P. 177
9. สรุปผลการศึกษา
ที่มา ความสำคัญของปัญหา และเหตุการณ์สำคัญที่เกิดขึ้น
การศึกษานี้มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อการจัดทำข้อเสนอแนะเชิงนโยบายและข้อเสนอเพื่อการปรับแก้
กฎหมายรวมถึงมาตรการต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อยกระดับการปกป้องสิทธิมนุษยชนของแรงงานข้ามชาติใน
อุตสาหกรรมสัตว์ปีก เนื่องจากที่ผ่านมาอุตสาหกรรมสัตว์ปีกเป็นอุตสาหกรรมที่เคยถูกกล่าวหา—โดยเฉพาะ
อย่างยิ่งจากต่างประเทศ—ว่ามีการละเมิดสิทธิมนุษยชนของแรงงานในหลายรูปแบบที่ผิดต่อกฎหมายของไทย
และ/หรือ หลักการสิทธิมนุษยชนสากลที่ไทยได้เคยรับรองหรือให้สัตยาบันไว้ ซึ่งถ้าปล่อยไว้จนเป็นปัญหาของ
อุตสาหกรรม ก็อาจจะทำให้บางประเทศคู่ค้าหันมาใช้มาตรการทางการค้าระหว่างประเทศ ซึ่งจะส่งผลเสียหาย
ต่ออุตสาหกรรมและประเทศในระยะยาว
ทั้งนี้ อุตสาหกรรมสัตว์ปีกเป็นอุตสาหกรรมที่สำคัญของไทยที่สร้างรายได้จากการส่งออกในปี 2560
สูงถึงกว่า 105,637 ล้านบาท เป็นเกือบร้อยละ 20 ของมูลค่าการส่งออกอาหารของไทย เป็นอุตสาหกรรมปศุ
สัตว์ที่ใหญ่ที่สุดของประเทศ (GDP อุตสาหกรรมสัตว์ปีกคิดเป็นประมาณ ร้อยละ 40 ของ GDP ภาคปศุสัตว์
หรือประมาณร้อยละ 5.4 ของ GDP ภาคเกษตรของไทย) ซึ่งฝ่ายต่างๆ ที่เกี่ยวข้องควรต้องเฝ้าระวังไม่ให้มี
ปัญหาการละเมิดสิทธิมนุษยชนในอุตสาหกรรม ซึ่งน่าจะเป็นสิ่งที่สามารถหลีกเลี่ยงไม่ให้เกิดขึ้นได้
ในเดือน พ.ย. 2558 องค์กร Swedwatch ภายใต้ความร่วมมือกับ Finnwatch ได้ออกรายงานชื่อ
“Trapped in the Kitchen of the World: The situation of migrant workers in Thailand's poultry
industry.” ซึ่งมีการกล่าวอ้างว่าอุตสาหกรรมสัตว์ปีกของไทยมีการละเมิดสิทธิมนุษยชนของแรงงานข้ามชาติ
ในหลายรูปแบบ เช่น การใช้แรงงานบังคับ/แรงงานขัดหนี้ การจำกัดเสรีภาพในการเดินทางของแรงงาน การ
ยึดเอกสารส่วนบุคคลของแรงงาน การจ่ายค่าตอบแทนอย่างไม่ถูกต้องตามกฎหมาย การเลือกปฏิบัติในที่
ทำงาน โดยเป็นการรายงานผลการสัมภาษณ์แรงงานข้ามชาติในอุตสาหกรรมจำนวน 98 คนจาก 6 โรงงาน
ของ 4 บริษัทใหญ่ และมีการเสนอให้รัฐบาลสวีเดนควบคุมการนำเข้าสินค้าสัตว์ปีกจากไทย
แม้ว่าในรายงานจะมีการระบุคำชี้แจงของกลุ่มบริษัทผู้ผลิตของไทยไว้ในภาคผนวก แต่ผลการศึกษาใน
รายงานขั้นต้นได้ถูกเผยแพร่ไปยังสื่อต่างๆ ทั้งในและนอกประเทศสวีเดน รวมถึงได้มีการเผยแพร่ผ่านสื่อของ
องค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศ จนทำให้เกิดภาพลักษณ์ที่เสียหายต่ออุตสาหกรรมและประเทศไทย และ
เกิดกระแสต่อต้านสินค้าสัตว์ปีกจากไทยในสวีเดน
ในช่วงเวลาที่ใกล้เคียงกัน (คือเดือนตุลาคม 2558) ได้เกิดเหตุการณ์ประท้วงโดยแรงงานชาวเมียน
มากว่า 400 คนของบริษัทแหลมทองโพลทริ จำกัด ที่ อ.สูงเนิน จ.นครราชสีมา โดยมีข้อเรียกร้องเกี่ยวกับการ
ทำบัตรประกันสังคม การจ่ายเงินในวันหยุดโรงงานที่ไม่เกี่ยวกับพนักงาน การยกเลิกการห้ามทาแป้งทานาคา
การขอให้มีการเตือนผ่านเอกสารก่อนการหักค่าจ้างจากการกระทำความผิด การขอผ่อนปรนการกำหนด
ระยะเวลาในการเข้าห้องน้ำ การขอความช่วยเหลือต่ออายุหนังสือเดินทาง การขอล่ามในการไปโรงพยาบาล
ร่างรายงานขั้นสุดท้าย สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย หน้าที่ 159 | 180

