Page 78 - รายงานผลการปฏิบัติงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2561
P. 78

73





                                   ประมวลระเบียบการตำารวจไม่เกี่ยวกับคดี ลักษณะที่ ๓๒ การพิมพ์ลายนิ้วมือ (ฉบับที่ ๓)
                                   พ.ศ. ๒๕๕๗ โดยเฉพาะข้อ ๔.๓ เพื่อกำาหนดเกี่ยวกับการคัดแยกประวัติการกระทำาผิด

                                   ของเด็กและเยาวชนและบัญชีทะเบียนประวัติของเด็กและเยาวชนไว้ในหมวดใดหมวดหนึ่ง
                                   โดยเฉพาะ แยกจากกรณีการกระทำาความผิดของบุคคลทั่วไป                               รายงานผลการปฏิบัติงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ
                                   ส�านักงานต�ารวจแห่งชาติ ควรกำาชับหน่วยงานในสังกัดในเรื่องการพิจารณาอนุญาตให้

                                   เปิดเผยประวัติอาชญากรรมของเด็กและเยาวชนนั้น จะต้องปฏิบัติตามพระราชบัญญัติ         ประจำาปีงบประมาณ ๒๕๖๑
                                   ศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว พ.ศ. ๒๕๕๓ และ
                                   ระเบียบที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัด โดยคำานึงถึงสิทธิเด็กและผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับเด็ก

                                   และเยาวชนเป็นสำาคัญ


                การด�าเนินการของ   ส�านักงานต�ารวจแห่งชาติ ได้ออกระเบียบว่าด้วยประมวลระเบียบการตำารวจไม่เกี่ยวกับ
               หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง  คดีลักษณะที่ ๓๒ การพิมพ์ลายนิ้วมือ (ฉบับที่ ๔) โดยระบุห้ามมิให้เปิดเผยข้อมูลประวัติ
                                   อาชญากรที่คัดแยกออกจากสารบบไปแล้วตามที่มีกฎหมายกำาหนดไว้เป็นการเฉพาะ เช่น

                                   กฎหมายว่าด้วยศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว
                                   กฎหมายว่าด้วยการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด เป็นต้น



                           ๑๐.     กรณีปัญหาการปฏิบัติต่อผู้ต้องขังที่มีการอายัด
                                   ความเป็นมา : กลุ่มผู้ร้องที่เป็นผู้ต้องขังของเรือนจำาที่มีความประสงค์ขอให้เร่งรัดการ
                          เรื่อง
                                   สอบสวนและรวบรวมพยานหลักฐานของพนักงานสอบสวนในคดีที่ตกเป็นผู้ต้องหา
                                   ตามหมายจับของศาล เนื่องจากส่งผลให้ผู้ต้องขังที่มีคดีอายัดไม่ได้รับสิทธิหรือประโยชน์
                                                                                                                   2
                                   ต่าง ๆ เพราะเป็นผู้ที่ขาดคุณสมบัติตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขในพระราชบัญญัติราชทัณฑ์   บทที่
                                   พุทธศักราช ๒๔๗๙ (ปัจจุบันคือพระราชบัญญัติราชทัณฑ์ พ.ศ. ๒๕๖๐) โดยเฉพาะการ

                                   ลดวันต้องโทษและการได้รับพระราชทานอภัยโทษในโอกาสสำาคัญ ซึ่งคณะกรรมการ
                                   สิทธิมนุษยชนแห่งชาติเห็นว่าเรื่องร้องเรียนกรณีดังกล่าวเป็นประเด็นที่เกี่ยวข้องกับสิทธิ
                                   ของบุคคลที่เป็นผู้ต้องหาในคดีอาญาในอันที่จะได้รับการสอบสวนอย่างถูกต้อง รวดเร็ว และ
                                   เป็นธรรม และเกี่ยวข้องกับการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าพนักงานที่เกี่ยวข้องในกระบวนการ

                                   ยุติธรรมตามที่กำาหนดไว้ในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา จึงให้มีการพิจารณา
                                   ศึกษา รวบรวมข้อเท็จจริง วิเคราะห์ และเสนอแนะมาตรการหรือแนวทางในการส่งเสริม
                                   และคุ้มครองสิทธิมนุษยชน รวมตลอดทั้งการแก้ไขปรับปรุงกฎหมาย กฎ ระเบียบ หรือ
                                   คำาสั่งใด ๆ เพื่อให้สอดคล้องกับหลักสิทธิมนุษยชน                                    ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 256๐ มาตรา 2๔๗



                     มาตรการ/      ๑. กรมราชทัณฑ์และส�านักงานต�ารวจแห่งชาติ ควรร่วมกันพิจารณากำาหนดแนวทางการ        ผลการด�าเนินงานของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ
                 แนวทางการแก้ไข    แก้ไขปัญหาความล่าช้าในการสอบสวนคดีของผู้ต้องขังที่มีคดีอายัด โดยในคดีที่ผู้ต้องหา
                                   ได้หลบหนีในชั้นการสอบสวน หากต่อมาปรากฏว่า ผู้ต้องหารายนั้นได้กระทำาความผิด

                                   ในอีกคดีหนึ่งและหรือในท้องที่อื่น และศาลมีหมายให้ขังผู้ต้องหารายนั้นไว้ระหว่างการ
                                   สอบสวน ให้เรือนจำาหรือทัณฑสถานที่คุมขังผู้ต้องหารายนั้น เร่งตรวจสอบข้อมูลทางคดี
                                   แล้วแจ้งไปยังพนักงานสอบสวนท้องที่ที่ผู้ต้องหารายนั้นหลบหนีเพื่อทราบ โดยหลังจากที่
   73   74   75   76   77   78   79   80   81   82   83