Page 11 - รายงานการศึกษา ปัญหาและผลกระทบด้านสิทธิมนุษยชนจากนโยบายของรัฐบาลในการประกาศสงครามต่อสู้เพื่อเอาชนะยาเสพติด เมื่อปี พ.ศ. 2546
P. 11
ช
“อาชญากรรมต่อมนุษยชาติ” (Crime against humanity) ตามนัยข้อ ๗ แห่งธรรมนูญกรุงโรมว่าด้วย
ศาลอาญาระหว่างประเทศ
(๑) พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีในขณะนั้น เป็นผู้ก าหนดและประกาศนโยบาย
ในการท าสงครามต่อสู้เพื่อเอาชนะยาเสพติด ใช้วาทกรรมที่เป็นการชี้น า กระตุ้น ปลุกเร้า และกดดันเจ้าหน้าที่
ของรัฐให้ใช้ความรุนแรงอย่างเด็ดขาดในการด าเนินการเพื่อให้บรรลุเป้าหมายตามนโยบายดังกล่าว สั่งการและ
ก าหนดกระบวนการด าเนินการและการจัดตั้งหน่วยงานในระดับต่างๆ เพื่อด าเนินการตามนโยบายดังกล่าว
ก าหนดเงื่อนไขต่างๆ เกี่ยวกับการปฏิบัติการเพื่อให้เจ้าหน้าที่ของรัฐน าไปปฏิบัติอย่างเคร่งครัดเพื่อให้บรรลุ
เป้าหมายตามนโยบายดังกล่าวให้มากที่สุด และกระท าโดยรู้ถึงผลที่จะเกิดขึ้นจากนโยบายดังกล่าวที่ตนก าหนด
ดังที่ได้เคยกล่าวไว้ว่า “แม้การด าเนินนโยบายดังกล่าวจะมีผู้ที่ต้องบาดเจ็บหรือสูญเสียชีวิตบ้างก็เป็นเรื่อง
ปกติ” อีกทั้งเมื่อได้รับรายงานผลกระทบที่เกิดขึ้นจากการด าเนินนโยบายดังกล่าวแล้ว พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร
ก็มิได้ด าเนินการหรือสั่งการใดๆ เพื่อระงับยับยั้งผลกระทบหรือปัญหาที่เกิดขึ้นนั้นแต่อย่างใด ทั้งๆ ที่ตนมี
อ านาจสั่งการให้ระงับยับยั้งการด าเนินการดังกล่าวได้ ท าให้เกิดปัญหาการละเมิดสิทธิมนุษยชนต่อประชากร
พลเรือนอย่างรุนแรงและอย่างกว้างขวาง พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร จึงต้องรับผิดชอบในฐานะหัวหน้ารัฐบาลและ
ผู้ก าหนดนโยบายดังกล่าวที่ก่อให้เกิดการกระท าอันเป็นการก่ออาชญากรรมต่อมนุษยชาติ
(๒) ผู้บริหารระดับสูงของหน่วยงานต่างๆ ของรัฐที่เกี่ยวข้องกับการด าเนินนโยบายในการ
ท าสงครามต่อสู้เพื่อเอาชนะยาเสพติดของรัฐบาล เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๔๖ โดยเฉพาะอย่างยิ่งรองนายกรัฐมนตรี
(พลเอก ชวลิต ยงใจยุทธ) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย (นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา) และรัฐมนตรีช่วย
ว่าการกระทรวงมหาดไทย (นายประชา มาลีนนท์) ตลอดจนผู้รับผิดชอบในการก ากับดูแลศูนย์ปฏิบัติการต่อสู้
เพื่อเอาชนะยาเสพติดในระดับต่างๆ ซึ่งล้วนแต่เป็นผู้ก าหนดกฎเกณฑ์หรือแนวปฏิบัติแก่เจ้าหน้าที่ของรัฐที่
เกี่ยวข้องเพื่อด าเนินการให้บรรลุเป้าหมายตามนโยบายที่นายกรัฐมนตรีก าหนด เมื่อผู้บริหารระดับสูงของ
หน่วยงานต่างๆ ของรัฐเหล่านี้ได้รับรายงานการด าเนินนโยบายดังกล่าวจากเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการหรือหน่วยงาน
ปฏิบัติต่างๆ กลับมิได้เสนอให้ยับยั้งการด าเนินการของเจ้าหน้าที่ของรัฐที่ผิดพลาดแต่อย่างใด อีกทั้งเมื่อมีการ
รายงานการเสียชีวิตของประชากรพลเรือนจ านวนมากทั่วภูมิภาคของประเทศไทย และรายงานข้อมูลคดี
ที่ครอบครัวของผู้เสียหายร้องเรียนต่อพนักงานสอบสวน ซึ่งพนักงานสอบสวนเสนอให้งดการสอบสวน
โดยมิชอบ ผู้บริหารระดับสูงเหล่านี้ก็มิได้สั่งการให้มีการตรวจสอบหรือสอบสวนการเสียชีวิตของประชากร
พลเรือนในช่วงเวลาดังกล่าว และมิได้สั่งการให้พนักงานสอบสวนปฏิบัติการสืบสวนสอบสวนคดีอาญา
ให้ถูกต้องชอบธรรมตามหลักนิติธรรม (Rule of Law) และนิติรัฐ (Legal State) แต่ประการใด หากแต่
ปล่อยให้พนักงานสอบสวนด าเนินการเช่นนั้นซึ่งส่งผลกระทบต่อการคุ้มครองสิทธิเสรีภาพของประชากร
พลเรือนอย่างกว้างขวางและเป็นจ านวนมาก เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองระดับสูงเหล่านี้จึงมีความผิดฐานละเว้น
การปฏิบัติหน้าที่ตามมาตรา ๑๕๗ แห่งประมวลกฎหมายอาญา ด้วย
ส่วนที่สอง: ข้อเสนอแนะ
ข้อเสนอแนะที่คณะผู้วิจัยน าเสนอประกอบด้วยข้อเสนอแนะในสองลักษณะ ได้แก่
๑. ข้อเสนอแนะเพื่อการคืนความเป็นธรรมให้แก่ผู้เสียหายและครอบครัวของผู้เสียหาย และ ๒. ข้อเสนอแนะ
เพื่อการคุ้มครองสิทธิมนุษยชนและป้องกันมิให้องค์กรของรัฐก าหนดนโยบายที่เป็นการเปิดโอกาสให้มีการ
กระท าอันเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนขึ้นอีกในอนาคต

