Page 76 - รายงานผลการปฏิบัติงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2561
P. 76
71
ไม่ควรดำาเนินการอะไรที่ทำาให้เกิดความสับสนวุ่นวายอีก ยกเว้นรายใดที่มีเหตุผลจำาเป็น
กรณีพิเศษจะพิจารณาเป็นกรณี ๆ ไป
๒. ส�านักอนามัย กรุงเทพมหานคร แจ้งว่าศูนย์บริการสาธารณสุข ๖๘ แห่ง เป็นหน่วย รายงานผลการปฏิบัติงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ
บริการปฐมภูมิ/หน่วยบริการประจำา ไม่สามารถย้ายสิทธิหลักประกันสุขภาพของผู้มีสิทธิได้
เนื่องจากการลงทะเบียนสิทธิหลักประกันสุขภาพ ถือเป็นหน้าที่ของประชาชนทุกคนที่ต้อง
ลงทะเบียนเพื่อขอรับการบริการในระดับปฐมภูมิ มีการประชาสัมพันธ์การเปลี่ยนแปลง ประจำาปีงบประมาณ ๒๕๖๑
สิทธิผู้รับบริการร่วมกับคณะแพทยศาสตร์วชิรพยาบาล มหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช
ตามโครงการลดความแออัดผู้ป่วยนอก ผ่านการประชุมประจำาเดือนของสำานักงานเขต
ที่เกี่ยวข้อง
๓. ส�านักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ เขต ๑๓ กรุงเทพมหานคร แจ้งว่า ได้ร่วมกับ
ส่วนราชการที่เกี่ยวข้องเยียวยาผู้เสียหาย ให้กับประชาชนที่ได้รับผลกระทบโดยตรงทุกราย
และได้คืนสิทธิให้ผู้ร้องตามเดิมเรียบร้อยแล้วมีการใช้ระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์ในการ
จัดหน่วยบริการสาธารณสุขใกล้บ้านให้กับประชาชนโดยมุ่งหวังให้ประชาชนได้รับบริการ
ที่สะดวก โดยพิจารณาจัดเครือข่ายหน่วยบริการให้ประชาชนที่อยู่ของประชาชนใกล้บ้าน
“ระดับแขวง” ของพื้นที่กรุงเทพมหานคร และรับข้อเสนอของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชน
แห่งชาติ เพื่อนำาไปพิจารณาดำาเนินร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป
๔. กระทรวงสาธารณสุข โดยสำานักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุขแจ้งว่า กรณีให้มีหนังสือ
แจ้งให้ผู้รับบริการเปลี่ยนย้ายสิทธิหลักประกันสุขภาพไปยังหน่วยบริการสาธารณสุขที่ใกล้
บ้านและกรณีการนำาระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์มาเป็นส่วนร่วมในการกำาหนดหน่วยบริการ
ได้แจ้งสำานักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ เพื่อพิจารณาดำาเนินการ และสำานักงาน บทที่
หลักประกันสุขภาพแห่งชาติได้ดำาเนินการตามข้อเสนอแนะของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชน 2
แห่งชาติแล้ว ส่วนกรณีพัฒนาหน่วยบริการให้มีความพร้อมรองรับผู้รับบริการสาธารณสุข
ทุกวัน ได้แจ้งหน่วยงานในสังกัดกระทรวงสาธารณสุขทราบและดำาเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้อง
ให้สอดคล้องกับข้อเสนอแนะของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติกำาหนดแล้ว
๘. กรณีขอให้มีการตรวจสอบและคุ้มครองสิทธิมนุษยชนส�าหรับบุคคลที่มีภาวะเพศก�ากวม
ความเป็นมา : กลุ่มประชาชนร้องเรียนขอให้ตรวจสอบกรณีกล่าวอ้างว่า ผู้ร้องเป็นบุคคลที่มี
เรื่อง
ภาวะเพศกำากวม มีความประสงค์ที่จะเข้ารับการตรวจพิสูจน์ว่าผู้ร้องเป็นเพศกำากวมหรือไม่
แต่ปัจจุบันแพทย์ยังไม่สามารถวินิจฉัยเพื่อยืนยันว่ามีภาวะเพศกำากวมหรือไม่ ทำาให้ผู้ร้อง
ไม่สามารถยื่นเรื่องเพื่อขอเปลี่ยนคำานำาหน้านาม เนื่องจากไม่มีหลักฐานประกอบการ ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 256๐ มาตรา 2๔๗
พิจารณา ผลการด�าเนินงานของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ
มาตรการ/ ๑. ให้โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ซึ่งเป็นโรงพยาบาลที่ผู้ร้องรับการตรวจวินิจฉัยอยู่แล้ว
แนวทางการแก้ไข พิจารณาตรวจวินิจฉัยว่าผู้ร้องเป็นบุคคลที่มีภาวะเพศกำากวมหรือไม่ ตามวิธีทางการแพทย์
ตามสภาพความเป็นจริง เพื่อผู้ร้องจะได้รับสิทธิในการเข้ารับบริการสาธารณสุข ซึ่งผู้ร้อง
ได้อนุญาตให้เปิดเผยชื่อและนามสกุลเพื่อให้โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ดำาเนินการตรวจ
วินิจฉัยแล้ว

