Page 115 - รายงานผลการปฏิบัติงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2561
P. 115
110 มีปัญหาเกี่ยวกับความชอบด้วยรัฐธรรมนูญ การเสนอเรื่องพร้อมด้วยความเห็นต่อศาลปกครอง ในกรณีที่เห็นชอบ
รายงานผลการปฏิบัติงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ประจำาปีงบประมาณ ๒๕๖๑ ตามที่มีผู้ร้องเรียนว่า กฎ ค�าสั่ง หรือการกระท�าอื่นใดในทางปกครองกระทบต่อสิทธิมนุษยชน และมีปัญหาเกี่ยวกับ
ความชอบด้วยรัฐธรรมนูญหรือกฎหมาย และฟ้องคดีต่อศาลยุติธรรมแทนผู้เสียหาย เมื่อได้รับการร้องขอจาก
ผู้เสียหายและเป็นกรณีที่เห็นสมควรเพื่อแก้ไขปัญหาการละเมิดสิทธิมนุษยชนเป็นส่วนรวม แต่ตามรัฐธรรมนูญ
แห่งราชอาณาจักรไทยพุทธศักราช ๒๕๖๐ ไม่ปรากฏว่ามีบทบัญญัติที่ให้อ�านาจ กสม. ในการเสนอเรื่องและฟ้องคดี
ต่อศาล ดังนั้น การที่ กสม. ไม่ฟ้องคดีต่อศาลเมื่อมีการละเมิดสิทธิมนุษยชนเกิดขึ้นนั้น จึงเป็นผลมาจากกฎหมาย
ปัจจุบันที่ไม่ได้ให้อ�านาจไว้อย่างไรก็ตาม มาตรา ๓๗ แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการ
สิทธิมนุษยชนแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๖๐ ได้บัญญัติให้ กสม. สามารถร้องทุกข์หรือกล่าวโทษแทนผู้เสียหายได้ในกรณี
ที่การละเมิดสิทธิมนุษยชนเรื่องใดเป็นความผิดอาญาและผู้เสียหายไม่อยู่ในฐานะที่จะร้องทุกข์หรือกล่าวโทษ
ด้วยตนเองได้
(๒.๔) กรณีที่มีการกล่าวอ้างว่า องค์กรพัฒนาเอกชนระบุว่าการก�าหนดนิยามของการคุกคามทางเพศ
ที่คลุมเครือ ส่งผลให้การฟ้องร้องเป็นไปได้ยากและน�าไปสู่การใช้บังคับกฎหมายที่ไม่มีประสิทธิภาพ กสม. ชี้แจงว่า
ประเทศไทยได้ให้ความคุ้มครองผู้ถูกกระท�าส่อไปในเรื่องเพศกว้างขวางและครอบคลุมมากขึ้น โดยแบ่งเป็น ๒ ระดับ
คือ การละเมิดต่อจริยธรรม และการกระท�าที่เป็นความผิดต่อกฎหมายอาญา ในส่วนของการละเมิดต่อจริยธรรม
เป็นกฎเกณฑ์ที่ก�าหนดไว้ส�าหรับผู้ที่มีสถานะเป็นข้าราชการ หรือพนักงานของรัฐ อาทิ กฎ ก.พ. ว่าด้วยการกระท�า
อันเป็นการล่วงละเมิดหรือคุกคามทางเพศ พ.ศ. ๒๕๕๓ รวมถึงคณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่ ๑๖ มิถุนายน ๒๕๕๘
เห็นชอบและให้หน่วยงานภาครัฐถือปฏิบัติตามมาตรการในการป้องกันและแก้ไขปัญหาการล่วงละเมิดหรือคุกคาม
ทางเพศในการท�างาน นอกจากนี้ ศาลรัฐธรรมนูญและองค์กรอิสระยังได้ร่วมกันก�าหนดมาตรฐานทางจริยธรรม
ของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญและผู้ด�ารงต�าแหน่งในองค์กรอิสระ รวมทั้งผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดินและหัวหน้า
หน่วยงานธุรการของศาลรัฐธรรมนูญและองค์กรอิสระ พ.ศ. ๒๕๖๑ ส�าหรับการกระท�าที่เป็นความผิดต่อกฎหมาย
อาญา ในประมวลกฎหมายอาญาบัญญัติว่า หากเป็นการกระท�าที่มีลักษณะที่ส่อไปในทางล่วงละเมิดทางเพศซึ่ง
เป็นนิยามที่ชัดเจนเกี่ยวกับการคุกคามทางเพศก็จะเป็นความผิดลหุโทษ แต่หากเป็นการกระท�าที่มีลักษณะเป็นการ
อนาจารหรือข่มขืนกระท�าช�าเรา ประมวลกฎหมายอาญาลักษณะ ๙ ความผิดเกี่ยวกับเพศ ได้บัญญัติโทษส�าหรับ
ความผิดหนักขึ้นตามระดับความร้ายแรงของความผิดที่ได้กระท�า
๒.๕ การสร้างเสริมทุกภาคส่วนของสังคมให้ตระหนักถึงความส�าคัญของสิทธิมนุษยชน
มาตรา ๒๖ (๕) ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ
พ.ศ. ๒๕๖๐ บัญญัติหน้าที่และอ�านาจให้ กสม. ด�าเนินงานเพื่อการสร้างเสริมทุกภาคส่วนของสังคม ตลอด
จนประชาชนได้ตระหนักถึงความส�าคัญของสิทธิมนุษยชน ทั้งนี้ การด�าเนินงานในปีงบประมาณ ๒๕๖๑ กสม.
ได้ด�าเนินงานหลายประการเพื่อให้บรรลุซึ่งหน้าที่และอ�านาจดังกล่าวข้างต้น อาทิ งานด้านสิทธิมนุษยชนศึกษา
โครงการสัมมนาเพื่อส่งเสริมงานด้านสิทธิมนุษยชน ตลอดจนงานความร่วมมือในระดับระหว่างประเทศทั้งตามกรอบ
ความร่วมมือและนอกเหนือจากกรอบความร่วมมือ โดยมีผลการด�าเนินงานในปีงบประมาณ ๒๕๖๑ มีรายละเอียด
ดังนี้
(๑) งานด้านสิทธิมนุษยชนศึกษา
คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ได้มีค�าสั่งคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติที่ ๒๓/๒๕๖๐
ลงวันที่ ๑ มิถุนายน ๒๕๖๐ แต่งตั้งคณะอนุกรรมการด้านส่งเสริมการเคารพสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ โดยให้มี
ภารกิจส�าคัญในการด�าเนินการพัฒนางานส่งเสริมสิทธิมนุษยชนและจัดให้มีแผนในการส่งเสริมความรู้ความเข้าใจ

