Page 15 - รายงานการศึกษา ปัญหาและผลกระทบด้านสิทธิมนุษยชนจากนโยบายของรัฐบาลในการประกาศสงครามต่อสู้เพื่อเอาชนะยาเสพติด เมื่อปี พ.ศ. 2546
P. 15
ฎ
รายงานการเปิดเผยข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการก าหนดและการด าเนินนโยบายท าสงครามต่อสู้เพื่อเอาชนะ
ยาเสพติดของรัฐบาล เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๔๖ ต่อคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนตามกติการะหว่างประเทศฯ ดังกล่าว
(๒) ในส่วนที่เกี่ยวกับผู้บริหารระดับสูงของหน่วยงานของรัฐ
คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ในฐานะองค์กรระดับชาติในด้านการคุ้มครองสิทธิ
มนุษยชน จึงควรผลักดันให้มีการฟ้องคดีอาญาผู้บริหารระดับสูงของหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องกับการด าเนิน
นโยบายท าสงครามต่อสู้เพื่อเอาชนะยาเสพติดของรัฐบาล เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๔๖ ดังที่ได้กล่าวแล้วข้างต้น
ฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ตามมาตรา ๑๕๗ แห่งประมวลกฎหมายอาญา
๒. ข้อเสนอแนะเพื่อกำรคุ้มครองสิทธิมนุษยชน และป้องกันมิให้องค์กรของรัฐก ำหนด
นโยบำยที่เป็นกำรเปิดโอกำสให้มีกำรกระท ำอันเป็นกำรละเมิดสิทธิมนุษยชนขึ้นอีกในอนำคต
ข้อเสนอแนะในส่วนนี้ประกอบด้วยข้อเสนอแนะ ๓ ประการ ได้แก่ ๒.๑ ข้อเสนอแนะ
เกี่ยวกับการแก้ไขปรับปรุงกฎหมายหรือกฎระเบียบที่เกี่ยวข้องของประเทศไทย ๒.๒ ข้อเสนอแนะเกี่ยวกับการ
ปรับปรุงระบบการสืบสวนสอบสวนของพนักงานสอบสวนในคดีเกี่ยวกับการกระท าการอันเป็นการละเมิดสิทธิ
มนุษยชน และ ๒.๓ ข้อเสนอแนะเกี่ยวกับการแก้ไขปรับปรุงกฎหมายว่าด้วยค่าตอบแทนผู้เสียหายและ
ค่าทดแทนและค่าใช้จ่ายแก่จ าเลยในคดีอาญา
๒.๑ ข้อเสนอแนะเกี่ยวกับกำรแก้ไขปรับปรุงกฎหมำยหรือกฎระเบียบที่เกี่ยวข้องของ
ประเทศไทย
โดยที่การก่ออาชญากรรมร้ายแรงระหว่างประเทศยังมิได้มีบัญญัติเป็นความผิดอาญาตาม
ประมวลกฎหมายอาญาของประเทศไทย ท าให้เกิดอุปสรรคต่อศาลอาญาภายในประเทศต่อการพิจารณาและ
ลงโทษคดีอาชญากรรมร้ายแรงดังกล่าวที่ก่อหรือกระท าขึ้นในประเทศไทย ดังนั้น หากมีการก าหนด
อาชญากรรมร้ายแรงต่างๆ ดังกล่าวเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญาของประเทศไทย ก็จะเป็นการ
แก้ไขสภาวะสุญญากาศของการกระท าความผิดอาญาร้ายแรงดังกล่าว เพื่อให้ศาลไทยมีเขตอ านาจเหนือคดี
เหล่านี้ที่กระท าในเขตราชอาณาจักรไทย และไม่จ าต้องเสนอเรื่องหรือฟ้องคดีไปยังศาลอาญาระหว่างประเทศ
แต่ทั้งนี้ การด าเนินกระบวนพิจารณาคดีเกี่ยวกับการก่ออาชญากรรมร้ายแรงต่างๆ เหล่านี้ในศาลไทยและ
องค์กรในกระบวนการยุติธรรมของประเทศไทยก็จะต้องมีประสิทธิภาพและได้มาตรฐานไม่ต่ าไปกว่าระเบียบ
ว่าด้วยวิธีพิจารณาและพยานหลักฐาน (Rules of Procedure and Evidence) ของศาลอาญาระหว่าง
ประเทศตามที่ก าหนดไว้ในธรรมนูญกรุงโรมฯ ดังกล่าว
ข้อเสนอแนะ
คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ในฐานะองค์กรระดับชาติในด้านการคุ้มครองสิทธิ
มนุษยชน จึงควรผลักดันให้มีการแก้ไขเพิ่มเติมฐานความผิดอาญาในประมวลกฎหมายอาญาของประเทศไทย
เพื่อให้ครอบคลุมความผิดฐานก่ออาชญากรรมร้ายแรงในลักษณะต่างๆ ตามที่ก าหนดไว้ในข้อ ๕ ของธรรมนูญ
กรุงโรมว่าด้วยศาลอาญาระหว่างประเทศ อันได้แก่ อาชญากรรมอันเป็นการท าลายล้างเผ่าพันธุ์ อาชญากรรม
ต่อมนุษยชาติ อาชญากรรมสงคราม และอาชญากรรมอันเป็นการรุกราน ดังเช่นประเทศในภูมิภาคยุโรป
โดยเฉพาะอย่างยิ่งสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี และสาธารณรัฐฝรั่งเศส ทั้งนี้ การด าเนินการดังกล่าวอาจ
กระท าได้โดยวิธีใดวิธีหนึ่งในสองวิธี ดังนี้
๑) เสนอเป็น “ร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ ..)
พ.ศ. ....” แก้ไขเพิ่มเติมบทบัญญัติภาค ๒ ความผิด โดยเพิ่มเติม “ลักษณะ ๖/๑ ความผิดเกี่ยวกับ

