Page 113 - รายงานผลการปฏิบัติงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2561
P. 113
108 (๑.๕) กรณีกล่าวอ้างว่ารัฐบาลไม่ได้สอบสวนทางอาญาต่อกรณีการสังหารนอกกระบวนการกฎหมาย
รายงานผลการปฏิบัติงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ประจำาปีงบประมาณ ๒๕๖๑ ระหว่างปฏิบัติการปราบปรามยาเสพติดสมัยรัฐบาลทักษิณ ชินวัตร กสม. ตรวจสอบแล้วปรากฏข้อเท็จจริงว่า กสม. ได้
มีรายงานผลการตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีเหตุการณ์การสังหารนอกกระบวนการกฎหมายระหว่างปฏิบัติการปราบ
ปรามยาเสพติดสมัยรัฐบาลทักษิณ ชินวัตร โดยมีมาตรการการแก้ไขการละเมิดสิทธิมนุษยชนไปยังรัฐบาล ให้แต่งตั้ง
เจ้าหน้าที่เพื่อสอบสวนเจ้าหน้าที่ต�ารวจที่เกี่ยวข้อง ซึ่งรายงานผลการตรวจสอบฉบับนี้ได้ถูกน�าไปใช้ด�าเนินคดี
ในชั้นศาลกับเจ้าหน้าที่ต�ารวจที่เกี่ยวข้อง นอกจากนี้ กสม. ได้ตรวจสอบเรื่องร้องเรียนในท�านองเดียวกันอีกหลาย
ค�าร้อง และมีข้อเสนอแนะไปยังรัฐบาลในประเด็นคืนความเป็นธรรมให้แก่ผู้เสียหายและครอบครัวหรือญาติของ
ผู้เสียหายโดยให้น�าตัวผู้กระท�าความผิดมาลงโทษ ซึ่งรัฐบาลได้แจ้งว่าการด�าเนินคดีอาญาทั่วไปกับผู้เกี่ยวข้องหรือ
ความผิดเกี่ยวกับการปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบหรือโดยทุจริตตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา
๑๕๗ สามารถด�าเนินการได้หากมีพยานหลักฐานเพียงพอ ส�าหรับการพิจารณาให้รื้อฟื้นการสอบสวนคดีที่เกิดขึ้น
ในคดีที่พนักงานสอบสวนได้สรุปส�านวนคดีเสนอให้งดการสอบสวน หากมีพยานหลักฐานใหม่ก็สามารถรื้อฟื้นคดี
ขึ้นพิจารณาใหม่ได้ตามหลักเกณฑ์ที่กฎหมายก�าหนดเช่นกัน
(๑.๖) กรณีกล่าวอ้างว่าหน่วยงานของรัฐยังใช้วิธีการบังคับให้ผู้ใช้ยาเสพติดเข้ารับการบ�าบัดแบบ
ทหาร กสม. ตรวจสอบแล้วปรากฏข้อเท็จจริงว่า พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. ๒๕๒๒ และพระราชบัญญัติ
ฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดสารเสพติด พ.ศ. ๒๕๔๕ ก�าหนดวิธีการบ�าบัดรักษาผู้ติดยาเสพติดของประเทศไทย ไว้ ๓ รูปแบบ
ได้แก่ (๑) ระบบสมัครใจ (Voluntary System) คือ ระบบที่ผู้ติดยาเสพติดขอเข้ารับการบ�าบัดรักษาในสถานพยาบาล
ที่ก�าหนดด้วยความสมัครใจ (๒) ระบบบังคับบ�าบัด (Compulsory System) คือ ระบบที่ผู้ติดยาเสพติดถูกจับกุม
และพิสูจน์แล้วว่าเป็นผู้ป่วยที่ต้องได้รับการบ�าบัดในสถานที่ส�าหรับฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด และ (๓) ระบบ
ต้องโทษ (Correction System) คือ ระบบที่ผู้ติดยาเสพติดได้กระท�าความผิดเกี่ยวกับคดียาเสพติดและถูกคุมขัง
ซึ่งต้องได้รับการรักษาพยาบาลในสถานบ�าบัดรักษายาเสพติดในระบบต้องโทษ ทั้งนี้ สถานที่ส�าหรับฟื้นฟูสมรรถภาพ
ผู้ติดยาเสพติดบางแห่งอาจก�าหนดไว้ในเขตทหาร โดยที่ใช้วิธีการบ�าบัดในหลายรูปแบบ เช่น ชุมชนบ�าบัด แบบเข้มข้น
ทางสายใหม่ แบบจิตสังคมบ�าบัด แบบวิถีเชิงพุทธ ซึ่งไม่ใช่เป็นการใช้วิธีการบ�าบัดแบบทหารแต่อย่างใด
(๑.๗) กรณีกล่าวอ้างว่ารัฐบาลประกาศให้การแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์เป็นเรื่องเร่งด่วนระดับชาติ
แต่ความคืบหน้าในการแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์โดยเฉพาะในภาคประมงเป็นไปอย่างจ�ากัด กสม. ตรวจสอบแล้ว
ปรากฏข้อเท็จจริงว่า ประเทศไทยมีความคืบหน้าในการแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์และการใช้แรงงานบังคับอย่าง
ต่อเนื่อง โดยเมื่อปี ๒๕๕๘ รัฐบาลได้ประกาศเจตนารมณ์และนโยบายเรื่องการป้องกันและแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์
ของประเทศไทยให้เป็นวาระแห่งชาติ และในปีเดียวกัน กสม. ได้ตรวจสอบเรื่องร้องเรียนและจัดท�ารายงาน
เกี่ยวกับการละเมิดสิทธิมนุษยชนประเด็นแรงงานในอุตสาหกรรมประมงโดยมีข้อเสนอแนะนโยบายหรือข้อเสนอ
ในการปรับปรุงกฎหมายไปยังรัฐบาล ซึ่งรัฐบาลได้มอบหมายให้กระทรวงแรงงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
ด�าเนินการแก้ไขปัญหาในเรื่องแรงงานบังคับและการค้ามนุษย์ในอุตสาหกรรมประมงมาอย่างต่อเนื่อง โดยปี
๒๕๕๙ - ๒๕๖๐ มีการตรากฎหมายเพื่อคุ้มครองและป้องกันการค้ามนุษย์ที่ส�าคัญ ได้แก่ พระราชบัญญัติป้องกันและ
ปราบปรามการค้ามนุษย์ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๙ พระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ (ฉบับที่ ๓)
พ.ศ. ๒๕๖๐ และพระราชก�าหนดการบริหารจัดการการท�างานของคนต่างด้าว พ.ศ. ๒๕๖๐ นอกจากนี้ รัฐบาล
ยังได้ออกกฎหมายล�าดับรอง ตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองแรงงานเพื่อแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์โดยเฉพาะ
ในภาคประมงทะเลมาอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม การบังคับใช้แรงงานเป็นเรื่องที่ยังอาจเกิดขึ้นเป็นรายกรณี
โดยหากปรากฏข้อเท็จจริงว่ามีการกระท�าดังกล่าว กสม. จะพิจารณาตรวจสอบเพื่อเสนอแนะมาตรการหรือแนวทาง
ในการป้องกันและแก้ไขการละเมิดสิทธิมนุษยชนต่อไป

