Page 112 - รายงานผลการปฏิบัติงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2561
P. 112
107
บุคคลทุกคนจากการหายสาบสูญโดยถูกบังคับ (ICPPED) และอนุสัญญาว่าด้วยการต่อต้านการทรมานและการ
ประติบัติหรือการลงโทษอื่นที่โหดร้าย ไร้มนุษยธรรม หรือที่ย�่ายีศักดิ์ศรี (CAT) แม้ยังไม่มีกฎหมายเฉพาะที่จะใช้
บังคับแก่กรณีการบังคับบุคคลให้สูญหายหรือการซ้อมทรมานโดยตรง รัฐบาลไทยได้มีค�าสั่งส�านักนายกรัฐมนตรี
ที่ ๑๓๑/๒๕๖๐ ลงวันที่ ๒๓ พฤษภาคม ๒๕๖๐ แต่งตั้งคณะกรรมการจัดการเรื่องราวร้องทุกข์ กรณีถูกกระท�า รายงานผลการปฏิบัติงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ
ทรมานและถูกบังคับให้หายสาบสูญ ซึ่งมีหน้าที่รับเรื่องราวร้องทุกข์ ตรวจสอบข้อเท็จจริง ติดตามช่วยเหลือเยียวยา
และคุ้มครองสิทธิให้แก่ประชาชนในกรณีถูกกระท�าทรมานและบังคับให้หายสาบสูญ นอกจากนี้ หากปรากฏว่า ประจำาปีงบประมาณ ๒๕๖๑
เจ้าหน้าที่ของรัฐมีการบังคับบุคคลให้สูญหายหรือกระท�าการทรมาน ก็อาจใช้บทบัญญัติของประมวลกฎหมายอาญา
มาปรับใช้กับกรณีการกระท�าที่ครบองค์ประกอบความผิดที่เกี่ยวข้องได้ ทั้งนี้ กสม. หวังเป็นอย่างยิ่งว่ารัฐบาลไทย
จะได้ก�าหนดให้การกระท�าทรมานและการบังคับบุคคลให้สูญหายเป็นความผิดอาญา โดยการตราพระราชบัญญัติ
ป้องกันและปราบปรามการทรมานและบังคับบุคคลให้สูญหาย พ.ศ. .... อันเป็นกฎหมายเฉพาะออกมาใช้บังคับ
โดยเร็ว
(๑.๓) กรณีกล่าวอ้างว่ายังไม่มีการด�าเนินคดีกับเจ้าหน้าที่ทหารหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐที่เกี่ยวข้องกับ
การสังหารและการท�าให้พลเรือนบาดเจ็บในช่วงการประท้วงทางการเมืองในปี ๒๕๕๓ และการด�าเนินคดีกับ
ผู้กระท�าความผิดต่อเหตุการณ์ความรุนแรงทางการเมืองในช่วงปี ๒๕๕๖ - ๒๕๕๗ ไม่มีความคืบหน้าอย่างชัดเจน
กสม. ตรวจสอบปรากฏข้อเท็จจริงว่า ได้มีรายงานผลการตรวจสอบข้อเท็จจริง กรณีเหตุการณ์ชุมนุมประท้วง
ทางการเมืองเมื่อปี ๒๕๕๓ โดยมีข้อเสนอแนะนโยบายไปยังคณะรัฐมนตรีในประเด็นเกี่ยวกับการใช้กฎหมาย
พิเศษ แนวปฏิบัติเกี่ยวกับการส่งเสริมและคุ้มครองเสรีภาพในการชุมนุมโดยสงบและปราศจากอาวุธ การสืบสวน
สอบสวนหาผู้กระท�าความผิดไม่ว่าจะเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ ผู้ชุมนุม หรือบุคคลอื่นใดมาด�าเนินคดีตามกระบวนการ
ยุติธรรม เป็นต้น และกรณีเหตุการณ์ชุมนุมประท้วงทางการเมืองเมื่อปี ๒๕๕๖ - ๒๕๕๗ ได้มีข้อเสนอแนะไปยัง
คณะรัฐมนตรีเช่นเดียวกัน ซึ่งต่อมาปรากฏข้อเท็จจริงว่ามีการด�าเนินคดีกับเจ้าหน้าที่ทหารหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐ
๒
ที่เกี่ยวข้องกับการสังหารและการท�าให้พลเรือนบาดเจ็บในช่วงการประท้วงทางการเมืองเมื่อปี ๒๕๕๓ รวมทั้งมีการ บทที่
ด�าเนินคดีกับแกนน�ากลุ่มผู้ชุมนุมประท้วงทางการเมืองเมื่อปี ๒๕๕๖ - ๒๕๕๗ โดยมีการฟ้องคดีต่อศาลอาญาแล้ว
(๑.๔) กรณีกล่าวอ้างว่ารัฐบาลไม่ด�าเนินคดีกับเจ้าหน้าที่ซึ่งมีส่วนรับผิดชอบต่อการสังหารและ
การทรมานอย่างผิดกฎหมายโดยมีเหยื่อเป็นมุสลิมเชื้อสายมลายูซึ่งเกี่ยวเนื่องกับเหตุการณ์ความไม่สงบในพื้นที่
จังหวัดชายแดนภาคใต้ ในหลายกรณี ทางการไทยได้จ่ายค่าตอบแทนให้กับเหยื่อหรือครอบครัวของเหยื่อโดย
แลกกับข้อตกลงที่จะไม่ด�าเนินคดีอาญากับเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง โดย กสม. ได้ให้ความส�าคัญและตรวจสอบ
ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการซ้อมทรมานและการบังคับบุคคลให้สูญหายในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ในหลายกรณี
โดยได้มีมาตรการการแก้ไขปัญหาการละเมิดสิทธิมนุษยชนไปยังส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง เช่น ให้พิจารณาตรวจสอบ
เจ้าหน้าที่ผู้ใช้อ�านาจในการเชิญตัวและควบคุมตัวจนท�าให้เกิดการบาดเจ็บ ให้เป็นไปตามหลักการแห่งอนุสัญญา
ว่าด้วยการต่อต้านการทรมานและการประติบัติหรือการลงโทษอื่นที่โหดร้าย ไร้มนุษยธรรม หรือที่ย�่ายีศักดิ์ศรี ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ มาตรา ๒๔๗
ให้พิจารณาตรวจสอบข้อเท็จจริงและด�าเนินการทางวินัยตามอ�านาจหน้าที่กับเจ้าหน้าที่และหน่วยบังคับบัญชา ผลการด�าเนินงานของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ
ที่มิได้ควบคุมก�ากับการปฏิบัติให้เป็นไปตามที่กฎหมายและระเบียบก�าหนด เป็นต้น
ส�าหรับกรณีการกล่าวอ้างว่าทางการไทยได้จ่ายค่าตอบแทนให้กับเหยื่อหรือครอบครัวของเหยื่อ โดยแลกกับ
ข้อตกลงที่จะไม่ด�าเนินคดีอาญากับเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องนั้น ข้อเท็จจริงปรากฏว่า เป็นการจ่ายเงินให้ความช่วยเหลือ
เยียวยาผู้ได้รับผลกระทบและผู้เสียหายจากเหตุการณ์ความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้โดยคณะรัฐมนตรี
มีมติก�าหนดหลักเกณฑ์การ ช่วยเหลือ วงเงินการช่วยเหลือ และหน่วยงานรับผิดชอบไว้แล้ว ทั้งนี้ การจ่ายเงินให้
ความช่วยเหลือเยียวยา ดังกล่าวไม่ตัดสิทธิของผู้เสียหายที่จะด�าเนินการตามกระบวนการยุติธรรมต่อไปแต่อย่างใด

