Page 73 - รายงานผลการปฏิบัติงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2561
P. 73
68
รายงานผลการปฏิบัติงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ค่าใช้จ่ายเพื่อการได้รับบริการสาธารณสุขที่เหมาะสมและมีมาตรฐาน ความยากลำาบาก
ในการเข้าถึงสิ่งอำานวยความสะดวกและบริการสาธารณะ การถูกเลือกปฏิบัติในการจ้างงาน
อีกทั้งทำาให้สูญเสียงบประมาณ และทรัพยากรของประเทศเป็นจำานวนมาก สำาหรับ
ประเทศไทย พบว่าการเสียชีวิตในวัยทารกมีสาเหตุจากความพิการแต่กำาเนิดประมาณ
ประจำาปีงบประมาณ ๒๕๖๑
ร้อยละ ๒๐-๓๐ และพบทารกแรกเกิดมีชีพซึ่งมีความพิการแต่กำาเนิดประมาณ ๒๔,๐๐๐-
- ควรให้กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์และกระทรวง
มาตรการ/ ๔๐,๐๐๐ คนต่อปี
แนวทางการแก้ไข สาธารณสุข ร่วมกันเป็นหน่วยงานหลักในการผลักดันนโยบายและแผนการดำาเนินงาน
สำาหรับการกำาหนดให้กรดโฟลิกเป็นส่วนประกอบในอาหาร
- ควรให้กระทรวงสาธารณสุข โดยกรมอนามัย และสำานักงานคณะกรรมการอาหาร
และยา ส่งเสริมการให้โภชนศึกษาแก่หญิงวัยเจริญพันธุ์และคู่สมรสที่พร้อมจะมีบุตรให้ได้
รับทราบถึงประโยชน์ของกรดโฟลิกในการลดความพิการแต่กำาเนิดของทารก และเป็น
หน่วยงานหลักในการพัฒนานโยบายและแผนการดำาเนินงานสำาหรับการกำาหนด ให้เติม
กรดโฟลิกเป็นส่วนประกอบในอาหาร โดยอาศัยอำานาจหน้าที่ตามพระราชบัญญัติอาหาร
พ.ศ. ๒๕๒๒ ดังนี้
๑) พัฒนานโยบายและแผนการดำาเนินงานสำาหรับการกำาหนดให้เติมกรดโฟลิกเป็น
ส่วนประกอบในอาหาร โดยเร่งประสานความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหน่วยงาน
ภาครัฐและหน่วยงานภาคเอกชน เช่น สภาอุตสาหกรรมอาหาร สถาบันเทคโนโลยี
การอาหาร เป็นต้น
๒) เร่งประสานความร่วมมือกับสถาบันโภชนาการต่างๆ อาทิ สถาบันโภชนาการ
มหาวิทยาลัยมหิดล ให้ดำาเนินการศึกษาวิจัยเพื่อกำาหนดปริมาณของกรดโฟลิกที่ควร
ได้รับต่อวัน เพื่อกำาหนดชนิดของอาหารที่เหมาะสมสำาหรับการเติมกรดโฟลิกลงไป โดยคำานึง
ถึงวัฒนธรรมในการรับประทานอาหารของคนไทยซึ่งต้องสอดคล้องกับห่วงโซ่อุปทานของ
อาหารและคุณภาพของอาหาร (สี กลิ่น รสชาติ) และต้นทุนในกระบวนการผลิต ตลอดจน
ความเสถียรคงรูปตามอายุของอาหารในการวางจำาหน่าย
๓) ในระหว่างการดำาเนินการตามข้อ ๑) และ ๒) ควรกำาหนดมาตรการชั่วคราวให้
หญิงวัยเจริญพันธุ์ต้องได้รับประทานกรดโฟลิกเสริมในปริมาณที่เหมาะสมตามความเห็น
ของนักวิชาการที่เชี่ยวชาญในระยะก่อนปฏิสนธิ ๓ เดือนต่อเนื่องจนถึงช่วงที่มีการปฏิสนธิ
แล้วครบกำาหนด ๓ เดือน
- ควรให้ (๑) กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โดยสำานักงานคณะกรรมการ
นโยบายวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมแห่งชาติ (๒) สำานักนายกรัฐมนตรี
โดยสำานักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย สำานักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ และ
สำานักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (๓) กระทรวงสาธารณสุข โดยสถาบันวิจัย
ระบบสาธารณสุข สนับสนุนจัดสรรหรือหาแหล่งเงินทุนเพื่อการวิจัยสำาหรับพัฒนานโยบาย
และแผนการดำาเนินงานสำาหรับการกำาหนดเติมกรดโฟลิกเป็นส่วนประกอบในอาหาร
จนสามารถปฏิบัติได้จริง

